
ผนึกกำลัง3หน่วยงานช่วยผู้ยากจนที่มีปัญหาจะสูญเสียที่ดิน
นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยในโอกาสเป็นประธานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) สำหรับการดำเนินงานเพื่อให้ความช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ยากจนที่มีปัญหาจะสูญเสียสิทธิในที่ดิน ปี 2559 ระหว่าง สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)ว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายในการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรที่จะส่งผลให้ถูกยึดที่ดินทำกิน มติคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2558 ให้กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับกระทรวงการคลัง และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรโดยกระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการสำรวจหนี้สินเกษตรกร ซึ่งเป็นหนี้นอกระบบ และส่งข้อมูลให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณาให้ความช่วยเหลือ ผ่านกลไกของกองทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจน ทั้งนี้ มีจำนวนเกษตรกรที่ผ่านการพิจารณาอนุมัติให้ความช่วยเหลือด้านเงินกู้จากคณะอนุกรรมการช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ยากจน (อชก.) ส่วนจังหวัด และ อชก.ส่วนอำเภอจำนวน 809 ราย จำนวนเงิน 202.74 ล้านบาท และอยู่ระหว่างการพิจารณาของ อชก.ส่วนกลาง จำนวน 330 ราย เป็นจำนวนเงินประมาณ 323.17 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 525.91 ล้านบาท
“แต่เนื่องจากงบประมาณที่มีอยู่ไม่เพียงพอ ดังนั้น พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงให้ นายอำนวย ปะติเส ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมหารือกับ ธนาคารออมสิน ธ.ก.ส. สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) และ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เพื่อพิจารณาหาแนวทางในการให้ความช่วยเหลือเกษตรกร เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2559 ซึ่งผลการหารือ สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) มีวัตถุประสงค์ในการให้สินเชื่อเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการสูญเสียสิทธิในที่ดินเกษตรกรรม ยินดีรับเกษตรกรและผู้ยากจนที่ผ่านการอนุมัติเงินกู้ และรอการเบิกจ่ายเงินจากกองทุนหมุนเวียนฯ ไปพิจารณาให้ความช่วยเหลือตามระเบียบและหลักเกณฑ์ข้อบังคับของ บจธ.”
ทั้ง 3 หน่วยงานได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) และ ธ.ก.ส. ได้ตกลงในการดำเนินงาน เพื่อให้ความช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ยากจนที่มีปัญหาจะสูญเสียสิทธิในที่ดิน โดยใช้กลไกตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยกองทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจน พ.ศ.2546 และข้อบังคับ บจธ. ว่าด้วยการให้สินเชื่อเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการสูญเสียสิทธิในที่ดินเกษตรกรรม พ.ศ.2559 ทั้งนี้ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาช่วงระยะเวลาที่ทุนหมุนเวียนฯ ขาดสภาพคล่อง รวมทั้งเพิ่มช่องทางให้เกษตรกรและผู้ยากจน มีโอกาสในการได้รับความช่วยเหลือเพิ่มขึ้น ตลอดจนเพื่อรักษาสิทธิของเกษตรกรและผู้ยากจนที่ได้รับการอนุมัติแล้ว ให้สามารถปลดเปลื้องหนี้สินและสามารถไถ่ถอนที่ดินคืนจากเจ้าหนี้ได้ ในช่วงระยะเวลาดังกล่าว
“แต่เนื่องจากงบประมาณที่มีอยู่ไม่เพียงพอ ดังนั้น พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงให้ นายอำนวย ปะติเส ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมหารือกับ ธนาคารออมสิน ธ.ก.ส. สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) และ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เพื่อพิจารณาหาแนวทางในการให้ความช่วยเหลือเกษตรกร เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2559 ซึ่งผลการหารือ สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) มีวัตถุประสงค์ในการให้สินเชื่อเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการสูญเสียสิทธิในที่ดินเกษตรกรรม ยินดีรับเกษตรกรและผู้ยากจนที่ผ่านการอนุมัติเงินกู้ และรอการเบิกจ่ายเงินจากกองทุนหมุนเวียนฯ ไปพิจารณาให้ความช่วยเหลือตามระเบียบและหลักเกณฑ์ข้อบังคับของ บจธ.”
ทั้ง 3 หน่วยงานได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) และ ธ.ก.ส. ได้ตกลงในการดำเนินงาน เพื่อให้ความช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ยากจนที่มีปัญหาจะสูญเสียสิทธิในที่ดิน โดยใช้กลไกตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยกองทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจน พ.ศ.2546 และข้อบังคับ บจธ. ว่าด้วยการให้สินเชื่อเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการสูญเสียสิทธิในที่ดินเกษตรกรรม พ.ศ.2559 ทั้งนี้ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาช่วงระยะเวลาที่ทุนหมุนเวียนฯ ขาดสภาพคล่อง รวมทั้งเพิ่มช่องทางให้เกษตรกรและผู้ยากจน มีโอกาสในการได้รับความช่วยเหลือเพิ่มขึ้น ตลอดจนเพื่อรักษาสิทธิของเกษตรกรและผู้ยากจนที่ได้รับการอนุมัติแล้ว ให้สามารถปลดเปลื้องหนี้สินและสามารถไถ่ถอนที่ดินคืนจากเจ้าหนี้ได้ ในช่วงระยะเวลาดังกล่าว






