thansettakij
thansettakij
ส่งออกเดือน ส.ค.ขยายตัวอีกครั้งในรอบ 5 เดือนที่ร้อยละ 6.5

ส่งออกเดือน ส.ค.ขยายตัวอีกครั้งในรอบ 5 เดือนที่ร้อยละ 6.5

26 ก.ย. 59 | 05:40 น.
อัปเดตล่าสุด :26 ก.ย. 59 | 12:38 น.
รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ เผยถึงภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทยประจำเดือนสิงหาคม 2559 ว่า  แม้สถานการณ์เศรษฐกิจโลกยังอยู่ในภาวะชะลอตัวและมีความผันผวนอย่างต่อเนื่อง แต่การส่งออกของไทยในช่วงที่ผ่านมายังอยู่ในสถานการณ์ที่ดีเมื่อเทียบกับหลายประเทศ โดยการส่งออกในเดือนสิงหาคม 2559 ได้กลับมาขยายตัวอีกครั้งในรอบ 5 เดือนที่ร้อยละ 6.5 และเป็นการขยายตัวในอัตราสูงสุดในรอบ 6 เดือน โดยตลาดส่งออกสำคัญของไทยปรับตัวดีขึ้นในเกือบทุกตลาด (ยกเว้นตะวันออกกลางที่ยังหดตัว) โดยเฉพาะตลาดออสเตรเลีย จีน สหรัฐฯ และสหภาพยุโรป ที่กลับมาขยายตัวสูง โดยมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญจากการกลับมาขยายตัวอีกครั้งของกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม โดยเฉพาะยานยนต์และชิ้นส่วน และสินค้าเกษตรสำคัญ อาทิ มันสำปะหลัง ผลไม้ และไก่แปรรูป กลับมาขยายตัวได้ดี และเป็นผลจากปริมาณการส่งออกที่เพิ่มขึ้นเป็นสำคัญ

รวม 8 เดือนแรกของปี 2559 หดตัวร้อยละ 1.2 ทั้งนี้เมื่อเปรียบเทียบกับสถานการณ์การส่งออกของโลก พบว่าประเทศไทยอยู่ในสถานะที่แข็งแกร่ง โดยการส่งออกของไทยอยู่ในลำดับที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับหลายประเทศ อีกทั้งยังรักษาส่วนแบ่งตลาดได้ดีในเกือบทุกตลาด สำหรับแนวโน้มการส่งออกของไทยในช่วงที่เหลือของปี คาดว่าจะปรับตัวในทิศทางดีขึ้นและมีโอกาสที่จะขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสำคัญจากแนวโน้มการทรงตัวของราคาน้ำมันดิบ ทิศทางค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มอ่อนค่า และเศรษฐกิจโลกค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ รวมทั้งค่าเงินบาทแม้จะยังแข็งค่าเทียบกับดอลลาร์ สรอ. แต่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นๆ อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกที่ยังคงต้องเฝ้าระวัง โดยเฉพาะการออกมาตรการ QE และมาตรการทางการเงินของประเทศต่างๆ ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาน้ำมันและอัตราแลกเปลี่ยน

มูลค่าการค้าในรูปของเงินบาท เดือนสิงหาคม การส่งออกมีมูลค่า 654,174 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 8.2 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน (YoY) ในขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 587,458 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 0.2 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน (YoY) ส่งผลให้การค้าเกินดุล 66,716 ล้านบาท รวม 8 เดือนแรก การส่งออกมีมูลค่า 4,967,842 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.0) การนำเข้ามีมูลค่า 4,476,992 ล้านบาท (หดตัวร้อยละ 2.2) และการค้าเกินดุล 490,850 ล้านบาท

มูลค่าการค้าในรูปของเงินเหรียญสหรัฐฯ  เดือนสิงหาคม การส่งออกมีมูลค่า 18,825 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัวร้อยละ 6.5 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน (YoY) ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวที่สูงที่สุดในรอบ 6 เดือน ในขณะที่การนำเข้า มีมูลค่า 16,697 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (หดตัวร้อยละ 1.5) ส่งผลให้การค้าเกินดุล 2,128 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งเป็นการเกินดุลต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 16 ติดต่อกัน รวม 8 เดือนแรก การส่งออกมีมูลค่า 141,007 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (หดตัวร้อยละ 1.2) การนำเข้ามีมูลค่า 125,624 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (หดตัวร้อยละ 8.8)  และการค้าเกินดุล 15,384 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

มูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรยังคงหดตัวต่อเนื่อง ตามการลดลงของทั้งปริมาณการส่งออกและราคาสินค้าเกษตรสำคัญ  เนื่องจากภาวะภัยแล้ง การชะลอตัวของอุปสงค์โลก และราคาสินค้าเกษตรที่ยังอยู่ในระดับต่ำตามทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลก โดยภาพรวมเดือนสิงหาคม 2559 มูลค่าการส่งออกสินค้าในกลุ่มนี้ ลดลงร้อยละ 4.1 (YoY) สินค้าสำคัญที่ลดลง ได้แก่ ยางพารา น้ำตาลทราย ข้าว และอาหารทะเลแช่แข็ง กระป๋อง และแปรรูปไม่รวมกุ้ง (ลดลงร้อยละ 31.9  21.4  8.0  และร้อยละ 1.9 ตามลำดับ) อย่างไรก็ตาม การส่งออกสินค้าเกษตรสำคัญหลายรายการขยายตัวเพิ่มขึ้น ได้แก่ ผลไม้สดแช่เย็นแช่แข็ง (ส่งออกไปตลาดฮ่องกง อินโดนีเซีย และสหรัฐอเมริกา) กุ้งสด แช่เย็น แช่แข็ง (ส่งออกไปตลาดสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และแคนาดา) เครื่องดื่ม (ส่งออกไปตลาดเวียดนาม เมียนมา และกัมพูชา) ไก่แปรรูป (ส่งออกไปตลาดญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และเนเธอร์แลนด์) และผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง (ส่งออกไปตลาดจีน ญี่ปุ่น และอินโดนีเซีย) รวม 8 เดือนแรกการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร หดตัวร้อยละ 5.9

มูลค่าการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมกลับมาขยายตัวเป็นบวกอีกครั้ง โดยได้รับอานิสงส์จากการส่งออกยานยนต์ที่ขยายตัวในระดับสูง รวมทั้งการขยายตัวของภาคการก่อสร้างและภาคอสังหาริมทรัพย์ในประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ โดยเฉพาะ CLMV ภาพรวมเดือนสิงหาคม 2559 มูลค่าการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมขยายตัวร้อยละ 9.0 สินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ รถยนต์และส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 40.4 (ส่งออกไปตลาดออสเตรเลีย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย) เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ ขยายตัวร้อยละ 44.5 (ส่งออกไปตลาด ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น) เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 25.0 (ส่งออกไปตลาด ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย และญี่ปุ่น) อุปกรณ์กึ่งตัวนำทรานซิสเตอร์/ไดโอดขยายตัวร้อยละ 102.6 (ส่งออกไปตลาด สหรัฐอเมริกา ฮ่องกง และญี่ปุ่น) และผลิตภัณฑ์ยางขยายตัวร้อยละ 11.0 (ส่งออกไปสหรัฐอเมริกา จีน และญี่ปุ่น) ในขณะที่ สินค้าสำคัญที่หดตัวต่อเนื่อง ได้แก่ ทองคำ น้ำมันสำเร็จรูป โทรทัศน์และส่วนประกอบเม็ดพลาสติก เครื่องคอมพิวเตอร์ และส่วนประกอบ (หดตัวร้อยละ 45.6 21.6 18.7 6.8 และร้อยละ 1.3 ตามลำดับ) รวม 8 เดือนแรก การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมขยายตัวร้อยละ 1.0

ตลาดส่งออกสำคัญทุกตลาด (ยกเว้นตะวันออกกลาง) กลับมาขยายตัวเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน โดยเฉพาะจีน ญี่ปุ่น อาเซียน CLMV และสหรัฐฯ ที่กลับมาขยายตัวครั้งแรกในรอบ 12 เดือน  6 เดือน 5 เดือน  3 เดือน และ 2 เดือน ตามลำดับ (จีน ขยายตัวสูงสุดในรอบ 32 เดือน และสหรัฐฯ ขยายตัวสูงสุดรอบ 42 เดือน) โดยตลาดที่มีการขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง ได้แก่ ออสเตรเลีย รวม 8 เดือนแรก ตลาดที่ขยายตัว ได้แก่ ออสเตรเลีย (ร้อยละ 10.1) และสหรัฐฯ (ร้อยละ 0.9)