thansettakij
thansettakij
ถอดรหัสน้ำท่วมใหญ่ กทม. หุ้นตัวไหนพุ่ง-ตัวไหนพัง?

ถอดรหัสน้ำท่วมใหญ่ กทม. หุ้นตัวไหนพุ่ง-ตัวไหนพัง?

29 ก.ย. 69 | 23:00 น.

ถอดรหัสน้ำท่วมใหญ่ กทม. หุ้นตัวไหนพุ่ง-ตัวไหนพัง? : คอลัมน์เมาธ์ทุกอำเภอ โดย... เจ๊เมาธ์ ฐานเศรษฐกิจออนไลน์

KEY

POINTS

  • ช่วงน้ำท่วม หุ้นกลุ่มค้าปลีก CPALL, CPAXT และสื่อสาร ADVANC ได้ประโยชน์จากความต้องการสินค้าจำเป็นและการสื่อสารที่เพิ่มขึ้น
  • หลังน้ำลด หุ้นกลุ่มโฮมโปร HMPRO, GLOBAL, DOHOME และวัสดุก่อสร้าง TOA, TASCO จะได้รับอานิสงส์จากการซ่อมแซมฟื้นฟูที่อยู่อาศัยและถนน
  • กลุ่มที่ได้รับผลกระทบเชิงลบ คือ ธุรกิจประกันภัยที่ต้องจ่ายค่าสินไหม และกลุ่มธนาคารที่ต้องระวังคุณภาพสินทรัพย์จากลูกค้าที่ประสบภัย

*** ถึงตอนนี้ เรื่องสถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง คงเลยจุดที่จะมานั่งโทษกันแล้วว่าใครผิด ใครทำให้ประชาชนแตกตื่น หรือใครจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ เพราะนอกจากน้ำจะท่วมจริงและสร้างความเสียหายทั้งต่อโครงสร้างพื้นฐานและทรัพย์สินของประชาชนแล้ว แต่จนถึงตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายปกครองท้องถิ่นอย่าง กทม. หรือ ส่วนกลาง

อย่างรัฐบาล เจ๊เมาธ์ก็ยังไม่เห็นว่า จะมีใครประกาศตัวออกมารับผิดชอบอย่างชัดเจนสักคน

 

อย่างไรก็ตาม...สำหรับ เจ๊เมาธ์ เรื่องที่ให้ความสำคัญอีกเรื่องคือผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับตลาดหุ้นและการเงิน เพราะเมื่อเกิดภาวะน้ำท่วมใหญ่แบบนี้ เจ๊ก็อดไม่ได้ที่จะลองส่องดูว่า ในตลาดหุ้นไทยมีบริษัทไหนได้ประโยชน์ และบริษัทไหนต้องรับผลกระทบจากสถานการณ์ครั้งนี้

เจ๊เมาธ์ลองดูมุมมองจากบทวิเคราะห์ของหลายสำนักแล้ว พบว่าส่วนใหญ่มองตรงกันว่า น้ำท่วมรอบนี้ยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและตลาดหุ้นในวงจำกัด เมื่อเทียบกับเหตุการณ์ใหญ่ในอดีต แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ ผลกระทบต่อหุ้นแต่ละตัวไม่ได้เหมือนกัน เพราะขึ้นอยู่กับลักษณะธุรกิจ รวมถึงช่วงเวลาของเหตุการณ์ด้วย

พูดง่ายๆ คือ อย่ามองหุ้นธีมน้ำท่วมแบบเหมารวม เพราะบางตัวได้ประโยชน์ตั้งแต่ตอนน้ำกำลังมา ขณะที่บางตัวต้องรอให้น้ำลดก่อน จึงจะเริ่มรับทรัพย์จากการฟื้นฟู

เจ๊เมาธ์ขอแบ่งภาพออกเป็น 3 จังหวะ เริ่มจากช่วงที่น้ำกำลังท่วม ซึ่งความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นเพิ่มขึ้น กลุ่มค้าปลีกอย่าง CPALL และ CPAXT จึงมีโอกาสได้แรงหนุนจากการเร่งซื้ออาหาร น้ำดื่ม และ ของใช้จำเป็น เพื่อกักตุน ขณะที่ BJC และ CRC ก็มีโอกาสได้ประโยชน์จากยอดขายสินค้าในพื้นที่ ที่ยังสามารถเปิดให้บริการได้ แม้บางสาขาอาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม

อีกกลุ่มที่น่าสนใจคือ ADVANC เพราะในช่วงเกิดเหตุ ประชาชนต้องติดตามข่าวสารและติดต่อสื่อสารกันมากขึ้น รวมถึงการทำงานจากระยะไกล ทำให้การใช้งานระบบสื่อสารและดาต้ามีโอกาสเพิ่มขึ้น

