
ไทยเที่ยวไทย พลัส...แจกจริงหรือแจกฝัน?
ไทยเที่ยวไทย พลัส...แจกจริงหรือแจกฝัน? : คอลัมน์เมาธ์ทุกอำเภอ โดย... เจ๊เมาธ์ ฐานเศรษฐกิจออนไลน์
KEY
POINTS
- รัฐบาลเตรียมเสนอมาตรการ “ไทยเที่ยวไทย พลัส” จำนวน 1 ล้านสิทธิ์ โดยจะเปิดให้ลงทะเบียนช่วงเดือนตุลาคม 2569 และใช้สิทธิ์เดินทางได้ตั้งแต่พฤศจิกายน 2569 ถึงกุมภาพันธ์ 2570
- สิทธิประโยชน์หลัก คือ การอุดหนุนค่าที่พักตามจริงสูงสุด 1,500 บาทต่อคืน (นานสูงสุด 5 คืน) และมอบคูปองท่องเที่ยวแบบร่วมจ่ายมูลค่า 1,500-2,000 บาท สำหรับค่าอาหารและบริการอื่นๆ
- มาตรการนี้มุ่งกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายปี โดยคาดว่าจะส่งผลดีโดยตรงต่อหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว เช่น โรงแรม ร้านอาหาร และสายการบิน
มาตรการ “ไทยเที่ยวไทย พลัส” ปี 2569 รอบนี้ บอกเลยว่า รัฐบาลไม่ได้มาแจกกันเล่น ๆ เพราะความคืบหน้าล่าสุดเตรียมจ่อคิวเสนอ ครม. อนุมัติ พร้อมเปิดให้ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ระหว่างวันที่ 1-25 ตุลาคม 2569 ก่อนจะเริ่มให้ลุยใช้สิทธิ์เดินทางกันยาว ๆ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ไปจนถึง 28 กุมภาพันธ์ 2570
งานนี้รัฐบาลตั้งใจอัดฉีดเต็มสตรีมถึง 1 ล้านสิทธิ์ เพื่อพาคนไทยออกไปเที่ยว หวังอัดฉีดเม็ดเงินจากกระเป๋ารัฐให้หมุนเวียนไปถึงโรงแรม ร้านอาหาร คาเฟ่ สปา รถเช่า ทัวร์ ยันร้านของฝากทั้งระบบ
พูดง่าย ๆ คือ รัฐกำลังพยายามเติมเงินเข้าสู่นวัตกรรมการท่องเที่ยวช่วงปลายปีต่อเนื่องถึงต้นปีหน้า ซึ่งถือว่ามาได้จังหวะเข้าทางพอดี เพราะเป็นช่วงที่ธุรกิจท่องเที่ยว กำลังเข้าสู่ฤดูกาลขาย (High Season) แบบเต็มตัว
สำหรับเจ๊เมาธ์แล้ว เจ๊มองว่า ความน่าสนใจจริง ๆ ไม่ได้หยุดอยู่แค่จำนวน 1 ล้านสิทธิ์เท่านั้น แต่อยู่ที่ “กลเม็ดการแจกเงิน” รอบนี้ที่ต่างจากมาตรการเดิมอย่างสิ้นเชิง
รอบนี้รัฐมุ่งเป้าอุดหนุนค่าที่พักตามจริง สูงสุดไม่เกิน 1,500 บาทต่อคืน และให้ใช้ได้สูงสุดถึง 5 คืน เท่ากับว่า คนที่ใช้สิทธิ์ครบจะได้รับส่วนลดค่าที่พักจุก ๆ สูงสุดถึง 7,500 บาท หมายความว่า ถ้าห้องพักราคา 1,200 บาท รัฐก็จ่ายให้ฟรี 1,200 บาทเต็มจำนวน แต่ถ้าเลือกห้องหรูขึ้นมาหน่อยราคา 2,500 บาท รัฐช่วย 1,500 บาท ส่วนที่เหลืออีก 1,000 บาท ผู้ใช้สิทธิ์ก็จ่ายส่วนต่างเพิ่มเอง
ตรงนี้แหละที่เจ๊มองว่า มีความน่าสนใจในเชิงหุ้น! เพราะมาตรการไม่ได้บีบให้โตแค่โรงแรมราคาถูก แต่เปิดโอกาสให้โรงแรมระดับ 1,500-3,000 บาทต่อคืน ได้อานิสงส์เต็ม ๆ จากการที่ลูกค้ายินดีควักเงินจ่ายส่วนต่างเพิ่มเพื่ออัปเกรดความสบาย
และถ้าถามว่า หุ้นโรงแรมตัวไหนจะรับเนื้อ ๆ เน้น ๆ ก็คงหนีไม่พ้น ERW ที่มีพอร์ตโรงแรมในประเทศแน่นปึ้ก แถมครอบคลุมตั้งแต่ระดับประหยัดยันระดับกลาง อย่าง ibis, Mercure และ Novotel ซึ่งเป็นระดับราคาที่สอดรับกับวงเงินอุดหนุนของรัฐบาลแบบพอดีเป๊ะ
นอกจากส่วนลดค่าห้องแล้ว ระหว่างเดินทางรัฐยังแจก “คูปองท่องเที่ยว” แบบร่วมจ่าย (Co-payment) รัฐออกให้ 50% และประชาชนจ่ายเอง 50% สำหรับใช้จ่ายกับร้านอาหาร คาเฟ่ สปา รถเช่า และร้านของฝาก
