
ใช้‘ฮัลโหลคิตตี้’ ดันยอดขาย ‘ยูบิลลี่- พรีม่าโกลด์’ พร้อมใจเปิดตัวสินค้าลิมิเต็ด
ตลาดเพชร-ทองคำ เปิดตัวสินค้าคอลเลกชันใหม่ กระตุ้นยอดโค้งท้ายปี ยูบิลลี่ จับมือซานริโอ เปิดตัวคอลเลกชัน ฮัลโหล คิตตี้ ขนเครื่องประดับเพชรขายเอาใจสาวก หวังกระตุ้นยอดทำกำไรโตต่อเนื่อง ด้านพรีม่า โกลด์ หวังขยายฐานกลุ่มคนรุ่นใหม่-วัยทำงานใส่ทองรูปพรรณ เปิดตัวลิมิเต็ดอิดิชัน "ฮัลโหล คิตตี้ 2016"
นางสาวอัญรัตน์ พรประกฤต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพร์ส จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องประดับเพชรแบรนด์ ยูบิลลี่ (Jubilee) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ภาวะตลาดเครื่องประดับเพชรในครึ่งปีหลังมีทิศทางดีขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงครึ่งปี เนื่องจากปัจจัยภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มส่งสัญญาณการฟื้นตัว ในช่วงไตรมาสสุดท้ายเป็นฤดูกาลขายสินค้า และเป็นช่วงเวลาที่มีเทศกาลสำคัญ ซึ่งผู้บริโภคจะมีอารมณ์ในการจับจ่ายใช้สอยเพื่อซื้อสินค้า แต่ตลาดเครื่องประดับเพชรในช่องทางค้าปลีกที่มูลค่า 3.5หมื่นล้านบาท อาจจะอยู่ในภาวะทรงตัว เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา
สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจในปีนี้ ไม่ได้มุ่งหวังสร้างการเติบโตมากนัก ซึ่งคาดว่าจะรักษายอดขายให้เติบโตให้ได้ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา ที่มียอดขายประมาณ 1,491.47 ล้านบาท แต่บริษัทมุ่งเน้นการสร้างผลกำไรให้เพิ่มสูงขึ้นหรือมีเป้าหมายอัตราการกำไรเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% ด้วยการบริหารต้นทุนผลิตภัณฑ์ การบริหารจัดการภายใน รวมถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา สามารถสร้างกำไรได้ตามเป้าหมาย
นางสาวอัญรัตน์ กล่าวอีกว่า หนึ่งในกลยุทธ์การทำตลาดเพื่อสร้างการเติบโต บริษัทได้พัฒนาสินค้าใหม่ออกมาทำตลาดอย่างต่อเนื่อง และมีสินค้าใหม่ที่เป็นไฮไลต์ในแต่ละไตรมาส ซึ่งล่าสุดได้ร่วมมือกับ ซานริโอ (Sanrio) เปิดตัวเครื่องประดับเพชร "ฮัลโหล คิตตี้" (Hello Kitty) คอลเลกชันใหม่ "Cutie Bows and The Lovely Bear" Limited Edition ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยมีคอนเซ็ปต์ของสะสมของ Hello Kitty ได้แก่ โบว์ติดผม และตุ๊กตาหมีน้อย ที่มาจัดทำเป็นเครื่องประดับราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 1.99 หมื่นบาท ประกอบไปด้วย แหวนเพชร ต่างหูเพชร จี้เพชร สร้อยข้อมือเพชร และกำไลเพชร จากปีที่ผ่านมาเปิดตัวคอลเลกชัน Hello Kitty Happy-Go-Lucky ส่วนการช่วงเวลาที่เหลือได้เตรียมขยายสาขาใหม่อีก 3 แห่ง ทำให้ภายในสิ้นปีนี้มีสาขารวม 128 แห่ง
