thansettakij
thansettakij
แนะสร้าง‘คลัสเตอร์’ หนุนโอกาสธุรกิจค้าปลีกโตยั่งยืน

แนะสร้าง‘คลัสเตอร์’ หนุนโอกาสธุรกิจค้าปลีกโตยั่งยืน

07 ต.ค. 59 | 08:00 น.
เป็นข้อโต้แย้งมานานนับสิบปีว่า เมื่อเกิดค้าปลีกสมัยใหม่หรือโมเดิร์นเทรดแล้ว ค้าปลีกดั้งเดิมหรือเทรดดิชันนัลเทรด อย่างโชวห่วย หรือร้านขายของเก่าแก่ที่อยู่มาช้านานจะประสบปัญหาและต้องปิดกิจการไปหรือไม่นั้น ล่าสุด วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) ร่วมกับสถาบันบริหารธุรกิจซาอิด มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด และมูลนิธิมั่นพัฒนา จัดการประชุมวิชาการด้านธุรกิจค้าปลีกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ครั้งที่ 8 ภายใต้หัวข้อ "ธุรกิจค้าปลีกในตลาดเกิดใหม่: ความยั่งยืนและความท้าทายด้านการควบคุม"

[caption id="attachment_103496" align="aligncenter" width="335"] ผศ.ดร.แรนดอล แชนนอล  อาจารย์ประจำสาขาการตลาด หลักสูตรนานาชาติ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ผศ.ดร.แรนดอล แชนนอล
อาจารย์ประจำสาขาการตลาด หลักสูตรนานาชาติ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล[/caption]

โดย ผศ.ดร.แรนดอล แชนนอล อาจารย์ประจำสาขาการตลาด หลักสูตรนานาชาติ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า รูปแบบค้าปลีกที่มีการเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัยและไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค ทำให้เกิดเป็นค้าปลีกสมัยใหม่ เช่น ห้างสรรพสินค้า คอมมิวนิตี มอลล์ และไฮเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งเป็นศูนย์รวมสินค้าหลากหลายชนิด หรือเรียกได้ว่าครบวงจร แตกต่างจากค้าปลีกในรูปแบบดั้งเดิม ที่เกิดเป็นย่านการค้าต่างๆ เช่น ย่านวรจักรเพื่อขายอะไหล่ ย่านบ้านหม้อเพื่อขายเครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น

ทั้งนี้จากการวิจัย หัวข้อการก่อตั้งและความยั่งยืนของย่านค้าปลีกสินค้าชนิดเดียวกันในเมืองใหญ่ โดยสำรวจธุรกิจค้าปลีกในกรุงเทพฯ ที่มีร้านค้าปลีกสินค้าประเภทเดียวกันภายในบริเวณ 5 เมตร จำนวน 14,468 ร้านใน 299 ย่านธุรกิจค้าปลีกทั่วกรุงเทพฯ พบว่าการประกอบธุรกิจค้าขายในย่านการค้าดั้งเดิมมีโอกาสที่ยั่งยืนมากกว่าการค้าขายในห้างสรรพสินค้า เห็นได้จากย่านการค้าดั้งเดิมต่างๆในเขตกรุงเทพฯ ที่มีอายุเฉลี่ยมากกว่า 70 ปีขึ้นไป เช่น บางลำพู สำเพ็ง โบ๊เบ๊ วรจักร ฯลฯ และมากกว่าครึ่งทำการค้ามานานกว่า 30 ปี ซึ่งผู้ประกอบการค้าปลีกเป็นผู้เช่าพื้นที่และอาจโดนบังคับให้ย้ายออกได้ทุกเมื่อ

