thansettakij
thansettakij
SMK ลุกช้า...จ่ายรอบวง

SMK ลุกช้า...จ่ายรอบวง

29 เม.ย. 66 | 07:10 น.
อัปเดตล่าสุด :10 พ.ค. 66 | 04:50 น.

คอลัมน์เมาธ์ทุกอำเภอ SMK ลุกช้า...จ่ายรอบวง โดย...เจ๊เมาธ์

 *** ปลายเดือนเมษายนต่อเนื่องจนถึงเดือนพฤษภาคม ของปีนี้ ก็ไม่ต่างไปจากปี 65 ที่ผ่านมา เพราะนอกจากเรื่องของ Sell in May ที่มักเกิดขึ้นหลังจากที่นักลงทุนได้เห็นผลงานของไตรมาสแรกของปี จนตัดสินใจว่าหุ้นที่มีอยู่เหมาะสมจะถือต่อไปหรือไม่ รวมไปถึงหุ้นที่ขึ้นเครื่องหมาย XD แล้วเกิดภาวะ Dilution หรือ อาจจะถูกขายออกมา หลังจากที่จ่ายปันผลไปแล้ว นักลงทุนและนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ก็ยังกังวลว่าในการประชุม FOMC รอบวันที่ 2 - 3 พฤษภาคม ที่จะถึงนี้เฟด (ธนาคารกลางสหรัฐ) อาจจะขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% เพื่อสู้กับเงินเฟ้อจนเป็นเหตุให้ภาวะเศรษฐกิจ ที่กำลังมีปัญหาอยู่กลับโดนซ้ำเติมเข้าไปอีก ช่วงเวลาแบบนี้เจ๊เมาธ์แนะนำว่าอย่าคันให้มากเกินไป แนะนำว่าถือเงินสดเพื่อรอจังหวะเก็บหุ้นดีราคาถูกจะดีที่สุด

*** ทั้งที่ผลการดำเนินงานในไตรมาสของ DELTA ในไตรมาส 1/66 โตขึ้นถึง 30% แต่กลายเป็นว่า DELTA เป็นหุ้นที่กดดัชนีหุ้นไทยได้มากที่สุดในรอบสัปดาห์ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะหุ้นตัวนี้ไม่มีอะไรที่เป็นความลับเหลือให้ได้ลุ้นอีกแล้ว ซึ่งถ้าถอยหลังกลับไปไม่ว่าจะเป็นการเข้า SET50 และการแตกพาร์ต่างก็ชัดเจนไปแล้ว ล่าสุดผลงาน 1/66 ซึ่งถูกปูพื้นเอาไว้ว่า จะดีมานานแล้ว ดังนั้น ตอนนี้สิ่งที่จะเหลือให้ได้ลุ้นเพียงอย่างเดียวสำหรับ DELTA ก็เป็นเรื่องที่ว่า เมื่อแตกพาร์แล้วราคาหุ้นของ DELTA จะเดินที่ไปในทิศทางใดกันแน่

ถ้ามองในมุมของเจ๊เมาธ์ เจ๊ก็ยังคงยืนยันว่า หุ้นที่แตกพาร์ส่วนใหญ่มักจะปรับราคาลงหลังการแตกพาร์ ยกตัวอย่างเช่น หุ้นที่แตกพาร์มาแล้วอย่าง PTT TASCO หรือแม้แต่ SGP ส่วนตัวที่ปรับราคาขึ้นก็มีอย่างเช่น AOT เป็นต้น อย่างไรก็ตาม สำหรับหุ้นราคาสูงอย่าง DELTA ถ้าหากไปในทิศทางบวกก็คงจะไปได้แรงอยู่ไม่น้อย แต่ถ้าไปในทิศทางที่เป็นลบ...งานนี้บอกเลยว่าน่าจะหนักอยู่ไม่น้อยเหมือนกันเจ้าค่ะ

