
Brexit เปิดโอกาสนักวิจัยไทยแลกเปลี่ยนความรู้ระดับอาเซียน
กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดประชุมเชิงปฎิบัติการ เรื่อง เบร็กซิท : โอกาสและความท้าทายของ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ระหว่างความร่วมมือไทย - อังกฤษ (Brexit : Opportunity and Challenge for Science, Technology and Innovation (STI) Collaboration between Thailand-United Kingdom” เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกันระหว่างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ และวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยมีนายอลงกรณ์ เหล่างาม ผู้ตรวจราชการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานกล่าวเปิดงานประชุม
ทั้งยังได้เชิญวิทยากรพิเศษได้แก่ ผศ.สุรัตน์ โหราชัยกุล อาจารย์ภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ผศ.ดร.จาริต ติงศภัทิย์ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ยุโรปศึกษา จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นางสาวเนตรนภา คงศรี ผู้อำนวยการยุโรปตะวันตก และ ดร.ชาญวิทย์ ตรีเดช นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ วท. เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกันระหว่างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ และวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม
ผศ.ดร.จาริต ติงศภัทิย์ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ยุโรปศึกษา กล่าวว่า แม้เหตุการณ์ Brexit จะเกิดขึ้นไปแล้ว แต่ต้องยอมรับว่าจะมีผลต่อนโยบายหลายอย่างโดยเฉพาะเรื่องของการค้า เบร็กซิท เกิดจากการหาเสียงเรื่องของการเลือกตั้งเมื่อสองสามปีก่อน จากนั้นยังเกิดปัญหาของผู้ลี้ภัยที่ทะลักออกมามายังยุโรปกลาง โดยตัวเลขชี้ให้เห็นว่าภายในหนึ่งปี ได้มีผู้ลี้ภัยมาขอหลี้ภัยและติดชะงักอยู่ระหว่างชายแดนกว่าหนึ่งล้านคน กลับกัน คนยุโรปและอังกฤษเองก็ยังไม่พร้อมที่จะต้อนรับผู้ลี้ภัยเหล่านั้น
ประชาชนในยุโรปเกิดความรู้สึกต่อต้านผู้ลี้ภัย ไม่เพียงเท่านั้น จากเหตุการณ์ผู้ก่อการร้ายไอเอส และเหตุการณ์ชาลี เอ็บโด และประชาชนค้านการรับผู้ลี้ภัย ในขณะเดียวกัน ประเทศอังกฤษอยู่ระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งของการพรรคการเมือง ภายหลังการเลือกตั้งพรรคอนุรักษ์นิยม (Conservative) กลับได้รับเสียงอย่างท่วมท้น ซึ่งพรรคเล็กอย่างพรรคเอกราชสหราชอาณาจักรหรือ ยูคิป (UKIP) ที่แต่แรกมีนโยบายอย่างชัดเจนไม่เอาผู้ลี้ภัย ภายหลังการชนะเลือกตั้งนายแคเมรอน ดันได้สัญญาว่าจะให้มีการลงประชามติที่จะให้ออกจากอียู สะท้อนให้เห็นว่าเรื่องของการผู้ลี้ภัยและความเสียเปรียบจากการอยู่ในสหประชาชาติ