แต่ถ้าถาม เจ๊เมาธ์ ว่าช่วงไหนน่าจับตามากที่สุด...เจ๊เมาธ์มองว่าต้องยกให้จังหวะหลังน้ำลด เพราะจะเข้าสู่โหมด “ฟื้นฟูและซ่อมแซม” อย่างเต็มตัว เมื่อบ้านเรือนต้องทำความสะอาด ซ่อมแซม และเปลี่ยนของใช้ที่ได้รับความเสียหาย ความต้องการสินค้าในกลุ่มเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และวัสดุซ่อมแซมบ้านก็มีโอกาสกลับมาอย่างรวดเร็ว

หุ้นที่ถูกจับตามองในธีมนี้ ได้แก่ HMPRO, GLOBAL และ DOHOME ซึ่งมีสินค้าตั้งแต่เครื่องมือช่าง อุปกรณ์ทำความสะอาด เครื่องใช้ไฟฟ้า ไปจนถึงวัสดุสำหรับซ่อมแซมบ้าน รวมถึง MRDIYT ที่มีสินค้าราคาประหยัดและตอบโจทย์การซ่อมแซมบ้านหลังน้ำลด

ส่วนกลุ่มวัสดุก่อสร้างอย่าง TOA, DCC, SCGD และ DRT ก็มีโอกาสได้รับประโยชน์จากการฟื้นฟูที่อยู่อาศัย ขณะที่ TASCO มีประเด็นบวกจากความต้องการซ่อมแซมถนนและโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับความเสียหาย

ขณะที่กลุ่มโรงพยาบาลและโรงแรมอย่าง BDMS, BCH, CENTEL และ ERW มีลักษณะเป็นหุ้นที่อาจได้รับผลกระทบในช่วงสั้น และมีโอกาสฟื้นตัวเมื่อสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยอินโนเวสท์ เอกซ์มองจากสถิติในอดีตว่า กลุ่มเหล่านี้สามารถฟื้นตัวได้ค่อนข้างเร็วหลังเหตุการณ์คลี่คลาย

แต่แน่นอนว่า เมื่อมีคนได้ ก็ต้องมีคนเสียอยู่แล้ว...

กลุ่มที่ต้องเพิ่มความระมัดระวังคือ ประกันภัย เพราะมีโอกาสเจอค่าสินไหมจากรถยนต์และทรัพย์สินที่เสียหายเพิ่มขึ้น ขณะที่ธนาคารและไฟแนนซ์ต้องจับตาคุณภาพสินทรัพย์ เพราะลูกค้าในพื้นที่ประสบภัยอาจมีรายได้สะดุด และกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้

ด้านรับเหมาก่อสร้างก็อาจเจอปัญหาการก่อสร้างล่าช้า แต่สำหรับ CK และ STECON ผลกระทบอาจยังจำกัด เนื่องจากโครงการจำนวนมากอยู่นอกพื้นที่ประสบภัย ส่วนกลุ่มท่องเที่ยวและขนส่ง อาจได้รับผลกระทบจากการเดินทางที่สะดุดในระยะสั้น ก่อนจะฟื้นตัวเมื่อสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ

ดังนั้น เจ๊เมาธ์ มองว่า น้ำท่วมรอบนี้ สิ่งที่นักลงทุนต้องดูไม่ใช่แค่คำถามว่า “หุ้นตัวไหนได้หรือเสีย” แต่ต้องดูด้วยว่า “ได้เมื่อไหร่” และ “เสียแค่ไหน”

เพราะจังหวะเวลามีผลต่อราคาหุ้นไม่แพ้ตัวเลขผลกระทบทางธุรกิจ
ช่วงน้ำกำลังมา หุ้นค้าปลีกและสื่อสาร อย่าง CPALL, CPAXT และ ADVANC มีประเด็นจากความต้องการสินค้าและการสื่อสารที่เพิ่มขึ้น

ส่วนน้ำลดแล้ว ธีมก็จะขยับไปที่ HMPRO, GLOBAL, DOHOME, MRDIYT, TOA, DCC และ DRT ซึ่งเกี่ยวข้องกับการซ่อมแซมและฟื้นฟูบ้านเรือน

เอาเป็นว่า เหตุการณ์น้ำท่วมแต่ละธุรกิจมีทั้งผลกระทบและช่วงเวลาที่แตกต่างกัน งานนี้ใครจะเล่นธีมน้ำท่วม จึงต้องดูให้ขาดว่า หุ้นตัวนั้นกำลังอยู่ใน “ช่วงน้ำมา” หรือกำลังเข้าสู่ “ช่วงน้ำลด” กันแน่

เรื่องก็มีแค่ว่า ในเมื่อช่วงนี้ตลาดหุ้นไทยยังไม่มีปัจจัยเฉพาะตัวหรือปัจจัยใหม่ๆ เข้ามา การหยิบสถานการณ์เฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นมาดูว่า หุ้นตัวไหนจะได้ประโยชน์ หรือได้รับผลกระทบ จึงกลายเป็นอีกประเด็นที่นักลงทุนต้องจับตากันต่อไปนั่นเองเจ้าค่ะ

คอลัมน์เมาธ์ทุกอำเภอ โดย... เจ๊เมาธ์ ฐานเศรษฐกิจออนไลน์