
ทีเอฟเอสฯเพิ่ม 6 แบรนด์เกาหลี ลุยตลาดเครื่องสำอาง 2 แสนล้าน
เครื่องสำอางเกาหลียังบุกไทยต่อเนื่อง ล่าสุดทีเอฟเอสฯ เตรียม 6 แบรนด์ใหม่ เข้าทำตลาดพร้อมเปิดร้านมัลติแบรนด์ "เนเชอร์ คอลเลคชั่น" ขณะที่เดอะเฟสชอป เดินหน้าขยายสาขาใหม่ 13 แห่ง และปรับภาพลักษ์พรีเมี่ยมดันยอด 500 ล้าน
[caption id="attachment_103153" align="aligncenter" width="335"]
พิธาน องค์โฆษิต
ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทีเอฟเอส (ไทยแลนด์) จำกัด[/caption]
นายพิธาน องค์โฆษิต ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทีเอฟเอส (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้จัดจำหน่ายเครื่องสำอางแบรนด์ เดอะเฟสชอป (THEFACESHOP) เปิดเผยว่า ได้เตรียมนำเข้าเครื่องสำอางแบรนด์ใหม่ ที่อยู่ภายใต้การบริหารของเครือแอลจี ประเทศเกาหลี เข้ามาทำตลาดเพิ่มอีก 6 แบรนด์ โดยมีผลิตภัณฑ์กลุ่มเวชสำอาง และผลิตภัณฑ์กลุ่มสกินแคร์ นอกจากนี้ ยังเตรียมเปิดร้านรูปแบบใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์มัลติแบรนด์ ชื่อเนเชอร์ คอลเลคชั่น (Nature Collection) ภายในปีนี้ด้วย
สำหรับเครื่องสำอางเดอะ เฟสชอป ในปีนี้ได้ลงทุน 100 ล้านบาท เพื่อขยายธุรกิจโดยใช้เงินลงทุน 20 ล้านบาท สำหรับการขยายสาขาใหม่ 13 แห่งในครึ่งปีหลัง จากปัจจุบันมี 57 แห่ง นอกจากนี้ บริษัทยังได้เตรียมงบลงทุนอีก 50 ล้านบาท เพื่อขยายสาขาให้ครบ 100 แห่ง ภายในปี 2560 ด้วย นอกจากนี้ บริษัทยังได้เตรียมเงินลงทุนอีก 40 ล้านบาท จะใช้ในการทำตลาดและประชาสัมพันธ์
นายพิธาน กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะเดียวกันบริษัทได้ปรับภาพลักษณ์แบรนด์ใหม่ให้ความพรีเมี่ยมากขึ้น โดยได้ปรับโกลโก้ใหม่และการใช้วัตถุดิบจากประเทศในกลุ่มยุโรป ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของเจ้าของแบรนด์ที่ประเทศเกาหลี แต่บริษัทไม่ได้ปรับราคาสินค้าเพิ่มขึ้น ปัจจุบันยังขายราคาเฉลี่ย 500-800 บาท ล่าสุด บริษัทได้เปิดตัวสินค้าใหม่ เดอะ เทอราพี เฟิร์ส เซรั่ม ซึ่งถือเป็นสินค้าไฮไลท์ที่นำเข้ามาทำตลาดในปีนี้ โดยคาดว่าจะทำยอดขายได้ไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นขวดใน 1 ปี และบริษัทยังวางแผนนำเข้าสินค้าใหม่เฉลี่ยเดือนละ 1 รายการด้วย
สำหรับผลการดำเนินงานในปีนี้ บริษัทคาดว่าจะทำยอดขายได้ 500 ล้านบาท เติบโต 200% จากปีที่ผ่านมา ขณะที่ภายในระยะ 2 ปีคาดว่าจะทำยอดขายได้ 1,000 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้เศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคยังไม่ดีมากนัก แต่ผลการดำเนินงานถือว่ามีอัตราการเติบโตที่ดี ซึ่งเป็นผลจากการใช้นโยบายราคาที่กำหนดราคาขายสินค้าถูกกว่าสินค้าในประเทศเกาหลี 5% ทำให้สามารถแข่งขันกับสินค้าหิ้วได้ ปัจจุบันมียอดขายเฉลี่ย 1,000 บาทต่อบิล
นายพิธาน กล่าวด้วยว่า บริษัทได้หารือกับแอลจีเฮ้าส์ โฮลด์ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์ เพื่อวางแผนเข้าทำตลาดในกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งจะเริ่มทำตลาดประเทศแรกที่สปป.ลาว ช่วงปลายปีนี้ การที่บริษัทได้รับความไว้วางใจจากเจ้าของแบรนด์ เนื่องมองเห็นศักยภาพและการทำตลาดที่สามารถสร้างการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ได้เข้ามาดำเนินธุรกิจในปี 2557 โดยมีอัตราการเติบโตสูงสุดถึง 100% ขณะที่ประเทศเวียดนาม สิงคโปร์ และมาเลเซีย เติบโตเพียง 10-20% ส่วนภาพรวมตลาดเครื่องสำอางในประเทศไทย มีมูลค่า 2.5 แสนล้านบาท มีการเติบโต 2-3% ขณะที่ตลาดนำเข้าจากต่างประเทศมีสัดส่วน 30-40% โดยแบรนด์เกาหลีมีสัดส่วนราว 5-10% แต่มีอัตราการเติบโต 50-100%
