thansettakij
เลือกพรรคใด...ได้หุ้นตัวไหนตามมา!

เลือกพรรคใด...ได้หุ้นตัวไหนตามมา!

27 ม.ค. 2569 | 23:00 น.
อัปเดตล่าสุด :28 ม.ค. 2569 | 00:53 น.

เลือกพรรคใด...ได้หุ้นตัวไหนตามมา! : คอลัมน์เมาธ์ทุกอำเภอ โดย...เจ๊เมาธ์ ฐานเศรษฐกิจออนไลน์

KEY

POINTS

  • นโยบายพรรคประชาชนเน้นฟื้นฟูตลาดทุนและกระตุ้น SME ผ่านตลาดดิจิทัล แล ะหวยใบเสร็จ คาดว่าหุ้นกลุ่มค้าปลีก (CPAXT, BJC) อิเล็กทรอนิกส์ (DELTA, KCE) และขนส่งมวลชน (BEM, BTS) จะได้รับประโยชน์
  • พรรคภูมิใจไทยชูนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น คนละครึ่งพลัส และส่งเสริม SME คาดส่งผลดีต่อหุ้นหลากหลายกลุ่ม ทั้งค้าปลีก (CPALL, CPAXT) ธนาคาร (BBL, KBANK) การเงิน (SAWAD, MTC) และพลังงาน-ก่อสร้าง (CK, STEC)
  • พรรคเพื่อไทยเน้นการสร้างฐานข้อมูลดิจิทัล (Big Data) และแคมเปญกระตุ้นการใช้จ่าย ซึ่งคาดว่าจะส่งผลดีต่อหุ้นกลุ่มธนาคาร (KTB) การเงิน (SAWAD) ค้าปลีก (CPALL, CPAXT) และสื่อสาร (TRUE, ADVANC)

*** เมื่อพัฒนาการทางเศรษฐกิจของประเทศ จะถูกชี้วัดออกมาผ่านทางตัวเลข GDP ทำให้การเลือกตั้งใหญ่ ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 กลายเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดอนาคตของประเทศ ในช่วงเวลา 4 ปีต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร 

ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากพรรคการเมืองที่สามารถรวมรวมเสียงส่วนใหญ่ได้ภายหลังการเลือกตั้ง จะได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้บริหารเพื่อกำหนดทิศทางของสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ และแน่นอนว่า นโยบายของพรรคการเมืองที่ว่านี้จะเป็นตัวกำหนดอนาคตโดยรวมของประเทศอีกด้วย.... 

ล่าสุดมีตัวเลขจากสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ที่ระบุถึงตัวเลข GDP ของไทย ในปี 2569 ซึ่งคาดว่า จะขยายตัวอยู่ที่ประมาณ 1.2 - 2.2% หรือ มีค่ากลางอยู่ที่ 1.7% ถือเป็นการเติบโตในระดับต่ำที่สุดในรอบหลายปี (หรือต่ำกว่า 2% ครั้งแรกในรอบ 30 ปี) 

เนื่องจากการส่งออกที่หดตัวจากมาตรการ “ภาษีทรัมป์” และความเสี่ยงจากการเมืองที่ยังไม่รู้ว่าพรรคใด จะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล หรือใครจะได้เป็นนายกรัฐมนตรี จนอาจส่งผลให้เกิดสุญญากาศทางการเมือง และอาจส่งผลต่อ พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 

ที่เจ๊เมาธ์ว่ามานี้ คือ ความสัมพันธ์เบื้องต้นที่ ชี้ว่า การเลือกตั้งจะมีผลต่อพัฒนาการของประเทศ ซึ่งนี่ยังไม่นับรวมไปถึงนโยบายของพรรคแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง จะมีผลต่ออนาคตของประเทศอย่างไร!

คราวนี้เรามาว่ากันถึงนโยบายของพรรคการเมือง ที่คาดว่ามีโอกาสจะได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง ประกอบไปด้วย 3 พรรคการเมืองใหญ่ คือ พรรคประชาชน  พรรคภูมิใจไทย และ พรรคเพื่อไทย ว่านโยบายเป็นอย่างไรและจะมีผลต่อหุ้นในตลาดฯ ตัวใดบ้าง 

เริ่มต้นจาก พรรคประชาชน เบอร์ 46 ซึ่งมี นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล และ นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคการเมืองนี้เน้นนโยบายเศรษฐกิจ ภายใต้แนวคิดฟื้นฟูตลาดทุนไทย ซึ่งระบุชัดว่า

ตลาดทุนไทยเผชิญปัญหาผลตอบแทนต่ำติดอันดับโลก ควบคู่กับความเสื่อมศรัทธาจากกรณีทุจริตที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง โดยเสนอแนวทางฟื้นความเชื่อมั่น และยกระดับภาพลักษณ์ตลาดทุน เพื่อให้กลับมาเป็นกลไกระดมทุนที่มีประสิทธิภาพและเป็นธรรมต่อผู้ลงทุน

