
โซลชูนวัตกรรมสินค้ายุค 4.0 ทุ่มงบ 10 ล้านพัฒนาแอพเป็นเครื่องมือทำตลาด
โซล ขับเคลื่อนธุรกิจสู่ยุค 4.0 ชูนวัตกรรมสินค้าเพิ่มยอดขาย พร้อมเปิดสถาบันพัฒนานักธุรกิจขายตรง พร้อมทุ่มงบ 10 ล้าน ปั้นแอพพลิเคชันอำนวยความสะดวกนักธุรกิจกว่า 4 หมื่นราย มั่นใจยอดพุ่งกว่า 300 ล้าน
[caption id="attachment_104100" align="aligncenter" width="335"]
ดร.เสนีย์ สุวรรณดี
ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท โซล คอร์ปอร์เรชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด[/caption]
ดร.เสนีย์ สุวรรณดี ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท โซล คอร์ปอร์เรชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจขายตรงแบรนด์โซล (SOL) เปิดเผยว่า การดำเนินธุรกิจในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ จะมุ่งเน้นการขับเคลื่อนธุรกิจเข้าสุ่ยุค SOL 4.0 ด้วยการใช้สินค้าซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคมาเป็นตัวขับเคลื่อนธุรกิจ จากการเปิดตัวสินค้าล่าสุด โกลด์ ไฮยาลูรอน (Gold Hyaluron) ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติและทองคำ ซึ่งในช่วงต้นปีหน้าบริษัทยังเตรียมเปิดตัวสินค้านวัตกรรมอีกหลายรายการมาทำตลาดด้วย
สำหรับการดำเนินธุรกิจได้แบ่งออกเป็นยุคที่ 1 การนำสินค้ามาใช้เป็นตัวนำในการดำเนินธุรกิจ ที่สินค้าจะต้องมีคุณภาพและคุณสมบัติที่โดดเด่น ยุคที่ 2 เป็นยุคที่นักธุรกิจให้ความใส่ใจในแผนธุรกิจและแผนการตลาด เนื่องจากมีคู่แข่งที่มากขึ้น ผู้บริโภคมีทางเลือกที่มากขึ้น ยุคที่ 3 เป็นยุคปัจจุบันที่นักธุรกิจและผู้นำเป็นผู้ที่มีอิทธิพลกับสมาชิก ทั้งเรื่องการกำหนดแนวคิดการวางแผนการตลาดต่างๆ ขณะที่ในอนาคตเป็นยุคที่ 4 ที่การขับเคลื่อนธุรกิจจะต้องดำเนินไปพร้อมกันทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย เป็นการทำงานที่เกิดจากความร่วมมือกันของทั้ง 2 ฝ่าย โดยเฉพาะผู้นำองค์กรและนักธุรกิจ
ดร.เสนีย์ กล่าวอีกว่า จากแนวทางการดำเนินธุรกิจดังกล่าว บริษัทจึงได้เปิดตัวโครงการ "โซล อคาเดมี" ที่จะเน้นการฝึกอบรมในหลักสูตร SELF DEVELOPMENT (SD) ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการพัฒนาแนวคิด ทัศนคติ ขยายศักยภาพในการทำงาน รวมถึงการให้นักธุรกิจเรียนรู้เรื่องการสื่อสารในยุคปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการพัฒนาบุคลิกภาพของตนเองเพื่อให้มีความพร้อมและเหมาะสมในการทำงาน เนื่องจากก่อนที่ลูกค้าจะตัดสินใจซื้อสินค้าส่วนใหญ่จะต้องประทับใจและพึงพอใจในตัวนักธุรกิจเป็นอันดับแรก หลังจากนั้นก็จะตัดสินใจซื้อสินค้าผ่านนักธุรกิจนั่นเอง
นอกจากนี้ ยังมีหลักสูตร COMPANY & PRODUCT EXPERTISE (CPE) เป็นการให้ความสำคัญกับการพัฒนาความรู้เกี่ยวกับบริษัทและสินค้า เพื่อให้นักธุรกิจใหม่สามารถเรียนรู้ และนักธุรกิจเก่าเกิดความเข้าใจอย่างแท้จริง เพราะโซลต้องการให้นักธุรกิจทุกคนมีความเป็นมืออาชีพและมีความเชี่ยวชาญในทุกด้าน เพื่อให้ทุกคนมีความพร้อมในการทำหน้าที่เป็น Brand Ambassador ของโซล ดังนั้น จะต้องรู้ว่าสินค้าแต่ละกลุ่มมีจุดเด่นในด้านใดบ้าง จึงเน้นให้ความรู้ผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท รวมถึงการสร้างความเข้าใจด้านสินค้าเพื่อตอบโจทย์ด้านสุขภาพ และความงาม เพื่อให้มีความมั่นใจในการเป็นที่ปรึกษาและสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