"การรวมตัวกันของผู้ประกอบการค้าปลีกสินค้าประเภทเดียวกันหรือสามารถเรียกว่าลักษณะ "คลัสเตอร์" (Cluster) เป็นการอยู่ร่วมกันแบบส่งเสริมกัน เพิ่มแรงในการดึงดูดผู้บริโภคให้เข้ามาเลือกชมสินค้า สามารถเปรียบเทียบกันระหว่างร้านค้า และให้เกิดการแข่งขันกันภายในย่านการค้าเดียวกัน ซึ่งทำให้เกิดการเจริญเติบโตแบบธรรมชาติ และกลายเป็นการเติบโตอย่างยั่งยืน"

หนึ่งในตัวแปรที่ทำให้ย่านธุรกิจค้าปลีกสินค้าประเภทเดียวกันประสบความสำเร็จคือ พฤติกรรมผู้บริโภคของคนไทย ซึ่งเมื่อต้องการซื้อสินค้าประเภทใดประเภทหนึ่ง จะคำนึงถึงย่านการค้าที่มีชื่อเสียงในสินค้าประเภทนั้นๆ เช่น ซื้อเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายต้องไปย่านประตูน้ำ ซื้ออะไหล่ต้องไปย่านวรจักร ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าต้องไปย่านบ้านหม้อ ทำให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในย่านการค้าเหล่านี้เป็นอย่างมาก ในทางกลับกันจำนวนผู้บริโภคที่ไปห้างสรรพสินค้า เพื่อเดินเล่น เลือกชมสินค้าต่างๆ และรับประทานอาหารที่ร้านอาหารมีมากกว่าผู้บริโภคที่ไปเพื่อเจาะจงซื้อสินค้า

จึงเป็นโอกาสให้เกิดการเข้าไปลงทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ย่านการค้าดั้งเดิม โดยมีห้างสรรพสินค้าเกิดขึ้นในย่านต่างๆมากมาย อาทิ จตุจักร วรจักร โบ๊เบ๊ ฯลฯ แต่ในทางตรงข้ามห้างเหล่านี้กลับไม่ประสบความสำเร็จ กลายเป็นหลุมพรางที่ทำให้นักลงทุนและผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประสบปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปลี่ยนย่านธุรกิจค้าปลีกประเภทเดียวกันให้กลายเป็นแหล่งการค้าแบบโมเดิร์นเทรด ที่จำหน่ายสินค้าหลากหลายประเภทและมีร้านอาหารมากมายพร้อมให้บริการ

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ อัตราค่าเช่าพื้นที่ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำมีราคาเฉลี่ย 1,500 บาทต่อตารางเมตร ในขณะที่พื้นที่ในย่านการค้าดั้งเดิม (ที่ขายสินค้าประเภทเดียวกัน) ชื่อดังมีค่าเช่าสูงกว่า 1 หมื่นบาทต่อตารางเมตรและยังมีผู้เช่าอย่างหนาแน่น ดังนั้นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ควรพิจารณาปัจจัยดังกล่าวเพื่อมองความยั่งยืนในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่แต่ละโครงการใช้เม็ดเงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 500 - 2,000 ล้านบาทด้วย

ด้าน ดร.ริชาร์ด คัทเบิร์ตสัน ผู้ช่วยวิจัยระดับสูง และผู้อำนวยการด้านการวิจัยการจัดการค้าปลีก สถาบันบริหารธุรกิจซาอิด มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด กล่าวว่า สถานการณ์ค้าปลีกจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องพัฒนาและวิ่งให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง ตอบสนองความต้องการของลูกค้า เพื่อรับมือกับคู่แข่งและเทคโนโลยี การต้องปรับตัวเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และความท้าทายที่มากับการเปลี่ยนแปลงคืออาจมีสูญเสียบางอย่างไป เพราะว่าถ้าจะรับมือกับอะไรใหม่ๆ ก็ต้องยอมทิ้งอดีต โดยการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ทำให้ต้องวางแผนรับมือต่อไปอีกใน 5-20 ปีข้างหน้า ซึ่งจะเห็นจำนวนอสังหาริมทรัพย์ที่เกิดขึ้นมาก ในอนาคตจะมีอสังหาริมทรัพย์จะปรับตัวไปในด้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมากขึ้น หรือเรียกว่าอาคารอัจฉริยะ ที่ปรับตัวให้เข้ากับโลกโดยให้ความสำคัญกับการประหยัดพลังงาน เป็นต้น

