
กรมโรงงานฯพัฒนาระบบการขออนุญาตนำกากออกนอกโรงงานผ่านเน็ต
ดร.สมชาย หาญหิรัญ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ปเดินหน้าพัฒนาระบบการขออนุญาตนำกากอุตสาหกรรมออกนอกโรงงาน (สก.2) เพื่อยกระดับการอนุญาตกากอุตสาหกรรม โดยใช้ปัญญาประดิษฐ์วิเคราะห์ข้อมูลและพิจารณาอนุญาตแทนเจ้าหน้าที่ ซึ่งสามารถแจ้งผลให้กับผู้ประกอบการทราบได้ทันทีภายใน 3 นาที จากเดิมการพิจารณาอนุญาตใช้เวลา 10 – 30 วัน โดยร่วมกันลงนามบันทึกความร่วมมือ “โครงการนำร่องการอนุญาตนำสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วออกนอกบริเวณโรงงานโดยระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ Auto E License” ระหว่างกรมโรงงานอุตสาหกรรม ร่วมกับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และ กลุ่มอุตสาหกรรมการจัดการเพื่อสิ่งแวดล้อม ส.อ.ท. เตรียมผลักดันให้ผู้ประกอบการเข้าสู่มาตรฐานบำบัดและกำจัดกากของเสียผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์
การพัฒนาระบบการอนุญาตกากอุตสาหกรรมจากระบบเอกสาร เป็นระบบไร้กระดาษหรือการใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-License)ช่วยลดภาระให้กับผู้ประกอบการที่ก่อกำเนิดกากอุตสาหกรรม และอำนวยความสะดวกโดยเพิ่มช่องทางให้ผู้ประกอบการสามารถยื่นคำขออนุญาตผ่านระบบ Internet โดยมีเจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตและแจ้งผลการพิจารณาในระบบไร้กระดาษ ครั้งนี้กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรมได้ยกระดับการอนุญาตกากอุตสาหกรรมขึ้นมาโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligent: AI) เป็นผู้วิเคราะห์ข้อมูลในคำขออนุญาตและแจ้งผลให้กับผู้ประกอบการได้ทราบในเวลาไม่เกิน 3 นาที ซึ่งระบบปัญญาประดิษฐ์ที่ทดลองนำร่องนี้จะต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้ประกอบการที่เป็นผู้รับบำบัด/กำจัดที่ร่วมโครงการและเจ้าหน้าที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมที่จะมาทำงานร่วมกันดำเนินการให้สมองกลสามารถทำงานได้อย่างถูกต้องและสามารถขยายผลไปยังผู้ประกอบกิจการรายอื่นๆ เพื่อให้กากเข้าสู่ระบบตามแผนยุทธศาสตร์การจัดการกากอุตสาหกรรม พ.ศ.2558 – 2562 ที่จะต้องดำเนินการให้กากอุตสาหกรรมเข้าสู่ระบบไม่น้อยกว่า 90% ภายใน 5 ปี ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเป็นการสานงานของกระทรวงอุตสาหกรรมที่จะขับเคลื่อนประเทศเข้าสู่ความเป็น Digital Government ตามนโยบาย Thailand 4.0 ของรัฐบาล โดยกระทรวงอุตสาหกรรมจะพัฒนาองค์กรเข้าสู่ Industry 4.0 และกรมโรงงานอุตสาหกรรมจะได้พัฒนาองค์กรเข้าสู่ DIW 4.0 เช่นเดียวกัน
นายมงคล พฤกษ์วัฒนา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลสนับสนุนให้ภาคส่วนต่างๆ นำระบบอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาใช้ในการดำเนินงานให้แพร่หลายมากขึ้นนั้น กรมโรงงานอุตสาหกรรม จึงพัฒนาระบบสารสนเทศการจัดการกากอุตสาหกรรม (E-license) เพื่อยกระดับการอนุญาตกากอุตสาหกรรมขึ้นมาโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ให้ระบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นผู้พิจารณาอนุญาตแทนเจ้าหน้าที่และแจ้งผลให้กับผู้ประกอบการได้ทราบทันทีในเวลานั้น เป็นช่องทางการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการมีการบำบัดและกำจัดกากของเสียให้เข้าสู่มาตรฐานมากยิ่งขึ้น และเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบกิจการโรงงานในการขออนุญาตนำของเสียออกนอกบริเวณโรงงานให้เกิดการเข้าถึงและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
