
กรมวิชาการเกษตรเตือนกาแฟอาราบิก้าระวัง 2 โรค
ช่วงที่มีความชื้นในอากาศสูงและมีฝนตกชุกเช่นนี้ กรมวิชาการเกษตร แนะเกษตรกรชาวสวนกาแฟอาราบิก้าให้เฝ้าระวังโรคที่พบได้ในระยะนี้ คือ โรคราสนิมที่เกิดจากเชื้อรา และโรคแอนแทรคโนส สำหรับโรคราสนิม สามารถพบได้ทุกระยะการเจริญเติบโตของต้นกาแฟ มักพบได้ทั้งใบอ่อนและใบแก่ ใบแก่ เริ่มแรกจะพบจุดเล็กสีเหลืองใต้ใบ ต่อมาขยายใหญ่ขึ้น และเปลี่ยนเป็นสีส้มคล้ายสีสนิม บนแผลพบผงสปอร์สีส้ม เนื้อเยื่อบนใบเริ่มแรกสีเหลือง ต่อมาแห้งเป็นสีน้ำตาล หากรุนแรง แผลจะขยายติดกัน ใบเหลือง และร่วงในที่สุด ทำให้ผลผลิตกาแฟลดลง กรณีพบโรค ให้เกษตรกรพ่นด้วยสารไตรอะดิมีฟอน 25% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 12 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารออกซีคาร์บอกซิน 19% อีซี อัตรา 12 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นทุก 1 เดือนต่อเนื่อง 3-4 ครั้ง
ส่วนโรคแอนแทรคโนส มักพบในระยะที่กาแฟอาราบิก้ามีผลสุกพร้อมเก็บเกี่ยว ใบ พบทั้งใบอ่อนและใบแก่ จะพบจุดแผลสีน้ำตาล เนื้อเยื่อกลางแผลตาย ถ้ารุนแรง แผลขยายขนาดเป็นแผลใหญ่ ทำให้ใบแห้งไหม้ กิ่ง จะพบบนกิ่งเขียวไหม้ ทั้งกิ่งเหี่ยวและแห้ง ทำให้ใบเหลืองและร่วง ผล พบทั้งผลอ่อนและผลแก่ ผลจะมีจุดสีน้ำตาลเข้ม หากรุนแรง จุดขยายรวมกันเป็นแผลรูปร่างไม่แน่นอน เนื้อเยื่อแผลยุบตัว ผลหยุดการเจริญเติบโต และเปลี่ยนเป็นสีดำ แต่ผลยังคงติดอยู่บนกิ่งต้นกาแฟอาราบิก้า
นอกจากนี้ ในแปลงปลูกกาแฟอาราบิก้าที่มีการระบาดของทั้ง 2 โรค หลังเก็บเกี่ยวผลผลิตกาแฟอาราบิก้าเรียบร้อยแล้ว เกษตรกรควรทำความสะอาดเก็บผล ตัดแต่งกิ่ง ใบ เก็บกวาดเศษซากพืชส่วนที่เป็นโรค และกำจัดวัชพืชในแปลงนำไปเผาทำลายนอกแปลงปลูกทันที เพื่อลดปริมาณการสะสมเชื้อสาเหตุของโรคไม่ให้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยเพาะขยายพันธุ์ข้ามฤดูกาล ลดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการแพร่ขยายพันธุ์ของเชื้อสาเหตุโรค และสามารถลดการเกิดโรคได้ จากนั้น ให้เกษตรกรใส่ปุ๋ยบำรุงต้นกาแฟ เพื่อให้ต้นมีความแข็งแรง และควรรักษาระดับร่มเงาให้เหมาะสม อากาศถ่ายเทสะดวก เพื่อรักษาระดับความชื้นป้องกันการเกิดโรค สำหรับฤดูปลูกถัดไป ควรใช้พันธุ์กาแฟอาราบิก้าที่ต้านทานโรค เช่น พันธุ์เชียงใหม่ 80 เป็นต้น
ส่วนโรคแอนแทรคโนส มักพบในระยะที่กาแฟอาราบิก้ามีผลสุกพร้อมเก็บเกี่ยว ใบ พบทั้งใบอ่อนและใบแก่ จะพบจุดแผลสีน้ำตาล เนื้อเยื่อกลางแผลตาย ถ้ารุนแรง แผลขยายขนาดเป็นแผลใหญ่ ทำให้ใบแห้งไหม้ กิ่ง จะพบบนกิ่งเขียวไหม้ ทั้งกิ่งเหี่ยวและแห้ง ทำให้ใบเหลืองและร่วง ผล พบทั้งผลอ่อนและผลแก่ ผลจะมีจุดสีน้ำตาลเข้ม หากรุนแรง จุดขยายรวมกันเป็นแผลรูปร่างไม่แน่นอน เนื้อเยื่อแผลยุบตัว ผลหยุดการเจริญเติบโต และเปลี่ยนเป็นสีดำ แต่ผลยังคงติดอยู่บนกิ่งต้นกาแฟอาราบิก้า
นอกจากนี้ ในแปลงปลูกกาแฟอาราบิก้าที่มีการระบาดของทั้ง 2 โรค หลังเก็บเกี่ยวผลผลิตกาแฟอาราบิก้าเรียบร้อยแล้ว เกษตรกรควรทำความสะอาดเก็บผล ตัดแต่งกิ่ง ใบ เก็บกวาดเศษซากพืชส่วนที่เป็นโรค และกำจัดวัชพืชในแปลงนำไปเผาทำลายนอกแปลงปลูกทันที เพื่อลดปริมาณการสะสมเชื้อสาเหตุของโรคไม่ให้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยเพาะขยายพันธุ์ข้ามฤดูกาล ลดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการแพร่ขยายพันธุ์ของเชื้อสาเหตุโรค และสามารถลดการเกิดโรคได้ จากนั้น ให้เกษตรกรใส่ปุ๋ยบำรุงต้นกาแฟ เพื่อให้ต้นมีความแข็งแรง และควรรักษาระดับร่มเงาให้เหมาะสม อากาศถ่ายเทสะดวก เพื่อรักษาระดับความชื้นป้องกันการเกิดโรค สำหรับฤดูปลูกถัดไป ควรใช้พันธุ์กาแฟอาราบิก้าที่ต้านทานโรค เช่น พันธุ์เชียงใหม่ 80 เป็นต้น