นี่เป็นส่วนหนึ่งของเบื้องหลังการลงประชามติให้โหวตออกจากอียู ซึ่งไม่มีใครคาดว่าจะมีผลคะแนนออกมาเช่นนี้ แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วนายกรัฐมนตรีคนเก่าก็ได้ลาออกไป และได้คนใหม่เข้ามาแทนในปัจจุบัน
ด้านน.ส.เนตรนภา คงศรี ผู้อำนวยการยุโรปตะวันตก กระทรวงต่างประเทศ กล่าวว่า ภายหลังเหตุการณ์เบร็กซิท อังกฤษได้ให้ความสำคัญกับฝั่งเอเชียน้อยลง จากการเปลี่ยนมือการดูแลทางด้านการต่างประเทศ แต่ได้ให้ความสำคัญกับประเทศจีนอย่างแน่นแฟ้น
"แล้วไทยอยู่ในสถานะใดของประเทศอังกฤษ อีกหนึ่งสาเหตุคือเหตุการณ์ทางการเมือง คสช. ทำให้อังกฤษมองข้ามประเทศไทยไป ไม่ได้มองประเทศไทยสวยเหมือนเดิม และทางออกหนึ่งที่จะทำให้อังกฤษเชื่อมั่นในไทยได้ คือ การรวมตัวไปกับอาเซียน แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเราเกิดคู่แข่งที่ท้าท้าย ได้แก่ เมียนร์ม่า เวียดนามที่มีมิติทางการเมืองที่ดีขึ้น" น.ส.เนตรนภากล่าว
แต่หากพูดถึงวิทยาศาสตร์ ไทยยังมีโอกาสสามารถพัฒนาเป็นฮับได้ และมีศักยภาพที่จะตอบโจทย์อังกฤษได้ ไม่เพียงเท่านั้นฝรั่งเศษยังเป็นอีกประเทศหนึ่งที่เป็นโอกาสของเขา แต่สถานการณ์ทางการเมืองเองก็ยังไม่เอื้อมากพอ แม้จะมีนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ก็ตาม
“อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของกต. พบว่าโอกาสของ วทน.ยังเป็นไปได้ดีในเรื่องของการวิจัย ซึ่งไทยจะต้องมีนโยบายที่ต้องเอื้อให้เกิดการผลักดันตรงนี้ไปด้วย ท้ายที่สุดสามารถสรุปได้ว่า ทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับความมั่นคงของชาติและความมั่งคั่งของประเทศ” น.ส.เนตรนภา กล่าว
ดร.ชาญวิทย์ ตรีเดช นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ วท. ได้พูดถึงเรื่องอุทยานวิทยาศาสตร์ (Science park) ซึ่งเป็นสถานที่อำนวยความสะดวกเพื่อให้เอกชนเข้ามาเช่าเพื่อทำวิจัย ซึ่งจะเป็นที่รู้ดีว่า อุทยานวิทยาศาสตร์เกิดขึ้นครั้งแรกที่ประเทศสหรัฐอเมริกา แต่เดิมที่นั้นเป็นที่เคยปลูกยาเสพติดมาก่อน จึงมีความคิดเห็ยว่าจะอย่างไรให้เอกชนเข้ามาลงทุน เพราะอีกสาเหตุนึงก็คือมีมหาวิทยาลัยสามแห่งเกิดขึ้นโดยรอบสถานที่แห่งนั้นด้วย อย่างไรก็ดีกลับได้ผลตอบรับเป็นอย่างดี เกิดการวิจัยอย่างต่อเนื่องและเกิดการวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยเหล่านั้น นั้นเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานวิทยาศาสตร์แห่งแรก ซึ่งเชื่อมโยงไปในเรื่องของสตาร์ทอัพ