"นอกจาก 2 หลักสูตรข้างต้นแล้ว ยังมีการพัฒนาในหัวข้อ BUSINESS EXPERTISE (BE) เพื่อต้องการให้นักธุรกิจทั้งใหม่และเก่ามีความเข้าใจในการทำแผนธุรกิจและหลักการทำธุรกิจ เพื่อตอกย้ำการเป็นผู้เชี่ยวชาญ ในระดับที่สามารถวางแผนธุรกิจเพื่อการเติบโตได้อย่างยั่งยืน รวมทั้งสามารถตั้งเป้าหมายทางธุรกิจได้ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการสร้างองค์กร ซึ่งทั้งหมดนี้จะประสบความสำเร็จได้จะต้องผ่านการเรียนรู้ภายใต้แนวคิดการบริหารธุรกิจที่ดี นอกจากนี้หลักสูตรนี้ยังเน้นให้นักธุรกิจมีความรู้เรื่องการขายและการทำการตลาด รวมถึงการเรียนรู้เรื่องการทำตลาดออนไลน์ในระดับที่สามารถแข่งขันในตลาดได้อีกด้วย"
ด้านนางเพ็ญทิพย์ โปษยานนท์ กรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า ได้ทุ่มงบประมาณ 10 ล้านบาท ในการพัฒนาโมบายแอพพลิเคชันเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการทำงานให้กับสมาชิกและนักธุรกิจ ที่คาดว่าจะเปิดตัวในเร็วๆ นี้ ปัจจุบันโซลมีสมาชิกจำนวน 4 แสนรหัส เป็นนักธุรกิจ 3-4 หมื่นราย ส่วนสินค้าใหม่ที่ได้เปิดตัว บริษัทคาดว่าจะทำยอดขายได้ 1,400 ล้านบาท ภายในระยะ 1 ปีนับจากนี้ ซึ่งที่ผ่านมามียอดสั่งซื้อล่วงหน้าแล้ว 4 หมื่นขวด ปัจจุบันมีสินค้าแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มเพื่อสุขภาพ 2.กลุ่มคอสเมติกส์ 3.กลุ่มฟังก์ชัน และ 4.กลุ่มไลฟ์สไตล์ บริษัทคาดว่าในปีนี้จะมียอดขายเติบโตมากกว่าปีที่ผ่านมาซึ่งทำยอดขายได้ 300 ล้านบาท
Photo : Pixabay
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,198 วันที่ 6 - 8 ตุลาคม พ.ศ. 2559
[caption id="attachment_104100" align="aligncenter" width="335"]
ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท โซล คอร์ปอร์เรชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด[/caption]
ดร.เสนีย์ สุวรรณดี ประธานผู้ก่อตั้ง บริษัท โซล คอร์ปอร์เรชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจขายตรงแบรนด์โซล (SOL) เปิดเผยว่า การดำเนินธุรกิจในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ จะมุ่งเน้นการขับเคลื่อนธุรกิจเข้าสุ่ยุค SOL 4.0 ด้วยการใช้สินค้าซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคมาเป็นตัวขับเคลื่อนธุรกิจ จากการเปิดตัวสินค้าล่าสุด โกลด์ ไฮยาลูรอน (Gold Hyaluron) ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติและทองคำ ซึ่งในช่วงต้นปีหน้าบริษัทยังเตรียมเปิดตัวสินค้านวัตกรรมอีกหลายรายการมาทำตลาดด้วย
สำหรับการดำเนินธุรกิจได้แบ่งออกเป็นยุคที่ 1 การนำสินค้ามาใช้เป็นตัวนำในการดำเนินธุรกิจ ที่สินค้าจะต้องมีคุณภาพและคุณสมบัติที่โดดเด่น ยุคที่ 2 เป็นยุคที่นักธุรกิจให้ความใส่ใจในแผนธุรกิจและแผนการตลาด เนื่องจากมีคู่แข่งที่มากขึ้น ผู้บริโภคมีทางเลือกที่มากขึ้น ยุคที่ 3 เป็นยุคปัจจุบันที่นักธุรกิจและผู้นำเป็นผู้ที่มีอิทธิพลกับสมาชิก ทั้งเรื่องการกำหนดแนวคิดการวางแผนการตลาดต่างๆ ขณะที่ในอนาคตเป็นยุคที่ 4 ที่การขับเคลื่อนธุรกิจจะต้องดำเนินไปพร้อมกันทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย เป็นการทำงานที่เกิดจากความร่วมมือกันของทั้ง 2 ฝ่าย โดยเฉพาะผู้นำองค์กรและนักธุรกิจ
