
จ่อตัดสิทธิ์นมร.ร.อีก3ราย ‘อ.ส.ค.-วารินฯ-อุดรแดรี่ฯ’/9รายโวยไม่เป็นธรรม
มิลค์บอร์ด จ่อตัดสิทธิ์โควตานมโรงเรียนอีก 3 ราย “อ.ส.ค. -วารินมิลค์-อุดรแดรี่ฯ” หลังกระทรวงสาธารณสุขประเมินผลนมตกมาตรฐานขณะที่วงการกังขา 1 ใน 3 ราย เป็นขาใหญ่ หวั่นตัดสินไม่เป็นธรรม ด้านเกษตรกร - 3 สมาคมนมเฮ “ฉัตรชัย” ไฟเขียวนัดเข้าพบ วันที่ 6 ต.ค.นี้หวังผ่อนเกณฑ์นมโรงเรียนปี 60
[caption id="attachment_103301" align="aligncenter" width="335"]
ศักดิ์ชัย ศรีบุญซื่อ
รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในประธานอนุกรรมการพิจารณาความผิดและกำหนดลงโทษและพิจารณาอัตราเบี้ยปรับ ในคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม[/caption]
นายศักดิ์ชัย ศรีบุญซื่อ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในประธานอนุกรรมการพิจารณาความผิดและกำหนดลงโทษและพิจารณาอัตราเบี้ยปรับ ในคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม หรือมิลค์บอร์ด เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่าที่ประชุม (วันที่ 29 ก.ย.59) ได้พิจารณาตัดสิทธิ์โควตาโครงการอาหารเสริม(นม)โรงเรียนปี 2559 อีก 3 ราย ได้แก่ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ภาคเหนือตอนบน จำนวน 13 ตันต่อวัน จากทั้งหมด 86.3 ตันต่อวัน 2. บจก. อุดรแดรี่ฟูดส์ จำนวน 5.54 ตัน/วัน และ 3.บจก.วารินมิลค์ จำนวน 29.9 ตัน/วัน รวมทั้งสิ้น 121.74 ตัน/วัน จากถูกตรวจสอบแล้วคุณภาพน้ำนมดิบไม่ได้มาตรฐาน หลังจากนั้นจะพิจารณาให้บริษัทใดส่งแทน จะพิจารณาเป็นลำดับถัดไป แล้วจะนำเสนอเข้ามิลค์บอร์ดที่มีนายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรฯ เป็นประธานในเร็ว ๆ นี้
นสพ.วัชรินทร์ เอกประเสริฐ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในมิลค์บอร์ด และผู้ตรวจสอบกิจการสหกรณ์โคนมมวกเหล็ก จำกัด หนึ่งใน 9 รายที่ถูกตัดสิทธิ์ก่อนหน้านี้ กล่าวว่า ผลการตัดสินไม่เป็นธรรมกับอีก 9 รายก่อนหน้านั้น เพราะหาก อ.ส.ค.ถูกตัดสิทธิ์จะต้องโดนทั้งหมด จะมาแบ่งเป็นรายภาคไม่ได้ จะต้องตัดสินให้เช่นเดียวกันกับสหกรณ์โคนมมวกเหล็ก ที่ถูกปิดทั้ง 2 โรงงาน นอกจากนี้เมื่อปีที่แล้ว สหกรณ์โคนมปากช่อง มีปัญหานมตกคุณภาพ มิลค์บอร์ดสั่งให้ปิดโรงนมพาสเจอร์ไรส์ แต่ให้โรงนมยูเอชทีส่งแทน ก็ยอมส่งขาดทุนดีกว่านมเททิ้งทั้งหมด แต่กับสหกรณ์ฯมวกเหล็กปิดทั้ง 2 โรง มองว่าการตัดสินไม่ได้มาตรฐาน
"ก่อนหน้านี้ บจก.ทุ่งกุลาแดรี่ฟูดส์ ได้มีหนังสือยื่นฟ้องศาลปกครอง ผมก็ไปให้การที่ศาล เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2559 ในฐานะพยานและกรรมการในมิลค์บอร์ด ถึงมาตรฐานการตัดสินที่ไม่เป็นธรรม อีกทั้งฝ่ายกฎหมายของกระทรวงก็ได้ยืนยันกับศาลว่ามิลค์บอร์ดไม่มีอำนาจในการพิจารณาลงโทษ เพราะรุนแรงเกินกว่าเหตุ ผมก็เห็นด้วย อย่างไรก็ดีระหว่างที่มีการอุทธรณ์ทางสหกรณ์ก็ยังผลิตส่งนมโรงเรียนปกติ"