ที่ผ่านมาการยื่นขออนุญาตนำกากอุตสาหกรรมออกนอกบริเวณโรงงาน (สก.2) สามารถดำเนินการได้ 2 แบบ คือ การยื่นขออนุญาตเป็นระบบเอกสาร และการยื่นขออนุญาตระบบไร้เอกสารหรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ เมื่อคำขอฯ ได้ยื่นเข้ามาที่กรมโรงงานฯ ไม่ว่าจะผ่านช่องทางใดก็ตาม เจ้าหน้าที่จะเป็นผู้พิจารณาการอนุญาต ซึ่งสถิติปี 2557 - 2558 การพิจารณาการอนุญาตนำสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วออกนอกบริเวณโรงงานโดยเจ้าหน้าที่มีจำนวนคำขอรวมประมาณ 80,000 คำขอ มีรายการกากอุตสาหกรรมที่ต้องพิจารณารวมประมาณ 500,000 รายการ ในบางช่วงเวลาทำให้คำขอของโรงงานผู้ก่อกำเนิดหลายรายใช้เวลาพิจารณานานมากกว่า 3 เดือน เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว และเป็นการรองรับปริมาณคำขอที่จะเพิ่มมากขึ้นจากนโยบายเร่งรัดให้กากอุตสาหกรรมเข้าสู่ระบบบริหารจัดการฯ
กรมโรงงานอุตสาหกรรม จึงได้จับมือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จัดทำโครงการนำร่องการอนุญาตนำสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วออกนอกบริเวณโรงงานโดยระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ Auto E License ซึ่งเป็นโครงการนำร่องการพิจารณาอนุญาตโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ เพื่ออำนวยความสะดวกรวดเร็วการให้บริการตามนโยบายของรัฐบาล และตาม พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 โดยทั่วไปมีระยะเวลาในการพิจารณาอนุญาตประมาณ 10 – 30 วัน ขึ้นกับจำนวนรายการในคำขอฯ ที่โรงงานผู้ก่อกำเนิดกากอุตสาหกรรมแต่ละรายยื่นขออนุญาต เมื่อใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์เป็นผู้พิจารณาอนุญาตแทนเจ้าหน้าที่ จะสามารถลดเวลาเหลือเพียงไม่เกิน 3 นาที ซึ่งระบบนี้จะรองรับเฉพาะการขออนุญาต สก.2 ที่ยื่นผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น
การพัฒนาระบบการอนุญาตกากอุตสาหกรรมจากระบบเอกสาร เป็นระบบไร้กระดาษหรือการใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-License)ช่วยลดภาระให้กับผู้ประกอบการที่ก่อกำเนิดกากอุตสาหกรรม และอำนวยความสะดวกโดยเพิ่มช่องทางให้ผู้ประกอบการสามารถยื่นคำขออนุญาตผ่านระบบ Internet โดยมีเจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตและแจ้งผลการพิจารณาในระบบไร้กระดาษ ครั้งนี้กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรมได้ยกระดับการอนุญาตกากอุตสาหกรรมขึ้นมาโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligent: AI) เป็นผู้วิเคราะห์ข้อมูลในคำขออนุญาตและแจ้งผลให้กับผู้ประกอบการได้ทราบในเวลาไม่เกิน 3 นาที ซึ่งระบบปัญญาประดิษฐ์ที่ทดลองนำร่องนี้จะต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้ประกอบการที่เป็นผู้รับบำบัด/กำจัดที่ร่วมโครงการและเจ้าหน้าที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมที่จะมาทำงานร่วมกันดำเนินการให้สมองกลสามารถทำงานได้อย่างถูกต้องและสามารถขยายผลไปยังผู้ประกอบกิจการรายอื่นๆ เพื่อให้กากเข้าสู่ระบบตามแผนยุทธศาสตร์การจัดการกากอุตสาหกรรม พ.ศ.2558 – 2562 ที่จะต้องดำเนินการให้กากอุตสาหกรรมเข้าสู่ระบบไม่น้อยกว่า 90% ภายใน 5 ปี ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเป็นการสานงานของกระทรวงอุตสาหกรรมที่จะขับเคลื่อนประเทศเข้าสู่ความเป็น Digital Government ตามนโยบาย Thailand 4.0 ของรัฐบาล โดยกระทรวงอุตสาหกรรมจะพัฒนาองค์กรเข้าสู่ Industry 4.0 และกรมโรงงานอุตสาหกรรมจะได้พัฒนาองค์กรเข้าสู่ DIW 4.0 เช่นเดียวกัน
นายมงคล พฤกษ์วัฒนา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลสนับสนุนให้ภาคส่วนต่างๆ นำระบบอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาใช้ในการดำเนินงานให้แพร่หลายมากขึ้นนั้น กรมโรงงานอุตสาหกรรม จึงพัฒนาระบบสารสนเทศการจัดการกากอุตสาหกรรม (E-license) เพื่อยกระดับการอนุญาตกากอุตสาหกรรมขึ้นมาโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ให้ระบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นผู้พิจารณาอนุญาตแทนเจ้าหน้าที่และแจ้งผลให้กับผู้ประกอบการได้ทราบทันทีในเวลานั้น เป็นช่องทางการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการมีการบำบัดและกำจัดกากของเสียให้เข้าสู่มาตรฐานมากยิ่งขึ้น และเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบกิจการโรงงานในการขออนุญาตนำของเสียออกนอกบริเวณโรงงานให้เกิดการเข้าถึงและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
ที่ผ่านมาการยื่นขออนุญาตนำกากอุตสาหกรรมออกนอกบริเวณโรงงาน (สก.2) สามารถดำเนินการได้ 2 แบบ คือ การยื่นขออนุญาตเป็นระบบเอกสาร และการยื่นขออนุญาตระบบไร้เอกสารหรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ เมื่อคำขอฯ ได้ยื่นเข้ามาที่กรมโรงงานฯ ไม่ว่าจะผ่านช่องทางใดก็ตาม เจ้าหน้าที่จะเป็นผู้พิจารณาการอนุญาต ซึ่งสถิติปี 2557 - 2558 การพิจารณาการอนุญาตนำสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วออกนอกบริเวณโรงงานโดยเจ้าหน้าที่มีจำนวนคำขอรวมประมาณ 80,000 คำขอ มีรายการกากอุตสาหกรรมที่ต้องพิจารณารวมประมาณ 500,000 รายการ ในบางช่วงเวลาทำให้คำขอของโรงงานผู้ก่อกำเนิดหลายรายใช้เวลาพิจารณานานมากกว่า 3 เดือน เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว และเป็นการรองรับปริมาณคำขอที่จะเพิ่มมากขึ้นจากนโยบายเร่งรัดให้กากอุตสาหกรรมเข้าสู่ระบบบริหารจัดการฯ
กรมโรงงานอุตสาหกรรม จึงได้จับมือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จัดทำโครงการนำร่องการอนุญาตนำสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วออกนอกบริเวณโรงงานโดยระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ Auto E License ซึ่งเป็นโครงการนำร่องการพิจารณาอนุญาตโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ เพื่ออำนวยความสะดวกรวดเร็วการให้บริการตามนโยบายของรัฐบาล และตาม พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 โดยทั่วไปมีระยะเวลาในการพิจารณาอนุญาตประมาณ 10 – 30 วัน ขึ้นกับจำนวนรายการในคำขอฯ ที่โรงงานผู้ก่อกำเนิดกากอุตสาหกรรมแต่ละรายยื่นขออนุญาต เมื่อใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์เป็นผู้พิจารณาอนุญาตแทนเจ้าหน้าที่ จะสามารถลดเวลาเหลือเพียงไม่เกิน 3 นาที ซึ่งระบบนี้จะรองรับเฉพาะการขออนุญาต สก.2 ที่ยื่นผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น