ด้านนางสาวชลวิชา ฤกษ์วิทูรกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรีม่าโกลด์ อินเตอร์เนชั่นเนล จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องประดับแบรนด์พรีม่าโกลด์ (PRIMA GOLD) พรีม่า ไดมอนด์ (PRIMA DIMOND) และพรีม่า อาร์ต (PRIMA ART) กล่าววว่า เพื่อเป็นการขยายตลาดไปยังกลุ่มลูกค้าวัยรุ่น จึงได้พัฒนาการออกแบบทองรูปพรรณให้มีความทันสมัย ด้วยการเปิดตัวคอลเลกชันใหม่Hello Kitty 2016 Limited Edition by PRIMA GOLD เพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้แบรนด์เด็กลง และต้องการสร้างทัศนคติใหม่ให้กลุ่มลูกค้าวัยทำงานที่มองว่าทองเป็นเครื่องประดับสำหรับผู้มีอายุ ซึ่งบริษัทคาดว่ากลยุทธ์ดังกล่าวผลักดันให้พรีม่าโกลด์ ขยายฐานลูกค้าวัยทำงานด้วยสัดส่วน 35% ภายในระยะเวลา 3 ปี จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนลูกค้าไม่ 20% ส่วนลูกค้าหลักกว่า 80% เป็นกลุ่มลูกค้าวัย 40 ปีขึ้นไป
นอกจากนี้ บริษัทยังใช้กลยุทธ์ราคาเพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงได้มากขึ้น โดยเพิ่มเซตสินค้าใหม่ที่มีขนาดราคาที่ถูกลง 50% หรือประมาณ 5 หมื่นบาทต่อเซต จากปกติราคาเริ่มต้น 1 แสนบาทต่อเซต โดยจะเพิ่มสัดส่วนสินค้ามากขึ้นเป็น 50% ภายในระยะ 3 ปีนับจากนี้ จากปัจจุบันมีสัดส่วน 30 โดยเดือนพฤศจิกายนนี้ได้เตรียมจัดโปรโมชันด้วยการเปิดตัวแหวนทองคำ 96.9% ราคา 1.29 หมื่นบาทจากราคาปกติ 2 หมื่นบาทด้วย ส่วนแผนธุรกิจในปีหน้าบริษัทจะเข้าไปขยายธุรกิจตลาดเมียนมา สปป.ลาว และกัมพูชา ด้วยการจัดตั้งบริษัทเพื่อดำเนินธุรกิจ ซึ่งในช่วงก่อนหน้านี้ได้เข้าไปทำตลาดในประเทศเวียดนามและอินโดนีเซีย ปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้จากตลาดต่างประเทศ 15% และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 30% ภายใน 3 ปี ส่วนปีนี้คาดว่าบริษัทจะมีรายได้ 960 ล้านบาท เติบโต 20%
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,197 วันที่ 2 - 5 ตุลาคม พ.ศ. 2559
นางสาวอัญรัตน์ พรประกฤต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพร์ส จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องประดับเพชรแบรนด์ ยูบิลลี่ (Jubilee) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ภาวะตลาดเครื่องประดับเพชรในครึ่งปีหลังมีทิศทางดีขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงครึ่งปี เนื่องจากปัจจัยภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มส่งสัญญาณการฟื้นตัว ในช่วงไตรมาสสุดท้ายเป็นฤดูกาลขายสินค้า และเป็นช่วงเวลาที่มีเทศกาลสำคัญ ซึ่งผู้บริโภคจะมีอารมณ์ในการจับจ่ายใช้สอยเพื่อซื้อสินค้า แต่ตลาดเครื่องประดับเพชรในช่องทางค้าปลีกที่มูลค่า 3.5หมื่นล้านบาท อาจจะอยู่ในภาวะทรงตัว เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา
สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจในปีนี้ ไม่ได้มุ่งหวังสร้างการเติบโตมากนัก ซึ่งคาดว่าจะรักษายอดขายให้เติบโตให้ได้ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา ที่มียอดขายประมาณ 1,491.47 ล้านบาท แต่บริษัทมุ่งเน้นการสร้างผลกำไรให้เพิ่มสูงขึ้นหรือมีเป้าหมายอัตราการกำไรเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% ด้วยการบริหารต้นทุนผลิตภัณฑ์ การบริหารจัดการภายใน รวมถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา สามารถสร้างกำไรได้ตามเป้าหมาย