เมื่อโยงใยกลับมาเรื่องสตาร์ทอัพ ของคนที่จะต้องทำในเรื่องของ tech-startup ที่ต้องเติบโตอย่างก้าวกระโดด และได้รับการต่อยอดจากทุนของนักลงทุนและการกู้ยืมทางธนาคาร จริง ๆ แล้วสตาร์ทอัพที่มักจะประสบความสำเร็จนั้นได้แก่ เฟซบุก ยูเบอร์ Grab กลับกันนโยบายที่ทางรัฐบาลเอื้อนั้นแทนที่จะมาอุดหนุนสตาร์ทอัพโดยตรง เมื่อมองไปลึก ๆ แล้วกลับหนุน SMEs มากกว่า
ขณะนี้ทางวท.ได้มีอุทยานวิทยาศาสตร์อย่างเป็นรูปธรรม จากการสร้างอุทยานวิทยาศาสตร์ในระดับภูมิภาคในพื้นที่ของมหาวิทยาลัย ได้แก่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งจะต้องมีกิจกรรมที่จะต้องสร้างเครือข่ายต่าง ๆ เพื่อดึงให้เอกชนเข้าไปร่วมทุนกับอุทยานวิทยาศาสตร์ด้วย
“อย่างไรก็ตามเมื่อเชื่อมร้อยเรื่องเหล่านี้กับสถานการณ์เบ็กซิทแล้ว ซึ่งหากมองในเรื่องจุลภาคแล้ว ผมเป็นหนึ่งคนของนักเรียนทุนวิจัยที่ได้ไปศึกษาต่อยังประเทศอังกฤษ ซึ่งในห้องแล็ปได้จะเห็นนักเรียนทุนจำนวนมากที่มาจากอียู ทำให้เกิดการเปิดโลกทัศน์มากมายในการวิจัยต่าง ๆ จึงมองว่าไทยจะมีโอกาสเป็นอย่างมากในการไปศึกษาต่อยังประเทศอังกฤษ แม้อาจจะมีทุนอียูน้อยลง แต่คาดว่าไทยอาจจะขอทุนจากทางอังกฤษได้โดยตรงในจำนวนทุนที่มากขึ้น ทั้งนี้รวมถึงทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ผมยังคงคิดว่าทางอังกฤษจะคงเปิดกว้างและพึ่งพาบุคลากรจากนอกประเทศเสียส่วนใหญ่ นั่นเป็นโอกาสที่จะทำให้นักวิจัยไทยไปร่วมมือกับอังกฤษได้” ดร.ชาญวิทย์ กล่าว
สรุปได้ว่า เหตุการณ์ Brexit นั้นจะเป็นโอกาสที่ดีของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่จะสามารถพัฒนาไปข้างหน้าได้ แต่นักวิจัยของไทยก็ต้องเปลี่ยนทัศนคติที่จะเปิดกว้างการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างนักวิจัยภายในอาเซียนด้วย เพราะปัจจุบันต้องยอมรับว่าประเทศเพื่อนบ้านของไทย มีการพัฒนากลไกความรู้ไปได้ไกลเช่นกัน
ทั้งยังได้เชิญวิทยากรพิเศษได้แก่ ผศ.สุรัตน์ โหราชัยกุล อาจารย์ภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ผศ.ดร.จาริต ติงศภัทิย์ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ยุโรปศึกษา จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นางสาวเนตรนภา คงศรี ผู้อำนวยการยุโรปตะวันตก และ ดร.ชาญวิทย์ ตรีเดช นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ วท. เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกันระหว่างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ และวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม
ผศ.ดร.จาริต ติงศภัทิย์ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ยุโรปศึกษา กล่าวว่า แม้เหตุการณ์ Brexit จะเกิดขึ้นไปแล้ว แต่ต้องยอมรับว่าจะมีผลต่อนโยบายหลายอย่างโดยเฉพาะเรื่องของการค้า เบร็กซิท เกิดจากการหาเสียงเรื่องของการเลือกตั้งเมื่อสองสามปีก่อน จากนั้นยังเกิดปัญหาของผู้ลี้ภัยที่ทะลักออกมามายังยุโรปกลาง โดยตัวเลขชี้ให้เห็นว่าภายในหนึ่งปี ได้มีผู้ลี้ภัยมาขอหลี้ภัยและติดชะงักอยู่ระหว่างชายแดนกว่าหนึ่งล้านคน กลับกัน คนยุโรปและอังกฤษเองก็ยังไม่พร้อมที่จะต้อนรับผู้ลี้ภัยเหล่านั้น
ประชาชนในยุโรปเกิดความรู้สึกต่อต้านผู้ลี้ภัย ไม่เพียงเท่านั้น จากเหตุการณ์ผู้ก่อการร้ายไอเอส และเหตุการณ์ชาลี เอ็บโด และประชาชนค้านการรับผู้ลี้ภัย ในขณะเดียวกัน ประเทศอังกฤษอยู่ระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งของการพรรคการเมือง ภายหลังการเลือกตั้งพรรคอนุรักษ์นิยม (Conservative) กลับได้รับเสียงอย่างท่วมท้น ซึ่งพรรคเล็กอย่างพรรคเอกราชสหราชอาณาจักรหรือ ยูคิป (UKIP) ที่แต่แรกมีนโยบายอย่างชัดเจนไม่เอาผู้ลี้ภัย ภายหลังการชนะเลือกตั้งนายแคเมรอน ดันได้สัญญาว่าจะให้มีการลงประชามติที่จะให้ออกจากอียู สะท้อนให้เห็นว่าเรื่องของการผู้ลี้ภัยและความเสียเปรียบจากการอยู่ในสหประชาชาติ
นี่เป็นส่วนหนึ่งของเบื้องหลังการลงประชามติให้โหวตออกจากอียู ซึ่งไม่มีใครคาดว่าจะมีผลคะแนนออกมาเช่นนี้ แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วนายกรัฐมนตรีคนเก่าก็ได้ลาออกไป และได้คนใหม่เข้ามาแทนในปัจจุบัน
ด้านน.ส.เนตรนภา คงศรี ผู้อำนวยการยุโรปตะวันตก กระทรวงต่างประเทศ กล่าวว่า ภายหลังเหตุการณ์เบร็กซิท อังกฤษได้ให้ความสำคัญกับฝั่งเอเชียน้อยลง จากการเปลี่ยนมือการดูแลทางด้านการต่างประเทศ แต่ได้ให้ความสำคัญกับประเทศจีนอย่างแน่นแฟ้น
"แล้วไทยอยู่ในสถานะใดของประเทศอังกฤษ อีกหนึ่งสาเหตุคือเหตุการณ์ทางการเมือง คสช. ทำให้อังกฤษมองข้ามประเทศไทยไป ไม่ได้มองประเทศไทยสวยเหมือนเดิม และทางออกหนึ่งที่จะทำให้อังกฤษเชื่อมั่นในไทยได้ คือ การรวมตัวไปกับอาเซียน แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเราเกิดคู่แข่งที่ท้าท้าย ได้แก่ เมียนร์ม่า เวียดนามที่มีมิติทางการเมืองที่ดีขึ้น" น.ส.เนตรนภากล่าว
แต่หากพูดถึงวิทยาศาสตร์ ไทยยังมีโอกาสสามารถพัฒนาเป็นฮับได้ และมีศักยภาพที่จะตอบโจทย์อังกฤษได้ ไม่เพียงเท่านั้นฝรั่งเศษยังเป็นอีกประเทศหนึ่งที่เป็นโอกาสของเขา แต่สถานการณ์ทางการเมืองเองก็ยังไม่เอื้อมากพอ แม้จะมีนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ก็ตาม
“อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของกต. พบว่าโอกาสของ วทน.ยังเป็นไปได้ดีในเรื่องของการวิจัย ซึ่งไทยจะต้องมีนโยบายที่ต้องเอื้อให้เกิดการผลักดันตรงนี้ไปด้วย ท้ายที่สุดสามารถสรุปได้ว่า ทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับความมั่นคงของชาติและความมั่งคั่งของประเทศ” น.ส.เนตรนภา กล่าว
