
ไทยจัดประชุมนวัตกรรมอาเซียนครั้งแรกวาง 3 กรอบกำหนดทิศนวัตกรรมภูมิภาค
ไทยจัดประชุมเวทีกำหนดนโยบายด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม ASEAN STI Forum 2016 ครั้งแรกของอาเซียนที่กรุงเทพฯ พร้อมวาง 3 กรอบแนวทางสำคัญ 3 ด้านเพื่อกระตุ้นให้เกิดการกำหนดนวัตกรรมร่วมกันอย่างชัดเจน ประเดิมลงขัน 1 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาวิทยาศาสตร์ในระดับภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรม
ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมอาเซียน เอส ที ไอ ฟอรัม 2016 (ASEAN STI Forum 2016) ขึ้นเป็นครั้งแรกที่กรุงเทพฯ เพื่อเป็นเวทีการกำหนดนโยบายด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมร่วมกันระหว่างไทยและ 9 ชาติในอาเซียน โดยการประชุมในครั้งนี้ไทยได้นำเสนอข้อริเริ่ม 3 ข้อ ที่จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่ 1 ตุลาคมนี้ ประกอบด้วย
1.การเป็นผู้นำในการจัดสรรงบประมาณในการจัดตั้งกองทุนวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมร่วมกัน โดยไทยจะลงขันเริ่มต้นด้วยเงินลงทุน 1 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อใช้เป็นทุนในการผลักดันวาระสำคัญทางด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมของสมาชิกในกลุ่มอาเซียน โดยจะให้สมาชิกเข้ามาร่วมกันเป็นหุ้นส่วนของการพัฒนาในกองทุนดังกล่าวนี้ด้วย 2.ประเทศไทยยินดีต้อนรับคนเก่งของอาเซียน ด้วยการให้ทุนการศึกษาในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก เพื่อเป็นการร่วมกันพัฒนาบุคลากรทางด้านนวัตกรรม และ 3.การส่งเสริมให้นักวิจัยของภาครัฐเข้าไปช่วยเหลือเอกชนไทยในการทำการวิจัยทางด้านนวัตกรรม เพื่อเสริมกับส่วนของการวิจัยของเอกชนที่ยังขาดแคลนตลอดจนภาคเอกชนในภูมิภาคอาเซียน
ทั้งนี้อาเซียนมีคณะกรรมการในการร่วมพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมร่วมกันมาเป็นระยะเวลากว่า 10 ปี แล้ว โดยในไทยช่วง 5-6 ปี ที่ผ่านมาถือเป็นผู้นำทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในภูมิภาค และได้ทำงานหลายอย่างที่ช่วยกระตุ้นให้อาเชียนเกิดความกระฉับกระเฉงที่จะพัฒนาในเรื่องนวัตกรรม เช่น การร่วมกันวิจัยและพัฒนาเรื่องเมืองนวัตกรรมอาหารที่เกิดขึ้นแล้วที่รังสิต การพัฒนาบุคลากรภายใต้โปรเจค Start Up เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของบุคลากรรุ่นใหม่ เป็นต้น ซึ่งเกิดขึ้นจากการร่วมหารือ โดย 6 ปีที่ผ่านมาได้มีการหารือหนึ่ง และได้มีการจัดทำบลูปรินซ์หรือข้อริเริ่มที่กระบี่ เมื่อ 6 ปีที่แล้ว ซึ่งยังคงใช้มาถึงทุกวันนี้ในกลุ่มประเทศอาเซียน
"ที่ผ่านมาอาเซียนยังไม่ได้เรียนรู้กันและกันมากเท่าไร คิดว่าเวทีนี้เป็นเวทีที่จะร่วมพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างจริงจังขึ้นมาเป็นครั้งแรกในอาเซียน ซึ่งการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจนได้เนื้อหาสาระที่เกิดขึ้นในการประชุมครั้งนี้ จะไม่ได้ใช้พัฒนาเฉพาะกลุ่มประเทศอาเซียนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงประเทศคู่เจรจาของประเทศภายในกลุ่ม ทั้งในรูปแบบประเทศเดี่ยวหรือกลุ่มประเทศในแต่ละภูมิภาค ซึ่งการร่วมกันพัฒนาดังกล่าวจะทำให้อาเซียนเกิดความแข็งแกร่ง และประเทศไทยก็จะแข็งแกร่งตามไปด้วย เพราะความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีต้องร่วมมือกัน เพื่่อให้ทุกฝ่ายได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน ทั้งนี้ยังถือเป็นการกระตุ้นการทำงานให้ 10 ประเทศมีการเคลื่อนไหวที่เร็วขึ้น"
ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมอาเซียน เอส ที ไอ ฟอรัม 2016 (ASEAN STI Forum 2016) ขึ้นเป็นครั้งแรกที่กรุงเทพฯ เพื่อเป็นเวทีการกำหนดนโยบายด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมร่วมกันระหว่างไทยและ 9 ชาติในอาเซียน โดยการประชุมในครั้งนี้ไทยได้นำเสนอข้อริเริ่ม 3 ข้อ ที่จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่ 1 ตุลาคมนี้ ประกอบด้วย
1.การเป็นผู้นำในการจัดสรรงบประมาณในการจัดตั้งกองทุนวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมร่วมกัน โดยไทยจะลงขันเริ่มต้นด้วยเงินลงทุน 1 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อใช้เป็นทุนในการผลักดันวาระสำคัญทางด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมของสมาชิกในกลุ่มอาเซียน โดยจะให้สมาชิกเข้ามาร่วมกันเป็นหุ้นส่วนของการพัฒนาในกองทุนดังกล่าวนี้ด้วย 2.ประเทศไทยยินดีต้อนรับคนเก่งของอาเซียน ด้วยการให้ทุนการศึกษาในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก เพื่อเป็นการร่วมกันพัฒนาบุคลากรทางด้านนวัตกรรม และ 3.การส่งเสริมให้นักวิจัยของภาครัฐเข้าไปช่วยเหลือเอกชนไทยในการทำการวิจัยทางด้านนวัตกรรม เพื่อเสริมกับส่วนของการวิจัยของเอกชนที่ยังขาดแคลนตลอดจนภาคเอกชนในภูมิภาคอาเซียน
ทั้งนี้อาเซียนมีคณะกรรมการในการร่วมพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมร่วมกันมาเป็นระยะเวลากว่า 10 ปี แล้ว โดยในไทยช่วง 5-6 ปี ที่ผ่านมาถือเป็นผู้นำทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในภูมิภาค และได้ทำงานหลายอย่างที่ช่วยกระตุ้นให้อาเชียนเกิดความกระฉับกระเฉงที่จะพัฒนาในเรื่องนวัตกรรม เช่น การร่วมกันวิจัยและพัฒนาเรื่องเมืองนวัตกรรมอาหารที่เกิดขึ้นแล้วที่รังสิต การพัฒนาบุคลากรภายใต้โปรเจค Start Up เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของบุคลากรรุ่นใหม่ เป็นต้น ซึ่งเกิดขึ้นจากการร่วมหารือ โดย 6 ปีที่ผ่านมาได้มีการหารือหนึ่ง และได้มีการจัดทำบลูปรินซ์หรือข้อริเริ่มที่กระบี่ เมื่อ 6 ปีที่แล้ว ซึ่งยังคงใช้มาถึงทุกวันนี้ในกลุ่มประเทศอาเซียน
"ที่ผ่านมาอาเซียนยังไม่ได้เรียนรู้กันและกันมากเท่าไร คิดว่าเวทีนี้เป็นเวทีที่จะร่วมพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างจริงจังขึ้นมาเป็นครั้งแรกในอาเซียน ซึ่งการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจนได้เนื้อหาสาระที่เกิดขึ้นในการประชุมครั้งนี้ จะไม่ได้ใช้พัฒนาเฉพาะกลุ่มประเทศอาเซียนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงประเทศคู่เจรจาของประเทศภายในกลุ่ม ทั้งในรูปแบบประเทศเดี่ยวหรือกลุ่มประเทศในแต่ละภูมิภาค ซึ่งการร่วมกันพัฒนาดังกล่าวจะทำให้อาเซียนเกิดความแข็งแกร่ง และประเทศไทยก็จะแข็งแกร่งตามไปด้วย เพราะความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีต้องร่วมมือกัน เพื่่อให้ทุกฝ่ายได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน ทั้งนี้ยังถือเป็นการกระตุ้นการทำงานให้ 10 ประเทศมีการเคลื่อนไหวที่เร็วขึ้น"