Photo : Pixabay ภาพปกไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,197 วันที่ 2 - 5 ตุลาคม พ.ศ. 2559
[caption id="attachment_103153" align="aligncenter" width="335"]
ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทีเอฟเอส (ไทยแลนด์) จำกัด[/caption]
นายพิธาน องค์โฆษิต ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทีเอฟเอส (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้จัดจำหน่ายเครื่องสำอางแบรนด์ เดอะเฟสชอป (THEFACESHOP) เปิดเผยว่า ได้เตรียมนำเข้าเครื่องสำอางแบรนด์ใหม่ ที่อยู่ภายใต้การบริหารของเครือแอลจี ประเทศเกาหลี เข้ามาทำตลาดเพิ่มอีก 6 แบรนด์ โดยมีผลิตภัณฑ์กลุ่มเวชสำอาง และผลิตภัณฑ์กลุ่มสกินแคร์ นอกจากนี้ ยังเตรียมเปิดร้านรูปแบบใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์มัลติแบรนด์ ชื่อเนเชอร์ คอลเลคชั่น (Nature Collection) ภายในปีนี้ด้วย
สำหรับเครื่องสำอางเดอะ เฟสชอป ในปีนี้ได้ลงทุน 100 ล้านบาท เพื่อขยายธุรกิจโดยใช้เงินลงทุน 20 ล้านบาท สำหรับการขยายสาขาใหม่ 13 แห่งในครึ่งปีหลัง จากปัจจุบันมี 57 แห่ง นอกจากนี้ บริษัทยังได้เตรียมงบลงทุนอีก 50 ล้านบาท เพื่อขยายสาขาให้ครบ 100 แห่ง ภายในปี 2560 ด้วย นอกจากนี้ บริษัทยังได้เตรียมเงินลงทุนอีก 40 ล้านบาท จะใช้ในการทำตลาดและประชาสัมพันธ์
นายพิธาน กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะเดียวกันบริษัทได้ปรับภาพลักษณ์แบรนด์ใหม่ให้ความพรีเมี่ยมากขึ้น โดยได้ปรับโกลโก้ใหม่และการใช้วัตถุดิบจากประเทศในกลุ่มยุโรป ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของเจ้าของแบรนด์ที่ประเทศเกาหลี แต่บริษัทไม่ได้ปรับราคาสินค้าเพิ่มขึ้น ปัจจุบันยังขายราคาเฉลี่ย 500-800 บาท ล่าสุด บริษัทได้เปิดตัวสินค้าใหม่ เดอะ เทอราพี เฟิร์ส เซรั่ม ซึ่งถือเป็นสินค้าไฮไลท์ที่นำเข้ามาทำตลาดในปีนี้ โดยคาดว่าจะทำยอดขายได้ไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นขวดใน 1 ปี และบริษัทยังวางแผนนำเข้าสินค้าใหม่เฉลี่ยเดือนละ 1 รายการด้วย
สำหรับผลการดำเนินงานในปีนี้ บริษัทคาดว่าจะทำยอดขายได้ 500 ล้านบาท เติบโต 200% จากปีที่ผ่านมา ขณะที่ภายในระยะ 2 ปีคาดว่าจะทำยอดขายได้ 1,000 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้เศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคยังไม่ดีมากนัก แต่ผลการดำเนินงานถือว่ามีอัตราการเติบโตที่ดี ซึ่งเป็นผลจากการใช้นโยบายราคาที่กำหนดราคาขายสินค้าถูกกว่าสินค้าในประเทศเกาหลี 5% ทำให้สามารถแข่งขันกับสินค้าหิ้วได้ ปัจจุบันมียอดขายเฉลี่ย 1,000 บาทต่อบิล
นายพิธาน กล่าวด้วยว่า บริษัทได้หารือกับแอลจีเฮ้าส์ โฮลด์ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์ เพื่อวางแผนเข้าทำตลาดในกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งจะเริ่มทำตลาดประเทศแรกที่สปป.ลาว ช่วงปลายปีนี้ การที่บริษัทได้รับความไว้วางใจจากเจ้าของแบรนด์ เนื่องมองเห็นศักยภาพและการทำตลาดที่สามารถสร้างการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ได้เข้ามาดำเนินธุรกิจในปี 2557 โดยมีอัตราการเติบโตสูงสุดถึง 100% ขณะที่ประเทศเวียดนาม สิงคโปร์ และมาเลเซีย เติบโตเพียง 10-20% ส่วนภาพรวมตลาดเครื่องสำอางในประเทศไทย มีมูลค่า 2.5 แสนล้านบาท มีการเติบโต 2-3% ขณะที่ตลาดนำเข้าจากต่างประเทศมีสัดส่วน 30-40% โดยแบรนด์เกาหลีมีสัดส่วนราว 5-10% แต่มีอัตราการเติบโต 50-100%
Photo : Pixabay ภาพปกไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,197 วันที่ 2 - 5 ตุลาคม พ.ศ. 2559