โดยเที่ยวเมืองหลักรับคูปอง 1,500 บาทต่อสิทธิ์ แต่ถ้าแวะไปเที่ยวเมืองรอง จะได้รับเพิ่มเป็น 2,000 บาททันที (ขอแค่มีการใช้จ่ายในเมืองรองอย่างน้อย 1 ครั้ง ระบบจะปรับวงเงินให้อัตโนมัติ) เม็ดเงินจึงไม่ได้จมอยู่แค่ธุรกิจโรงแรม แต่สะพัดไปถึงร้านค้าท้องถิ่นตลอดทริป
จุดนี้ทำให้เครือโรงแรมที่มีธุรกิจอาหารในมืออย่าง CENTEL โดดเด่นขึ้นมาทันที เพราะไม่เพียงแต่จะรับอานิสงส์จากส่วนลดค่าห้องพักเท่านั้น แต่ยังได้ประโยชน์สองต่อ จากวงเงินคูปองกินดื่มที่อัปเกรดขึ้นจากเดิม (ที่เคยให้แค่ราว ๆ 500 บาท) ขึ้นมาเป็น 1,500–2,000 บาท ซึ่งช่วยกระตุ้นให้คนกล้าจับจ่ายระหว่างท่องเที่ยวมากขึ้น
หากจะจัดเรียงหุ้นโรงแรมตามสัดส่วนธุรกิจในประเทศที่มีโอกาสรับอานิสงส์รอบนี้ ก็มีให้เลือกพิจารณาตามชอบ ได้แก่ ERW, CENTEL, MINT และ SHR ส่วนหุ้นกลุ่มร้านอาหารที่ต้องจับตารับแรงหนุนคูปองกินดื่มก็นำโดย M, ZEN และ MAGURO ขณะที่ฝั่งผ่อนคลายอย่าง SPA ก็มีโอกาสรับเนื้อ ๆ จากคูปองนวดสปาที่เข้าร่วมโครงการ
มองให้ครบอีกนิด... เจ๊เมาธ์ว่า ต้องไม่ลืมกลุ่มสายการบินและสนามบิน เพราะเมื่อคนเริ่มออกเดินทาง การเดินทางข้ามภูมิภาคก็ต้องเพิ่มขึ้นตาม หุ้นอย่าง AOT, AAV, BA และ THAI จึงได้รับอานิสงส์ทางอ้อมไปเต็ม ๆ โดยเฉพาะ BA ที่มีเส้นทางบินสู่แหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตอย่างสมุยและเมืองรอง ขณะที่ AOT ก็ยิ้มรับจำนวนผู้โดยสารในประเทศที่คึกคักขึ้น
อย่างไรก็ตาม... ประเด็นสำคัญไม่ได้จบแค่อยู่ที่ “รัฐบาลแจกเท่าไร” แต่ต้องตามต่อว่า “คนจะออกมาใช้เงินจริงแค่ไหน” เพราะถ้าแจกสิทธิ์ครบ 1 ล้านสิทธิ์ แต่คนใช้จริงไม่เต็มที่ ผลต่อกำไรก็อาจไม่ได้ปังอย่างที่ตลาดคาดไว้ แต่ถ้าคนแห่ใช้สิทธิ์แล้วยินดีควักเงินส่วนตัวเพิ่ม...
งานนี้จะเกิดตัวคูณทางเศรษฐกิจ (Multiplier Effect) ที่สร้างเม็ดเงินสะพัดได้มากกว่าวงเงินงบประมาณที่รัฐใส่เข้ามาเสียอีก
มุมมองนักวิเคราะห์จึงประเมินว่า ไตรมาส 4/2569 กลุ่มท่องเที่ยวมีโอกาสเห็นกำไรเติบโตโดดเด่นทั้ง YoY และ QoQ จากแรงส่งของมาตรการไทยเที่ยวไทย พลัส การเข้าสู่ High Season และอีเวนต์สังสรรค์ปลายปี สิ่งที่นักลงทุนต้องทำการบ้านต่อ จึงเป็นเรื่องของ “ราคาหุ้นบนกระดานสะท้อนข่าวไปมากน้อยแค่ไหน” เมื่อเทียบกับ “แนวโน้มกำไรที่จะเติบโตขึ้นจริง”
สรุปแล้ว ไทยเที่ยวไทย พลัส รอบนี้อาจไม่ได้ถึงขั้นปฏิวัติเปลี่ยนโฉมเศรษฐกิจไทย แต่ในมุมของตลาดหุ้น ถือเป็นอีกหนึ่งแรงส่งสำคัญ ที่เข้ามาเติมเชื้อไฟให้หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวได้อย่างถูกที่ถูกเวลา
เอาเป็นว่า... วันนี้ใครได้สิทธิ์ก็เตรียมแพ็กกระเป๋าไปเที่ยว ส่วนใครมีหุ้นก็เตรียมลุ้นกำไร แต่ถ้าใครยังไม่มีทั้งสิทธิ์และไม่มีทั้งหุ้น... ก็คงต้องนั่งดูอยู่ห่าง ๆ ว่าเม็ดเงินรอบนี้จะไหลลงถึงงบการเงิน และราคาหุ้นจริงแท้แค่ไหน เพราะสุดท้ายแล้ว ผลประกอบการจริงเท่านั้นที่จะเป็นตัวตัดสินเจ้าค่ะ!
คอลัมน์เมาธ์ทุกอำเภอ โดย... เจ๊เมาธ์ ฐานเศรษฐกิจออนไลน์