ทั้งนี้ พรรคประชาชนเสนอการกระตุ้นภาคการค้า และ SME ผ่านการสร้าง “ตลาดเปิดดิจิทัล” เพื่อแข่งขันกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซต่างชาติ พร้อมใช้มาตรการ “หวยใบเสร็จ” เพื่อกระตุ้นยอดขาย และดึงผู้ประกอบการ SME เข้าสู่ระบบภาษี รวมถึงการเพิ่มวงเงินค้ำประกันจาก บสย. เป็นสองเท่า เพื่อจูงใจสถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อแก่รายย่อยมากขึ้น 

หุ้นที่คาดว่าจะได้ประโยชน์โดยตรง ประกอบด้วย CPAXT BJC SVI KCE HANA ASP KGI DELTA BEM และ BTS

ต่อมาคือ พรรคภูมิใจไทย เบอร์ 37 ...รายนี้มาด้วยชื่อของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน บวกกับ 2 คนดังอย่าง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ที่ถูกวางตัวเป็นรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง และ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ เป็น รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ผ่านนโยบาย “พูดแล้วทำพลัส” โดยมีนโยบายคนละครึ่งพลัส เฟส 2 มาเป็นจุดขาย 

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการ เมดอินไทยแลนด์ SMEs พลัส เสริมสภาพคล่องให้กับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม มีกลไกค้ำประกันสินเชื่อใหม่ให้แบงก์รัฐ แบงก์พาณิชย์ปล่อยกู้ SMEs ง่ายขึ้น จัดตั้ง E-commerce Platform ของคนไทย เพื่อให้สินค้าไทย ขนส่งถูกลง ค่า GP ต่ำและเป็นธรรม

นอกจากนี้ พรรคภูมิใจไทยยังประกาศยกเครื่องการลงทุนของประเทศ เพิ่มการลงทุนเป็น 30% ด้วยการดึงการลงทุนจากต่างชาติในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตมาลงทุนในประเทศไทย และตั้งเป้าว่า จะทำให้เศรษฐกิจโตร้อยละ 3% ภายใน 4 ปี 

โดยหุ้นที่คาดว่าจะได้ประโยชน์โดยตรง ประกอบด้วย CPALL CPAXT BJC CBG CP CENTEL ERW กลุ่มธนาคาร BBL KBANK SCB KTB กลุ่มการเงิน SAWAD MTC กลุ่มพลังงานและก่อสร้าง CK STEC AMATA WHA EA BCPG และกลุ่ม TECH เช่น TRUE ADVANC และ BE8 เป็นต้น

ท้ายที่สุดคือ พรรคเพื่อไทย เบอร์ 9 พรรคการเมืองนี้เสนอชื่อ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ชูการสร้างฐานข้อมูลดิจิทัลของประเทศ พร้อมประกาศวิสัยทัศน์ผู้นำประเทศด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และ AI ย้ำประเทศไทยไม่ใช่ห้องทดลอง รวมถึงการยกเครื่องประเทศเพื่ออนาคตที่มั่นคงของคนไทยทุกคน ซึ่งมีหัวใจของนโยบายคือการสร้าง Big Data เพื่อให้รัฐวิเคราะห์ปัญหาเศรษฐกิจให้ถูกต้องและแม่นยำ 

อย่างไรก็ตาม...แม้จะไม่ปรากฏนโยบาย “สร้างเศรษฐีเงินล้าน วันละ 9 คน คนละ 1 ล้านบาท” ในชุดนโยบายที่ยื่นต่อ กกต. แต่แคมเปญ “รวยทุกวันเงินล้าน” ของพรรคเพื่อไทย ก็ถูกพูดถึงอยู่ตลอด

โดยครอบคลุม 5 กลุ่มหลัก ได้แก่ เกษตรกร อาสาสมัครสาธารณประโยชน์ ผู้สูงอายุ ผู้ยื่นภาษี และ ประชาชนที่ใช้จ่ายผ่านใบเสร็จดิจิทัล โดยมีเป้าหมายเพื่อจูงใจให้ประชาชนเข้าสู่ระบบฐานข้อมูลของรัฐ ทำให้การช่วยเหลือและขับเคลื่อนเศรษฐกิจทำได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น 

ขณะที่หุ้นเด่นซึ่งจะมาพร้อมนโยบายของพรรคเพื่อไทย ประกอบไปด้วย KTB SAWAD CPALL CPAXT BJC BTS BEM SC AP SPALI SCC TRUE ADVANC และ BE8 

ก็อย่างที่เจ๊เมาธ์บอกไปว่า การเลือกตั้งในครั้งนี้ ถือเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดอนาคตของประเทศ ถ้าประชาชนส่วนใหญ่ลงคะแนนเสียงเลือกพรรคการเมืองใด ...ประเทศไทยก็จะต้องเดินทางไปในทิศทางที่พรรคการเมืองเหล่านั้นและกลุ่มคนเหล่านั้น เป็นผู้กำหนดอย่างแน่นอน 

ดังนั้น...ในวันที่ 8 ก.พ. 2569 ที่จะถึงนี้ คงไม่มีเรื่องใดที่ซับซ้อนมากไปกว่าการใช้ปากกาที่อยู่ในมือ กาเลือกอนาคตของตัวท่านเอง ผ่านทางพรรคการเมืองที่ท่านเลือกอีกแล้วเจ้าค่ะ

คอลัมน์เมาธ์ทุกอำเภอ โดย...เจ๊เมาธ์ ฐานเศรษฐกิจออนไลน์