ดร.เสนีย์ กล่าวอีกว่า จากแนวทางการดำเนินธุรกิจดังกล่าว บริษัทจึงได้เปิดตัวโครงการ "โซล อคาเดมี" ที่จะเน้นการฝึกอบรมในหลักสูตร SELF DEVELOPMENT (SD) ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการพัฒนาแนวคิด ทัศนคติ ขยายศักยภาพในการทำงาน รวมถึงการให้นักธุรกิจเรียนรู้เรื่องการสื่อสารในยุคปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการพัฒนาบุคลิกภาพของตนเองเพื่อให้มีความพร้อมและเหมาะสมในการทำงาน เนื่องจากก่อนที่ลูกค้าจะตัดสินใจซื้อสินค้าส่วนใหญ่จะต้องประทับใจและพึงพอใจในตัวนักธุรกิจเป็นอันดับแรก หลังจากนั้นก็จะตัดสินใจซื้อสินค้าผ่านนักธุรกิจนั่นเอง
นอกจากนี้ ยังมีหลักสูตร COMPANY & PRODUCT EXPERTISE (CPE) เป็นการให้ความสำคัญกับการพัฒนาความรู้เกี่ยวกับบริษัทและสินค้า เพื่อให้นักธุรกิจใหม่สามารถเรียนรู้ และนักธุรกิจเก่าเกิดความเข้าใจอย่างแท้จริง เพราะโซลต้องการให้นักธุรกิจทุกคนมีความเป็นมืออาชีพและมีความเชี่ยวชาญในทุกด้าน เพื่อให้ทุกคนมีความพร้อมในการทำหน้าที่เป็น Brand Ambassador ของโซล ดังนั้น จะต้องรู้ว่าสินค้าแต่ละกลุ่มมีจุดเด่นในด้านใดบ้าง จึงเน้นให้ความรู้ผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท รวมถึงการสร้างความเข้าใจด้านสินค้าเพื่อตอบโจทย์ด้านสุขภาพ และความงาม เพื่อให้มีความมั่นใจในการเป็นที่ปรึกษาและสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
"นอกจาก 2 หลักสูตรข้างต้นแล้ว ยังมีการพัฒนาในหัวข้อ BUSINESS EXPERTISE (BE) เพื่อต้องการให้นักธุรกิจทั้งใหม่และเก่ามีความเข้าใจในการทำแผนธุรกิจและหลักการทำธุรกิจ เพื่อตอกย้ำการเป็นผู้เชี่ยวชาญ ในระดับที่สามารถวางแผนธุรกิจเพื่อการเติบโตได้อย่างยั่งยืน รวมทั้งสามารถตั้งเป้าหมายทางธุรกิจได้ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการสร้างองค์กร ซึ่งทั้งหมดนี้จะประสบความสำเร็จได้จะต้องผ่านการเรียนรู้ภายใต้แนวคิดการบริหารธุรกิจที่ดี นอกจากนี้หลักสูตรนี้ยังเน้นให้นักธุรกิจมีความรู้เรื่องการขายและการทำการตลาด รวมถึงการเรียนรู้เรื่องการทำตลาดออนไลน์ในระดับที่สามารถแข่งขันในตลาดได้อีกด้วย"
ด้านนางเพ็ญทิพย์ โปษยานนท์ กรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า ได้ทุ่มงบประมาณ 10 ล้านบาท ในการพัฒนาโมบายแอพพลิเคชันเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการทำงานให้กับสมาชิกและนักธุรกิจ ที่คาดว่าจะเปิดตัวในเร็วๆ นี้ ปัจจุบันโซลมีสมาชิกจำนวน 4 แสนรหัส เป็นนักธุรกิจ 3-4 หมื่นราย ส่วนสินค้าใหม่ที่ได้เปิดตัว บริษัทคาดว่าจะทำยอดขายได้ 1,400 ล้านบาท ภายในระยะ 1 ปีนับจากนี้ ซึ่งที่ผ่านมามียอดสั่งซื้อล่วงหน้าแล้ว 4 หมื่นขวด ปัจจุบันมีสินค้าแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มเพื่อสุขภาพ 2.กลุ่มคอสเมติกส์ 3.กลุ่มฟังก์ชัน และ 4.กลุ่มไลฟ์สไตล์ บริษัทคาดว่าในปีนี้จะมียอดขายเติบโตมากกว่าปีที่ผ่านมาซึ่งทำยอดขายได้ 300 ล้านบาท
Photo : Pixabay
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,198 วันที่ 6 - 8 ตุลาคม พ.ศ. 2559