ดร.ชาญวิทย์ ตรีเดช นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ วท. ได้พูดถึงเรื่องอุทยานวิทยาศาสตร์ (Science park) ซึ่งเป็นสถานที่อำนวยความสะดวกเพื่อให้เอกชนเข้ามาเช่าเพื่อทำวิจัย ซึ่งจะเป็นที่รู้ดีว่า อุทยานวิทยาศาสตร์เกิดขึ้นครั้งแรกที่ประเทศสหรัฐอเมริกา แต่เดิมที่นั้นเป็นที่เคยปลูกยาเสพติดมาก่อน จึงมีความคิดเห็ยว่าจะอย่างไรให้เอกชนเข้ามาลงทุน เพราะอีกสาเหตุนึงก็คือมีมหาวิทยาลัยสามแห่งเกิดขึ้นโดยรอบสถานที่แห่งนั้นด้วย อย่างไรก็ดีกลับได้ผลตอบรับเป็นอย่างดี เกิดการวิจัยอย่างต่อเนื่องและเกิดการวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยเหล่านั้น นั้นเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานวิทยาศาสตร์แห่งแรก ซึ่งเชื่อมโยงไปในเรื่องของสตาร์ทอัพ
เมื่อโยงใยกลับมาเรื่องสตาร์ทอัพ ของคนที่จะต้องทำในเรื่องของ tech-startup ที่ต้องเติบโตอย่างก้าวกระโดด และได้รับการต่อยอดจากทุนของนักลงทุนและการกู้ยืมทางธนาคาร จริง ๆ แล้วสตาร์ทอัพที่มักจะประสบความสำเร็จนั้นได้แก่ เฟซบุก ยูเบอร์ Grab กลับกันนโยบายที่ทางรัฐบาลเอื้อนั้นแทนที่จะมาอุดหนุนสตาร์ทอัพโดยตรง เมื่อมองไปลึก ๆ แล้วกลับหนุน SMEs มากกว่า
ขณะนี้ทางวท.ได้มีอุทยานวิทยาศาสตร์อย่างเป็นรูปธรรม จากการสร้างอุทยานวิทยาศาสตร์ในระดับภูมิภาคในพื้นที่ของมหาวิทยาลัย ได้แก่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งจะต้องมีกิจกรรมที่จะต้องสร้างเครือข่ายต่าง ๆ เพื่อดึงให้เอกชนเข้าไปร่วมทุนกับอุทยานวิทยาศาสตร์ด้วย
“อย่างไรก็ตามเมื่อเชื่อมร้อยเรื่องเหล่านี้กับสถานการณ์เบ็กซิทแล้ว ซึ่งหากมองในเรื่องจุลภาคแล้ว ผมเป็นหนึ่งคนของนักเรียนทุนวิจัยที่ได้ไปศึกษาต่อยังประเทศอังกฤษ ซึ่งในห้องแล็ปได้จะเห็นนักเรียนทุนจำนวนมากที่มาจากอียู ทำให้เกิดการเปิดโลกทัศน์มากมายในการวิจัยต่าง ๆ จึงมองว่าไทยจะมีโอกาสเป็นอย่างมากในการไปศึกษาต่อยังประเทศอังกฤษ แม้อาจจะมีทุนอียูน้อยลง แต่คาดว่าไทยอาจจะขอทุนจากทางอังกฤษได้โดยตรงในจำนวนทุนที่มากขึ้น ทั้งนี้รวมถึงทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ผมยังคงคิดว่าทางอังกฤษจะคงเปิดกว้างและพึ่งพาบุคลากรจากนอกประเทศเสียส่วนใหญ่ นั่นเป็นโอกาสที่จะทำให้นักวิจัยไทยไปร่วมมือกับอังกฤษได้” ดร.ชาญวิทย์ กล่าว
สรุปได้ว่า เหตุการณ์ Brexit นั้นจะเป็นโอกาสที่ดีของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่จะสามารถพัฒนาไปข้างหน้าได้ แต่นักวิจัยของไทยก็ต้องเปลี่ยนทัศนคติที่จะเปิดกว้างการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างนักวิจัยภายในอาเซียนด้วย เพราะปัจจุบันต้องยอมรับว่าประเทศเพื่อนบ้านของไทย มีการพัฒนากลไกความรู้ไปได้ไกลเช่นกัน