แนวโน้มในปีหน้าด้านอสังหาริมทรัพย์จะเน้นอาคารสมาร์ทบิวดิ้งมากขึ้น ซึ่งปัจจัยที่มีมีผลต่อการพัฒนาทั้ง ด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ การนำเข้าสินค้า การเปลี่ยนแปลงของธุรกิจค้าปลีก และพฤติกรรมผู้บริโภค การร่วมมือของภาครัฐและเอกชนในการพัฒนา วางแผน

ขณะที่นางสาวพรชนก ตันสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจออนไลน์ บริษัท ซีโอแอล จำกัด ผู้บริหารเซ็นทรัลออนไลน์ กล่าวถึงธุรกิจอีคอมเมิร์ซและธุรกิจค้าปลีกในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกว่า ต้องถามตัวเองว่าผู้ค้าปลีกจะต้องก้าวไปในโลกแห่งเทคโนโลยีได้อย่างไร แล้วจะทำอย่างไรให้ธุรกิจของเรายังอยู่ได้ในอีก 10 ปี ข้างหน้า โดยเซ็นทรัลเอง เริ่มแรกยังไม่เห็นผลกระทบของยุคดิจิตอลเท่าไร แต่ปัจจุบันผู้ค้าปลีกต้องเตรียมตัวต้องเตรียมพร้อมการค้าแบบออนไลน์ เพราะไม่เช่นนั้นธุรกิจเราจะอยู่ต่อไม่ได้ ปัจจุบันเราอยู่ในโซนนิ่งของการเชื่อมต่อกับไฮเปอร์ คอนเนกติวิตี ทุกคนมีอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตมากมาย

ทำให้ผู้บริโภคหาข้อมูลได้ง่ายขึ้น ชอบแสดงความคิดเห็นในโลกออนไลน์ ลูกค้าเปลี่ยนใจง่ายขึ้น ดังนั้นธุรกิจค้าปลีกต้องปรับตัวให้มีช่องทางการค้ามากขึ้น ซึ่งการเข้ามามีบทบาทมากขึ้นของออนไลน์ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง 3 ด้าน คือ 1 . การใช้สมาร์ทโฟนหรือโทรศัพท์มือถือมาเป็นช่องทางในการติดต่อสื่อสารกับลูกค้า เช่น การสร้างแอพพลิเคชันต่างๆ สมาร์ทดิจิตอลเซอร์วิส การสั่งสินค้าทางออนไลน์ เป็นต้น 2. การซื้อสินค้าคือความสุขของลูกค้า ให้ความสำคัญกับความประทับใจแรก และเน้นการบริการที่สร้างประสบการณ์ร่วม 3. ไม่ใช้เงินสด และจะใช้กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาในตลาดมากขึ้นและเป็นช่องทางที่ง่ายและสะดวกในการพกเงินโดยไม่ต้องใช้ถือเงินสดจำนวนมากๆ มาใช้จ่าย

โดยสรุปจะพบว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีดิจิตอลเป็นตัวพลิกโฉมธุรกิจค้าปลีก ช่วยให้ลูกค้าสามารถซื้อของทางออนไลน์ได้ง่ายขึ้น ทำให้ธุรกิจค้าปลีกมีความยั่งยืนในอนาคต แต่ในขณะเดียวผู้ประกอบการต้องคิดอยู่เสมอว่าจะทำให้พื้นที่ขายมีความน่าสนใจมากขึ้นได้อย่างไร เทคโนโลยีการจ่ายเงินง่ายขึ้น มีการบริการที่เข้าถึงและการปฏิสัมพันธ์ที่มากทำให้เกิดเป็นธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,197 วันที่ 2 - 5 ตุลาคม พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • business