
AAV ลูกไม่เกี่ยวกับแม่...แต่ต้องจับตา!
AAV ลูกไม่เกี่ยวกับแม่...แต่ต้องจับตา! : คอลัมน์เมาธ์ทุกอำเภอ โดย...เจ๊เมาธ์ ฐานเศรษฐกิจออนไลน์
KEY
POINTS
- ราคาหุ้น AAV ปรับตัวลงจากความกังวลเกี่ยวกับสถานะทางการเงินของบริษัทแม่ (AirAsia Group Berhad) ในมาเลเซีย
- ผลการดำเนินงานของ AAV เองยังคงขาดทุน เนื่องจากต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้น แม้จะมีการปรับขึ้นราคาค่าโดยสารแล้วก็ตาม
- แม้การดำเนินงานจะแยกจากกัน แต่ AAV มีความเสี่ยงจากการที่บริษัทแม่มีสถานะเป็นลูกหนี้สุทธิอยู่ประมาณ 1.14 หมื่นล้านบาท
*** เกิดอะไรขึ้นกับ AAV…กลายเป็นคำถามที่ถูกถามกันมากขึ้น หลังราคาหุ้น บมจ.เอเชีย เอวิเอชั่น หรือ AAV เมื่อราคาหุ้นปรับตัวลงแรงในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับฐานะการเงินของ AirAsia Group Berhad หรือ AAGB ที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ทางอ้อมของ AAV
ความกังวลเกิดขึ้นหลังมีข่าวว่า รัฐบาลมาเลเซีย ได้หารือกับสายการบินคู่แข่งอย่าง Malaysia Airlines และ Batik Air ถึงความเป็นไปได้ในการรองรับส่วนแบ่งตลาดภายในประเทศของ AirAsia หากเกิดปัญหาขึ้นกับสายการบินรายใหญ่ของประเทศ ขณะที่ AirAsia Malaysia มีผลขาดทุนและยังถูกกดดันอย่างหนักจากต้นทุนน้ำมันที่พุ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม “โทนี เฟอร์นันเดซ” ผู้ร่วมก่อตั้งและที่ปรึกษาของ AirAsia ระบุว่า กำลังเดินหน้าแก้ปัญหาด้วยการปรับโครงสร้างต้นทุน รวมถึงการรีไฟแนนซ์หนี้ โดยยืนยันว่า กลุ่มบริษัทยังมีสภาพคล่องเพียงพอ
เจ๊เมาธ์ มองว่าประเด็นนี้ต้องแยกออกจากกันให้ชัดว่า ผลกระทบจากสถานการณ์ของ AirAsia Malaysia ยังอยู่ในระดับจำกัด เนื่องจาก AAV มีการดำเนินงาน ผู้บริหาร และ การจัดสรรฝูงบินที่แยกออกจาก AirAsia Malaysia
ขณะที่ความสัมพันธ์ทางการเงินที่ต้องติดตามคือ AirAsia Malaysia มีหนี้ที่ต้องชำระให้ AAV ประมาณ 1.46 หมื่นล้านบาท และเมื่อหักลูกหนี้และเจ้าหนี้ระยะสั้น ที่เกี่ยวข้องกันแล้ว AAV มีสถานะลูกหนี้สุทธิประมาณ 1.14 หมื่นล้านบาท
หมายความว่า AAV ยังมีความเสี่ยงอื่นที่ต้องติดตาม มากกว่าจะเป็นปัญหาตามบริษัทแม่ เพราะปัจจุบัน AirAsia Malaysia ยังดำเนินงานตามปกติ และอยู่ระหว่างการจัดการเรื่องเงินทุนอย่างจริงจัง
หากถามว่า แล้วทำไมราคาหุ้น AAV ถึงปรับลงอย่างต่อเนื่อง...คำตอบอาจไม่ได้มีแค่เรื่องบริษัทแม่ แต่เป็นเพราะตัวของ AAV เองที่ผลการดำเนินงานยังไม่ได้ฟื้นตัวเต็มที่
จากรายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 พบว่า AAV ขาดทุนประมาณ 2,326 ล้านบาท โดยมีรายได้ประมาณ 10,046 ล้านบาท แม้เพิ่มขึ้น 2% จากปีก่อน แต่ลดลงถึง 26% จากไตรมาสก่อน ขณะที่จำนวนผู้โดยสารอยู่ที่ประมาณ 4 ล้านคน และ Load Factor ลดลงเหลือ 78% จาก 88% ในไตรมาส 1/2569
แต่ถึงแม้จำนวนผู้โดยสารและจำนวนที่นั่งจะลดลง AAV ยังสามารถปรับค่าโดยสารเฉลี่ยขึ้น 27% เพื่อสะท้อนต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้น
ปัญหาของ AAV จึงอยู่ที่ต้นทุนหลักที่เพิ่มขึ้นถึง 12% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยเฉพาะค่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น 43% ส่งผลให้ AAV พลิกกลับมาขาดทุนขั้นต้นประมาณ 8% จากที่เคยมีกำไรขั้นต้นในช่วงเดียวกันของปีก่อน
นอกจากนี้ ไตรมาส 3/2569 ยังเป็นช่วง Low Season ทำให้ AAV เลือกบริหารความจุอย่างเข้มงวด โดยมีแผนลดจำนวนที่นั่งลง
พูดง่ายๆ ก็คือ ถึงแม้ AAV พยายามขึ้นราคาตั๋วเพื่อรับมือกับต้นทุนน้ำมัน แต่ก็ยังชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ไม่หมด แม้จำนวนผู้โดยสารจะกลับเข้าสู่ระดับปกติ ในไตรมาส 4/2569 แต่ยังต้องระวังราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง เพราะหากน้ำมันสูงนานกว่าคาด ก็มีโอกาสทำให้ผลขาดทุนเพิ่มขึ้นและชะลอการฟื้นตัวของกำไร
ถ้าจะสรุปก็คือ ตอนนี้ AAV กำลังเผชิญปัญหาสองด้านพร้อมกันนั่นเอง
ด้านหนึ่งคือ “ความกังวลจากบริษัทแม่” ซึ่งปัจจุบันมีสัญญาณว่ากำลังแก้ปัญหาด้วยการรีไฟแนนซ์หนี้ และปรับโครงสร้างทางการเงิน โดย AirAsia ระบุว่า การระดมทุนประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ มีเป้าหมายหลักเพื่อรีไฟแนนซ์หนี้และปรับโครงสร้างงบดุล ไม่ใช่เพียงการนำเงินมาอุดผลขาดทุนจากการดำเนินงาน
อีกด้านคือ “ผลการดำเนินงานของ AAV” ซึ่งยังต้องพิสูจน์ด้วยการบริหารฝูงบิน และการปรับราคาค่าโดยสารเพื่อชดเชยต้นทุน โดยเฉพาะเรื่องน้ำมัน เพราะหากราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ต้นทุนของสายการบิน ก็จะยังถูกกดดัน แม้ AAV จะมีการทำสัญญาซื้อน้ำมันล่วงหน้าบางส่วน และสามารถปรับราคาตั๋วเพื่อชดเชยต้นทุนได้ก็ตาม
ดังนั้น หากจะถามว่า “เกิดอะไรกับ AAV” คำตอบจึงยังไม่ใช่เรื่องของ “แม่ล้มแล้วลูกจะล้มตาม” แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่สามารถมองข้ามปัญหาของบริษัทแม่ได้เช่นกัน
เพราะสุดท้ายแล้วราคาหุ้นจะกลับมาฟื้นอย่างยั่งยืนได้หรือไม่ ก็ต้องกลับมาดูที่สิ่งเดิมๆ นั่นคือ “กำไร กระแสเงินสด และผลการดำเนินงานของ AAV” มากกว่าการมองเพียงข่าวของ AirAsia Group ซึ่งเป็นบริษัทแม่เพียงด้านเดียวนั่นเองเจ้าค่ะ
คอลัมน์เมาธ์ทุกอำเภอ โดย...เจ๊เมาธ์ ฐานเศรษฐกิจออนไลน์







