thansettakij
thansettakij
ความเชื่อมั่นครัวเรือนขยับขึ้นเป็นเดือนที่ 2...แตะระดับสูงสุดในรอบ 7 เดือน

ความเชื่อมั่นครัวเรือนขยับขึ้นเป็นเดือนที่ 2...แตะระดับสูงสุดในรอบ 7 เดือน

29 ก.ย. 59 | 11:10 น.
อัปเดตล่าสุด :29 ก.ย. 59 | 18:08 น.
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ออกบทวิเคราะห์เรื่อง ความเชื่อมั่นครัวเรือนขยับขึ้นเป็นเดือนที่ 2...แตะระดับสูงสุดในรอบ 7 เดือน

ดัชนีภาวะเศรษฐกิจของครัวเรือน (KR-ECI) เดือนก.ย. 2559 ปรับตัวดีขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 มาอยู่ที่ระดับ 44.2 จากระดับ 42.8 ในเดือนส.ค. 2559 โดยครัวเรือนมีความกังวลลดลงในสถานการณ์ด้านราคาสินค้าและค่าใช้จ่าย (ไม่รวมหนี้สิน) แต่กลับมีความกังวลเพิ่มขึ้นต่อประเด็นเรื่องรายได้จากการถูกลดโอที

ในขณะที่ดัชนีสะท้อนมุมมองคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า (3-month Expected KR-ECI) ในเดือนนี้ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับเดิมที่ระดับ 44.4 เนื่องจากเข้าสู่เดือนสุดท้ายของปี 2559ผู้ประกอบการและร้านค้าปลีกต่างจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย ซึ่งน่าจะทำให้ราคาสินค้าถูกลง แต่ในขณะเดียวกัน ครัวเรือนก็น่าจะมีการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ทั้งในส่วนของการซื้อสินค้าให้แก่ตัวเอง รวมไปถึงการซื้อหาของขวัญปีใหม่ให้แก่คนรอบข้าง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า ดัชนีความเชื่อมั่นภาคครัวเรือนในช่วงที่เหลือของปี 2559 น่าจะปรับตัวดีขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นทั้งในด้านการบริโภค การลงทุน และการส่งออก อย่างไรก็ดี ยังคงต้องติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกหลัง OPEC มีข้อตกลงร่วมกันในการลดกำลังการผลิต มาตรการกระตุ้นการบริโภคจากภาครัฐ รวมไปถึงการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในประเทศ ซึ่งน่าจะมีผลต่อค่าครองชีพและรายได้ของครัวเรือนในระยะข้างหน้า

ความเชื่อมั่นของครัวเรือนประจำเดือนก.ย. 2559 ยังคงปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้าในอัตราที่เร่งขึ้น และแตะระดับสูงสุดในรอบ 7 เดือน สะท้อนให้เห็นถึงการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปของความเชื่อมั่นครัวเรือนต่อภาวะการครองชีพในปัจจุบัน หลังจากในเดือนที่แล้ว ดัชนี KR-ECI ปรับตัวดีขึ้นเป็นครั้งแรกหลังปรับตัวลดลงต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีเป็นต้นมา เนื่องจากครัวเรือนลดความกังวลต่อประเด็นเรื่องสถานการณ์ราคาสินค้า โดยเฉพาะราคาอาหารสด ที่ทยอยปรับตัวลดลงหลังผ่านพ้นช่วงภัยแล้ง และประเด็นเรื่องภาวะการมีงานทำหลังองค์กร/หน่วยงานส่วนใหญ่มีการปรับตัวทางธุรกิจโดยเลือกที่ลดเวลาการทำงานนอกเวลา (OT) และชะลอรับพนักงานใหม่มากกว่าการเลิกจ้าง ทั้งนี้ การลดเวลาการทำงานนอกเวลา (OT) ได้สร้างความกังวลให้แก่ครัวเรือนต่อประเด็นเรื่องความไม่เพียงพอของรายได้ในการยังชีพ อย่างไรก็ตาม ค่าครองชีพที่ลดลงตามสถานการณ์ราคาสินค้าในประเทศได้เข้ามาชดเชยความกังวลดังกล่าว และฟื้นฟูความเชื่อมั่นของครัวเรือนในเดือนนี้

