
บล.KTBST มองหุ้นไทยวันนี้ (23 ก.ย.) มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นจากวันก่อน
นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ กลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (KTBST) ประเมินตลาดหุ้นไทยในวันนี้ (23 ก.ย.) ว่า ตลาดต่างประเทศในคืนที่ผ่านมาคล้ายกับวันก่อน น่าเป็นเพราะรับผลจากปัจจัยบวกจากผลประชุม FOMC และ BOJ โดย Dollar Index และ Bond Yield ของสหรัฐฯ อ่อนค่าลง น่าจะส่งผลมาถึงตลาดเอเชียเช้านี้ด้วย ที่น่าจับตาคือ ผลจากการประชุม BOJ จะมีผลต่อค่าเงินเยนอย่างไร และจะอ่อนค่าลงหรือไม่ (ถ้าเยนอ่อนลงเทียบดอลล่าร์ น่าจะเป็นบวกกับตลาด)
ด้านราคาน้ำมันดิบ WTI ปิดไปที่ $46 เราเห็นประเทศในกลุ่ม OPEC มีการแสดงความจริงจังต่อการประชุมของกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันในสัปดาห์นี้ หากมีสัญญาณว่ากำลังการผลิตน้ำมันในตลาด จะเข้าใกล้ระดับสมดุลกับความต้องการใช้น้ำมันเร็วเท่าใด จากปัจจุบันที่มีกำลังการผลิตส่วนเกินอยู่ จะมีโอกาสที่ราคาน้ำมันดิบ WTI จะขึ้นแตะ $50 เหรียญก่อนประชุมได้ด้วย เพราะตอนนี้ดอลลาร์ที่อ่อนค่า เป็นบวกต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ผู้ได้ประโยชน์โดยตรงจากการนี้ จะเป็นผู้ผลิตน้ำมัน
ส่วนปัจจัยในประเทศ ช่วงสั้นๆ ยังไม่เห็นปัจจัยลบเข้ามาในตลาด แต่ปัจจัยบวก คงเป็นเงินที่ไหลเข้ามาในตลาดหุ้น ซึ่งสะท้อนมาจากหุ้นขนาดใหญ่ที่เดินหน้าบวกต่อ ข่าวที่ กกพ.กำหนดเปิดให้เอกชนยื่นขอเสนอขายไฟฟ้าจากขยะอุตสาหกรรม ระหว่างวันที่ 22-28 ก.ย. จะทำให้มีการเข้ามาเก็งกำไรในหุ้นที่เกี่ยวข้อง
"ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ จากปัจจัยบวกในเรื่องดอกเบี้ยในตลาดที่คงอยู่ในระดับต่ำอันเป็นผลจากการประชุม FOMC และ BOJ และเงินลงทุนต่างประเทศที่ยังเข้ามาในตลาดไทย (หุ้น+พันธบัตร) บล.KTBST คาดว่าดัชนีวันนี้มีแนวโน้มที่จะปรับตัวสูงขึ้นจากวันก่อน"
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน จากที่เรามองทิศทางตลาดหุ้นว่ายังเดินหน้าต่อได้ หุ้นขนาดใหญ่ยังเป็นกลุ่มหลักที่คาดจะมีแรงซื้อเข้ามาต่อเนื่องจากวันก่อน รวมทั้งหุ้นที่มีปัจจัยบวกอื่นๆ หุ้นที่มองว่าน่าสนใจ สำหรับการเก็งกำไรช่วงสั้น แบ่งเป็นหุ้นขนาดใหญ่ อาทิ PTT , BANPU , IVL และ CPF ส่วนหุ้นที่มีข่าวหรือปัจจัยบวกเฉพาะตัวอื่นๆ อาทิเช่น WICE , SVI , ASK มองกรอบดัชนีในวันนี้ที่ 1,494-1,510 จุด
ด้านราคาน้ำมันดิบ WTI ปิดไปที่ $46 เราเห็นประเทศในกลุ่ม OPEC มีการแสดงความจริงจังต่อการประชุมของกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันในสัปดาห์นี้ หากมีสัญญาณว่ากำลังการผลิตน้ำมันในตลาด จะเข้าใกล้ระดับสมดุลกับความต้องการใช้น้ำมันเร็วเท่าใด จากปัจจุบันที่มีกำลังการผลิตส่วนเกินอยู่ จะมีโอกาสที่ราคาน้ำมันดิบ WTI จะขึ้นแตะ $50 เหรียญก่อนประชุมได้ด้วย เพราะตอนนี้ดอลลาร์ที่อ่อนค่า เป็นบวกต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ผู้ได้ประโยชน์โดยตรงจากการนี้ จะเป็นผู้ผลิตน้ำมัน
ส่วนปัจจัยในประเทศ ช่วงสั้นๆ ยังไม่เห็นปัจจัยลบเข้ามาในตลาด แต่ปัจจัยบวก คงเป็นเงินที่ไหลเข้ามาในตลาดหุ้น ซึ่งสะท้อนมาจากหุ้นขนาดใหญ่ที่เดินหน้าบวกต่อ ข่าวที่ กกพ.กำหนดเปิดให้เอกชนยื่นขอเสนอขายไฟฟ้าจากขยะอุตสาหกรรม ระหว่างวันที่ 22-28 ก.ย. จะทำให้มีการเข้ามาเก็งกำไรในหุ้นที่เกี่ยวข้อง
"ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ จากปัจจัยบวกในเรื่องดอกเบี้ยในตลาดที่คงอยู่ในระดับต่ำอันเป็นผลจากการประชุม FOMC และ BOJ และเงินลงทุนต่างประเทศที่ยังเข้ามาในตลาดไทย (หุ้น+พันธบัตร) บล.KTBST คาดว่าดัชนีวันนี้มีแนวโน้มที่จะปรับตัวสูงขึ้นจากวันก่อน"
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน จากที่เรามองทิศทางตลาดหุ้นว่ายังเดินหน้าต่อได้ หุ้นขนาดใหญ่ยังเป็นกลุ่มหลักที่คาดจะมีแรงซื้อเข้ามาต่อเนื่องจากวันก่อน รวมทั้งหุ้นที่มีปัจจัยบวกอื่นๆ หุ้นที่มองว่าน่าสนใจ สำหรับการเก็งกำไรช่วงสั้น แบ่งเป็นหุ้นขนาดใหญ่ อาทิ PTT , BANPU , IVL และ CPF ส่วนหุ้นที่มีข่าวหรือปัจจัยบวกเฉพาะตัวอื่นๆ อาทิเช่น WICE , SVI , ASK มองกรอบดัชนีในวันนี้ที่ 1,494-1,510 จุด