นางสาวอัญรัตน์ กล่าวอีกว่า หนึ่งในกลยุทธ์การทำตลาดเพื่อสร้างการเติบโต บริษัทได้พัฒนาสินค้าใหม่ออกมาทำตลาดอย่างต่อเนื่อง และมีสินค้าใหม่ที่เป็นไฮไลต์ในแต่ละไตรมาส ซึ่งล่าสุดได้ร่วมมือกับ ซานริโอ (Sanrio) เปิดตัวเครื่องประดับเพชร "ฮัลโหล คิตตี้" (Hello Kitty) คอลเลกชันใหม่ "Cutie Bows and The Lovely Bear" Limited Edition ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยมีคอนเซ็ปต์ของสะสมของ Hello Kitty ได้แก่ โบว์ติดผม และตุ๊กตาหมีน้อย ที่มาจัดทำเป็นเครื่องประดับราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 1.99 หมื่นบาท ประกอบไปด้วย แหวนเพชร ต่างหูเพชร จี้เพชร สร้อยข้อมือเพชร และกำไลเพชร จากปีที่ผ่านมาเปิดตัวคอลเลกชัน Hello Kitty Happy-Go-Lucky ส่วนการช่วงเวลาที่เหลือได้เตรียมขยายสาขาใหม่อีก 3 แห่ง ทำให้ภายในสิ้นปีนี้มีสาขารวม 128 แห่ง
ด้านนางสาวชลวิชา ฤกษ์วิทูรกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรีม่าโกลด์ อินเตอร์เนชั่นเนล จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องประดับแบรนด์พรีม่าโกลด์ (PRIMA GOLD) พรีม่า ไดมอนด์ (PRIMA DIMOND) และพรีม่า อาร์ต (PRIMA ART) กล่าววว่า เพื่อเป็นการขยายตลาดไปยังกลุ่มลูกค้าวัยรุ่น จึงได้พัฒนาการออกแบบทองรูปพรรณให้มีความทันสมัย ด้วยการเปิดตัวคอลเลกชันใหม่Hello Kitty 2016 Limited Edition by PRIMA GOLD เพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้แบรนด์เด็กลง และต้องการสร้างทัศนคติใหม่ให้กลุ่มลูกค้าวัยทำงานที่มองว่าทองเป็นเครื่องประดับสำหรับผู้มีอายุ ซึ่งบริษัทคาดว่ากลยุทธ์ดังกล่าวผลักดันให้พรีม่าโกลด์ ขยายฐานลูกค้าวัยทำงานด้วยสัดส่วน 35% ภายในระยะเวลา 3 ปี จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนลูกค้าไม่ 20% ส่วนลูกค้าหลักกว่า 80% เป็นกลุ่มลูกค้าวัย 40 ปีขึ้นไป
นอกจากนี้ บริษัทยังใช้กลยุทธ์ราคาเพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงได้มากขึ้น โดยเพิ่มเซตสินค้าใหม่ที่มีขนาดราคาที่ถูกลง 50% หรือประมาณ 5 หมื่นบาทต่อเซต จากปกติราคาเริ่มต้น 1 แสนบาทต่อเซต โดยจะเพิ่มสัดส่วนสินค้ามากขึ้นเป็น 50% ภายในระยะ 3 ปีนับจากนี้ จากปัจจุบันมีสัดส่วน 30 โดยเดือนพฤศจิกายนนี้ได้เตรียมจัดโปรโมชันด้วยการเปิดตัวแหวนทองคำ 96.9% ราคา 1.29 หมื่นบาทจากราคาปกติ 2 หมื่นบาทด้วย ส่วนแผนธุรกิจในปีหน้าบริษัทจะเข้าไปขยายธุรกิจตลาดเมียนมา สปป.ลาว และกัมพูชา ด้วยการจัดตั้งบริษัทเพื่อดำเนินธุรกิจ ซึ่งในช่วงก่อนหน้านี้ได้เข้าไปทำตลาดในประเทศเวียดนามและอินโดนีเซีย ปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้จากตลาดต่างประเทศ 15% และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 30% ภายใน 3 ปี ส่วนปีนี้คาดว่าบริษัทจะมีรายได้ 960 ล้านบาท เติบโต 20%
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,197 วันที่ 2 - 5 ตุลาคม พ.ศ. 2559