 

k29 ครัวเรือนมีมุมมองที่ดีขึ้นต่อค่าครองชีพในปัจจุบัน พิจารณาจากดัชนีองค์ประกอบที่แสดงมุมมองต่อสถานการณ์ทางด้านราคาสินค้าในเดือนก.ย. 2559 ที่ปรับตัวดีขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 มาอยู่ที่ระดับ 41.7 จากระดับ 38.9 ในเดือนก่อนหน้า หลังราคาอาหารสด โดยเฉพาะผักและผลไม้หลายรายการที่ครัวเรือนบริโภคเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็น คะน้า ใบกระเพรา ผักชี กล้วยหอม แตงโม ส้ม ยังคงปรับตัวลดลงตามปริมาณผลผลิตที่ทยอยออกสู่ตลาดมากขึ้น อีกทั้งราคาสินค้าอื่นๆ ที่มีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นในช่วงประสบภัยกรณีฉุกเฉิน (อุทกภัย) ก็อยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงพาณิชย์ นอกจากนี้ ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงขายปลีกในประเทศก็มีความผันผวนน้อยลง โดยในเดือนก.ย. มีการปรับขึ้นราคาเชื้อเพลิงขายปลีกเพียงครั้งเดียว ในขณะที่เดือนส.ค. มีการปรับขึ้นราคามากถึง 4-6 ครั้ง ส่งผลให้ครัวเรือนลดความกังวลต่อความไม่แน่นอนของราคาพลังงาน ทั้งนี้ ราคาสินค้าที่ปรับตัวลดลงทำให้ครัวเรือนมีค่าใช้จ่าย (ไม่รวมหนี้) ลดลงและมีสภาพคล่องในการจับจ่ายซื้อสินค้าอื่นๆ ในการบริโภคเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย

k291 ครัวเรือนกังวลเรื่องรายได้หลังถูกลดเวลาโอที สะท้อนจากดัชนีองค์ประกอบที่แสดงมุมมองต่อรายได้ในเดือนก.ย. กลับปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 48.3 จากระดับ 49.2 ในเดือนส.ค. เนื่องมาจากครัวเรือนถูกลดการทำงานนอกเวลามากขึ้นทำให้รายได้ของครัวเรือนน้อยลง โดยผลสำรวจเปรียบเทียบระหว่างเดือนก.ค. และเดือนก.ย. 2559 ชี้ให้เห็นว่า ในเดือนก.ย. องค์กร/หน่วยงานที่ครัวเรือนสังกัดมีการปรับตัวทางธุรกิจโดยเลือกการชะลอรับพนักงานใหม่และการลดเวลาโอทีของพนักงานมากขึ้นร้อยละ 2.5 และร้อยละ 3.6 ตามลำดับ โดยครัวเรือนที่ทำงานในภาคการผลิต (Manufacturing) ถูกลดเวลาโอทีมากที่สุด คิดเป็นสัดส่วนราวร้อยละ 54 ของครัวเรือนทั้งหมดที่ทำงานในภาคการผลิต ตามมาด้วยภาคการบริการ และภาคการค้าตามลำดับ

 

k293 ในขณะที่ดัชนีสะท้อนมุมมองคาดการณ์ในช่วง 3 เดือนข้างหน้า (3-month Expected KR-ECI) ยังคงทรงตัวจากเดือนก่อนที่ระดับ 44.4 สะท้อนครัวเรือนไม่ได้มีความกังวลเพิ่มขึ้นต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทยในช่วงเวลาที่เหลือของปี 2559 โดยครัวเรือนมองว่า ในช่วงเดือนสุดท้ายของปี ผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะจัดรายการส่งเสริมการขายเพื่อกระตุ้นการจับจ่ายซื้อหาสินค้าของครัวเรือน ซึ่งน่าจะทำให้ราคาสินค้าปรับตัวลดลง แต่ก็ทำให้ครัวเรือนมีค่าใช้จ่าย (ไม่รวมหนี้) เพิ่มมากขึ้น

โดยสรุป  ความเชื่อมั่นของครัวเรือนต่อภาวะการครองชีพทั้งในปัจจุบันปรับตัวดีขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะครัวเรือนผ่อนคลายความกังวลต่อสถานการณ์ราคาสินค้าและค่าใช้จ่าย (ที่ไม่รวมหนี้สิน) มากขึ้น อย่างไรก็ดี ครัวเรือนหวนกลับมากังวลในประเด็นเรื่องรายได้หลังถูกลดโอทีหลายเดือนติดต่อกัน ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า การลดโอทีเป็นเพียงปัจจัยชั่วคราวที่จะเข้ามากระทบความกังวลด้านรายได้ของครัวเรือน ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทยจะติดตามประเด็นดังกล่าวต่อไปสักระยะเพื่อประเมินทิศทางการบริโภคของภาคเอกชนในระยะถัดไป