
พาณิชย์คุยคู่ค้ารุมตอมไทย ปี60 เปิดแฟ้มถก FTA คึกคัก /ส่งไม้อธิบดีใหม่สานต่อ
กรมเจรจาการค้าชี้ไทยเนื้อหอมสุดๆ ต่างชาติทั้งในเอเชีย และยุโรปรุมตอมขอเปิดเจรจาเอฟทีเอ-เจรจาขยายการค้า หลังระดับผู้นำประเทศเดินทางเยือนนำร่อง ไล่ตั้งแต่ บังกลาเทศ ศรีลังกา สวิตเซอร์แลนด์เยอรมนี มัลดีฟส์ เนปาล ขณะเอฟทีเอที่ยังค้างทั้ง RCEP อาเซียน-ฮ่องกงไทย-ปากีสถาน ส่งไม้อธิบดีคนใหม่สานต่อ
[caption id="attachment_102993" align="aligncenter" width="335"]
ศิรินารถ ใจมั่น
อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์[/caption]
นางสาวศิรินารถ ใจมั่น อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์(พณ.) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" (ก่อนเกษียณอายุราชการ)ว่า กรมยังคงเดินหน้าเจรจาเพื่อจัดทำเขตการค้าเสรี(เอฟทีเอ)กับประเทศที่น่าสนใจและประเทศดังกล่าวสนใจจะเจรจากับไทยเช่นกัน ทั้งนี้มีหลายประเทศที่สนใจจะเจรจาเอฟทีเอกับไทยภายหลังการเดินทางเยือนนานาประเทศของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รวมถึง ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อาทิ บังกลาเทศ ที่ไทยเห็นว่าเป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพทั้งทางด้านการค้าการลงทุน รวมทั้งมีทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ เช่นน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน เป็นต้น
ดังนั้นเพื่อเป็นการขับเคลื่อนความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจของ2ประเทศ ไทยเองยินดีที่จะเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า(JTC)ไทย-บังกลาเทศ ครั้งที่4 ที่บังกลาเทศจะเป็นเจ้าภาพเร็วๆนี้ ทั้งนี้ไทยมีมูลค่าการค้า(ส่งออก+นำเข้า)กับบังกลาเทศในปี2558 มูลค่ารวม 903 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และในปีนี้ช่วง 8 เดือนแรก การค้าสองฝ่าย มีมูลค่าการค้ารวม 660 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัว 8% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
"กับศรีลังกา กระทรวงพาณิชย์ผลักให้มีการประชุมคณะอนุกรรมการด้านการค้าไทย-ศรีลังกา ครั้งที่ 2 เพื่อแสวงหาโอกาสทางการค้าและการลงทุน และหาช่องทางเพิ่มมูลค่าเพิ่มทางค่าการค้าและการลงทุนระหว่างกัน โดยกำหนดเป้าหมายเพิ่มค่าการค้าระหว่างกันไว้ที่ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี2560"
ขณะที่ในส่วนของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้มีการหารือถึงแนวทางการส่งเสริมการลงทุน และปัญหาอุปสรรคทางการค้าระหว่างกัน โดยการค้ากับสวิตเซอร์แลนด์ในช่วง8 เดือนแรกของปีนี้มีมูลค่า 6,420 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯขยายตัว 50% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ในปี 2558 การค้าไทย-สวิตเซอร์แลนด์มีมูลค่า 7,066 ล้ายดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัว 17%
ส่วนเยอรมนีเองไทยได้เชิญชวนให้เยอรมนีมาลงทุนในไทย โดยที่เยอรมนีได้แสดงความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทยและเห็นว่าการปรับปรุงพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวจะเป็นการส่งเสริมให้นักลงทุนเยอรมนีเข้ามาลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการพัฒนาความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยไทยมีมูลค่าการค้ากับเยอรมนีช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้มูลค่า 6,807 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัว 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ทั้งปี 2558 การค้าระหว่างกันมีมูลค่า 9,834ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัวลดลง 6%