ด้านนายนัยฤทธิ์ จำเล ประธานกรรมการชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า ในวันที่ 6 ตุลาคม 2559 ทาง พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะมีการหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม เรื่องขอให้ทบทวนมาตรฐานน้ำนมโคในประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับ 350) พ.ศ. 2556 ใหม่ เพราะจะส่งผลกระทบเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมไม่น้อยกว่า 90% หรือคิดเป็นปริมาณน้ำนมโคของเกษตรกรจำนวนไม่น้อยกว่า 1,440 ตันต่อวัน ไม่สามารถจำหน่ายได้ รวมทั้งอาจเป็นเหตุผลสนับสนุนให้ผู้ประกอบการแปรรูปผลิตภัณฑ์นมปฏิเสธการรับซื้อน้ำนมโคของเกษตรกรแล้วปรับเปลี่ยนไปใช้นมผงจากต่างประเทศในราคาที่ถูกกว่า
สอดคล้องกับนายวสันต์ จีนหลง นายกสมาคมผู้ผลิตนมพาสเจอร์ไรส์ กล่าวว่า การกำหนดปริมาณอะฟลาทอกซิน ในน้ำนมโคในน้ำนมดิบไม่เกิน 0.5 ไมโครกรัมนั้น ที่องค์การอาหารและยา( อย.) กำหนดนั้นเห็นด้วยเพราะเป็นการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยอาหารสำหรับผู้บริโภค แต่ค่าใช้จ่ายในการวิเคราะห์ต่อตัวอย่างมีราคาสูงมาก ซึ่งส่งผลทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถตรวจสอบได้ทุกล็อตของการรับน้ำนม ดังนั้นจึงเสนอแนะให้กำหนดการทวนสอบค่าน้ำนมดิบให้เป็นความรับผิดชอบของศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบ/สหกรณ์โคนม
ขณะที่นายทรงวุฒิ มลิวัลย์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนากิจกรรมนักเรียน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ยืนยันว่าคุณภาพน้ำนมดิบ จะไม่มีการผ่อนผันเกณฑ์ เพราะก่อนหน้านี้ที่จะกำหนดมาตรฐาน ทุกโรง-เกษตรกร บอกว่าทำได้ แล้ววันนี้จะมาเปลี่ยนกฎเพื่อบางกลุ่ม เอื้อใครกันแน่
Photo : schoolmilkthai
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,197 วันที่ 2 - 5 ตุลาคม พ.ศ. 2559
[caption id="attachment_103301" align="aligncenter" width="335"]
รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในประธานอนุกรรมการพิจารณาความผิดและกำหนดลงโทษและพิจารณาอัตราเบี้ยปรับ ในคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม[/caption]
นายศักดิ์ชัย ศรีบุญซื่อ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในประธานอนุกรรมการพิจารณาความผิดและกำหนดลงโทษและพิจารณาอัตราเบี้ยปรับ ในคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม หรือมิลค์บอร์ด เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่าที่ประชุม (วันที่ 29 ก.ย.59) ได้พิจารณาตัดสิทธิ์โควตาโครงการอาหารเสริม(นม)โรงเรียนปี 2559 อีก 3 ราย ได้แก่ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ภาคเหนือตอนบน จำนวน 13 ตันต่อวัน จากทั้งหมด 86.3 ตันต่อวัน 2. บจก. อุดรแดรี่ฟูดส์ จำนวน 5.54 ตัน/วัน และ 3.บจก.วารินมิลค์ จำนวน 29.9 ตัน/วัน รวมทั้งสิ้น 121.74 ตัน/วัน จากถูกตรวจสอบแล้วคุณภาพน้ำนมดิบไม่ได้มาตรฐาน หลังจากนั้นจะพิจารณาให้บริษัทใดส่งแทน จะพิจารณาเป็นลำดับถัดไป แล้วจะนำเสนอเข้ามิลค์บอร์ดที่มีนายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรฯ เป็นประธานในเร็ว ๆ นี้
นสพ.วัชรินทร์ เอกประเสริฐ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในมิลค์บอร์ด และผู้ตรวจสอบกิจการสหกรณ์โคนมมวกเหล็ก จำกัด หนึ่งใน 9 รายที่ถูกตัดสิทธิ์ก่อนหน้านี้ กล่าวว่า ผลการตัดสินไม่เป็นธรรมกับอีก 9 รายก่อนหน้านั้น เพราะหาก อ.ส.ค.ถูกตัดสิทธิ์จะต้องโดนทั้งหมด จะมาแบ่งเป็นรายภาคไม่ได้ จะต้องตัดสินให้เช่นเดียวกันกับสหกรณ์โคนมมวกเหล็ก ที่ถูกปิดทั้ง 2 โรงงาน นอกจากนี้เมื่อปีที่แล้ว สหกรณ์โคนมปากช่อง มีปัญหานมตกคุณภาพ มิลค์บอร์ดสั่งให้ปิดโรงนมพาสเจอร์ไรส์ แต่ให้โรงนมยูเอชทีส่งแทน ก็ยอมส่งขาดทุนดีกว่านมเททิ้งทั้งหมด แต่กับสหกรณ์ฯมวกเหล็กปิดทั้ง 2 โรง มองว่าการตัดสินไม่ได้มาตรฐาน
"ก่อนหน้านี้ บจก.ทุ่งกุลาแดรี่ฟูดส์ ได้มีหนังสือยื่นฟ้องศาลปกครอง ผมก็ไปให้การที่ศาล เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2559 ในฐานะพยานและกรรมการในมิลค์บอร์ด ถึงมาตรฐานการตัดสินที่ไม่เป็นธรรม อีกทั้งฝ่ายกฎหมายของกระทรวงก็ได้ยืนยันกับศาลว่ามิลค์บอร์ดไม่มีอำนาจในการพิจารณาลงโทษ เพราะรุนแรงเกินกว่าเหตุ ผมก็เห็นด้วย อย่างไรก็ดีระหว่างที่มีการอุทธรณ์ทางสหกรณ์ก็ยังผลิตส่งนมโรงเรียนปกติ"
ด้านนายนัยฤทธิ์ จำเล ประธานกรรมการชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า ในวันที่ 6 ตุลาคม 2559 ทาง พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะมีการหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม เรื่องขอให้ทบทวนมาตรฐานน้ำนมโคในประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับ 350) พ.ศ. 2556 ใหม่ เพราะจะส่งผลกระทบเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมไม่น้อยกว่า 90% หรือคิดเป็นปริมาณน้ำนมโคของเกษตรกรจำนวนไม่น้อยกว่า 1,440 ตันต่อวัน ไม่สามารถจำหน่ายได้ รวมทั้งอาจเป็นเหตุผลสนับสนุนให้ผู้ประกอบการแปรรูปผลิตภัณฑ์นมปฏิเสธการรับซื้อน้ำนมโคของเกษตรกรแล้วปรับเปลี่ยนไปใช้นมผงจากต่างประเทศในราคาที่ถูกกว่า
สอดคล้องกับนายวสันต์ จีนหลง นายกสมาคมผู้ผลิตนมพาสเจอร์ไรส์ กล่าวว่า การกำหนดปริมาณอะฟลาทอกซิน ในน้ำนมโคในน้ำนมดิบไม่เกิน 0.5 ไมโครกรัมนั้น ที่องค์การอาหารและยา( อย.) กำหนดนั้นเห็นด้วยเพราะเป็นการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยอาหารสำหรับผู้บริโภค แต่ค่าใช้จ่ายในการวิเคราะห์ต่อตัวอย่างมีราคาสูงมาก ซึ่งส่งผลทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถตรวจสอบได้ทุกล็อตของการรับน้ำนม ดังนั้นจึงเสนอแนะให้กำหนดการทวนสอบค่าน้ำนมดิบให้เป็นความรับผิดชอบของศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบ/สหกรณ์โคนม
ขณะที่นายทรงวุฒิ มลิวัลย์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนากิจกรรมนักเรียน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ยืนยันว่าคุณภาพน้ำนมดิบ จะไม่มีการผ่อนผันเกณฑ์ เพราะก่อนหน้านี้ที่จะกำหนดมาตรฐาน ทุกโรง-เกษตรกร บอกว่าทำได้ แล้ววันนี้จะมาเปลี่ยนกฎเพื่อบางกลุ่ม เอื้อใครกันแน่
Photo : schoolmilkthai
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,197 วันที่ 2 - 5 ตุลาคม พ.ศ. 2559