ด้านประเทศมัลดีฟส์ รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์เตรียมจะเดินทางไปดูลู่ทางโอกาสทางการค้าในช่วงเดือนตุลาคมนี้ และจะมีการหารือกับทางมัลดีฟส์ในการผลักดันการค้าและการลงทุนระหว่างกันให้ขยายตัว โดยมีเป้าหมายเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกันเป็น 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2561(จากปี 2558 การค้าไทย-มัลดีฟส์มีมูลค่า 122 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ)
"นอกจากนี้ยังมีเนปาลที่ขอให้ไทยลดภาษีนำเข้าสินค้า รวมถึงให้สิทธิพิเศษทางภาษีส่วนไทยเองขอให้เนปาลช่วยผลักดันให้ความตกลง BIMSTEC FTA สรุปผลโดยเร็วเพื่อประโยชน์ของประเทศสมาชิกโดยรวมซึ่งรวมถึงไทยและเนปาลด้วย"
นางสาวศิรินารถ กล่าวอีกว่า ในส่วนเอฟทีเอที่ยังค้างอยู่นั้น อธิบดีกรมเจรจาฯ คนใหม่(บุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร) จะสานต่อได้และมั่นใจในฝีมือและการทำงาน โดยเอฟทีเอที่อยู่ระหว่างการเจรจา ได้แก่ ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค(RCEP หรืออาเซียน+6) อาเซียน-ฮ่องกง ซึ่งในส่วนของ RCEP ได้สรุปผลประเด็นสำคัญแล้วในปีที่ผ่านมา และมีเป้าหมายที่จะเจรจาประเด็นทางด้านเทคนิคในรายละเอียดต่อไป เพื่อสรุปผลการเจรจาในประเด็นสำคัญที่ยังค้างให้ได้ตามเป้าหมายในปีนี้ โดยการประชุมครั้งที่ 14 จะจัดขึ้นช่วงกลางเดือนสิงหาคม 2559 ที่ประเทศเวียดนาม
"ส่วนเอฟทีเอไทย-ปากีสถานแม้จะได้มีการเจรจากันไปแล้ว 5 รอบและอยู่ระหว่างยื่นสินค้าที่จะลดภาษีระหว่างกัน เช่น สินค้าอะไรที่ต้องลดภาษีให้เป็น 0% และสัดส่วนเท่าไหร่ โดยได้ตั้งเป้าจะลงนามความตกลงในปี 2560 ส่วนเอฟทีเออาเซียน-ฮ่องกงมีเป้าหมายสรุปผลการเจรจาภายในปีนี้"
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,197 วันที่ 2 - 5 ตุลาคม พ.ศ. 2559
[caption id="attachment_102993" align="aligncenter" width="335"]
อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์[/caption]
นางสาวศิรินารถ ใจมั่น อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์(พณ.) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" (ก่อนเกษียณอายุราชการ)ว่า กรมยังคงเดินหน้าเจรจาเพื่อจัดทำเขตการค้าเสรี(เอฟทีเอ)กับประเทศที่น่าสนใจและประเทศดังกล่าวสนใจจะเจรจากับไทยเช่นกัน ทั้งนี้มีหลายประเทศที่สนใจจะเจรจาเอฟทีเอกับไทยภายหลังการเดินทางเยือนนานาประเทศของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รวมถึง ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อาทิ บังกลาเทศ ที่ไทยเห็นว่าเป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพทั้งทางด้านการค้าการลงทุน รวมทั้งมีทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ เช่นน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน เป็นต้น
ดังนั้นเพื่อเป็นการขับเคลื่อนความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจของ2ประเทศ ไทยเองยินดีที่จะเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า(JTC)ไทย-บังกลาเทศ ครั้งที่4 ที่บังกลาเทศจะเป็นเจ้าภาพเร็วๆนี้ ทั้งนี้ไทยมีมูลค่าการค้า(ส่งออก+นำเข้า)กับบังกลาเทศในปี2558 มูลค่ารวม 903 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และในปีนี้ช่วง 8 เดือนแรก การค้าสองฝ่าย มีมูลค่าการค้ารวม 660 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัว 8% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
"กับศรีลังกา กระทรวงพาณิชย์ผลักให้มีการประชุมคณะอนุกรรมการด้านการค้าไทย-ศรีลังกา ครั้งที่ 2 เพื่อแสวงหาโอกาสทางการค้าและการลงทุน และหาช่องทางเพิ่มมูลค่าเพิ่มทางค่าการค้าและการลงทุนระหว่างกัน โดยกำหนดเป้าหมายเพิ่มค่าการค้าระหว่างกันไว้ที่ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี2560"
ขณะที่ในส่วนของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้มีการหารือถึงแนวทางการส่งเสริมการลงทุน และปัญหาอุปสรรคทางการค้าระหว่างกัน โดยการค้ากับสวิตเซอร์แลนด์ในช่วง8 เดือนแรกของปีนี้มีมูลค่า 6,420 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯขยายตัว 50% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ในปี 2558 การค้าไทย-สวิตเซอร์แลนด์มีมูลค่า 7,066 ล้ายดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัว 17%
ส่วนเยอรมนีเองไทยได้เชิญชวนให้เยอรมนีมาลงทุนในไทย โดยที่เยอรมนีได้แสดงความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทยและเห็นว่าการปรับปรุงพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวจะเป็นการส่งเสริมให้นักลงทุนเยอรมนีเข้ามาลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการพัฒนาความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยไทยมีมูลค่าการค้ากับเยอรมนีช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้มูลค่า 6,807 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัว 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ทั้งปี 2558 การค้าระหว่างกันมีมูลค่า 9,834ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัวลดลง 6%
ด้านประเทศมัลดีฟส์ รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์เตรียมจะเดินทางไปดูลู่ทางโอกาสทางการค้าในช่วงเดือนตุลาคมนี้ และจะมีการหารือกับทางมัลดีฟส์ในการผลักดันการค้าและการลงทุนระหว่างกันให้ขยายตัว โดยมีเป้าหมายเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกันเป็น 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2561(จากปี 2558 การค้าไทย-มัลดีฟส์มีมูลค่า 122 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ)
"นอกจากนี้ยังมีเนปาลที่ขอให้ไทยลดภาษีนำเข้าสินค้า รวมถึงให้สิทธิพิเศษทางภาษีส่วนไทยเองขอให้เนปาลช่วยผลักดันให้ความตกลง BIMSTEC FTA สรุปผลโดยเร็วเพื่อประโยชน์ของประเทศสมาชิกโดยรวมซึ่งรวมถึงไทยและเนปาลด้วย"
นางสาวศิรินารถ กล่าวอีกว่า ในส่วนเอฟทีเอที่ยังค้างอยู่นั้น อธิบดีกรมเจรจาฯ คนใหม่(บุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร) จะสานต่อได้และมั่นใจในฝีมือและการทำงาน โดยเอฟทีเอที่อยู่ระหว่างการเจรจา ได้แก่ ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค(RCEP หรืออาเซียน+6) อาเซียน-ฮ่องกง ซึ่งในส่วนของ RCEP ได้สรุปผลประเด็นสำคัญแล้วในปีที่ผ่านมา และมีเป้าหมายที่จะเจรจาประเด็นทางด้านเทคนิคในรายละเอียดต่อไป เพื่อสรุปผลการเจรจาในประเด็นสำคัญที่ยังค้างให้ได้ตามเป้าหมายในปีนี้ โดยการประชุมครั้งที่ 14 จะจัดขึ้นช่วงกลางเดือนสิงหาคม 2559 ที่ประเทศเวียดนาม
"ส่วนเอฟทีเอไทย-ปากีสถานแม้จะได้มีการเจรจากันไปแล้ว 5 รอบและอยู่ระหว่างยื่นสินค้าที่จะลดภาษีระหว่างกัน เช่น สินค้าอะไรที่ต้องลดภาษีให้เป็น 0% และสัดส่วนเท่าไหร่ โดยได้ตั้งเป้าจะลงนามความตกลงในปี 2560 ส่วนเอฟทีเออาเซียน-ฮ่องกงมีเป้าหมายสรุปผลการเจรจาภายในปีนี้"
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,197 วันที่ 2 - 5 ตุลาคม พ.ศ. 2559