*** การที่ SMK กลับเข้ามาซื้อขายชั่วคราวจากวันที่ 10 เมษายนถึงวันที่ 9 พฤษภาคม หลังจากถูกพักการซื้อขายหุ้นมาตั้งแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ เนื่องจากส่วนของผู้ถือหุ้นมีค่าต่ำกว่าศูนย์ ทำให้เจ๊เมาธ์เห็นชัดว่า SMK เป็นหุ้นที่ไม่ธรรมดาจริงๆ เพราะไม่ว่าจะเป็นการดันราคาสวนกระแสหุ้นขาลงของตัวเอง เพื่อดึงดูดให้นักลงทุนยอมเสี่ยงตามเข้ามาเล่นรอบ รวมไปถึงการลากเล่นรอบระยะสั้น เพื่อกินส่วนต่างของราคาเพื่อทำรอบและสร้างรายได้ให้ทัน ในกรอบระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ได้กลับเข้ามาชั่วคราว 

หมายความว่ายิ่งเข้าใกล้วันที่ 9 พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการซื้อขายการเล่นรอบหุ้น SMK ก็จะยิ่งมีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย และไม่ต้องบอกก็คงจะรู้ว่าอีกไม่นานสิ่งที่เรียกกันว่า “ลุกช้าจ่ายรอบวง” อาจจะเกิดขึ้นกับ SMK ได้ เนื่องจากภายหลังวันที่ 9 พฤษภาคม หุ้นตัวร้อนตัวนี้จะถูกระงับการซื้อขายอย่างไม่มีกำหนด ซึ่งก็หมายความว่า ถ้าใครที่ยังไม่ลุกก็อาจจะต้องอยู่กับ SMK ไปอีกนานจนกว่าจะได้กลับเข้ามาซื้อขายได้อีก ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะนานแค่ไหนนั้นเอง

*** ราคาหุ้นของ BANPU ร่วงลงไปทำจุดต่ำสุดในรอบหลายปี ทั้งที่สัญญาณทางธุรกิจหลายอย่างของ BANPU ยังดีอยู่แบบนี้เป็นเรื่องของความเชื่อล้วนๆ ยิ่งมีข่าวว่าการใช้ถ่านหินในยุโรปปรับลงมากกว่า ประมาณการเพราะฤดูหนาวไม่ยาวนานอย่างที่คาดการณ์เอาไว้ ก็ยิ่งทำให้ราคาหุ้นของ BANPU ร่วงลงจนมองหาฝั่งแทบจะไม่เจอ 

อย่างไรก็ตาม ถ้ามองไปที่มุมมองของนักวิเคราะห์ในหลายสำนักต่างมองตรงกันว่า BANPU เป็นหนึ่งในหุ้นที่มีโอกาสจะได้ไปต่อ แต่ในภาวะตลาดแบบนี้บางเรื่องก็ไม่ต้องการเหตุผล...เอาแค่ความเชื่อว่าจะเป็นก็ทำให้ราคาหุ้นจะขึ้นลงก็ได้ทั้งนั้น โบราณท่านว่า “ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน” ดังนั้นจึงอย่าได้แปลกใจที่ราคาหุ้นของ BANPU อาจจะกลับมารีบาวด์ก็ได้ ของแบบนี้มันไม่แน่อยู่แล้ว
 
*** MTC เป็นหุ้นอีกหนึ่งตัวที่ก่อนการแจ้งผลการดำเนินงาน เราจะได้เห็นราคาหุ้นตัวนี้ปรับลงตามมาแทบทุกครั้ง ขณะเดียวกัน หลังจากการปรับราคาลงมาทุกครั้งราคาหุ้นของ MTC ก็จะไต่ราคากลับขึ้นเล่นรอบใหม่ได้อีกครั้งเช่นกัน และในรอบผลการดำเนินงาน 1/66 ซึ่งอาจจะออกมาไม่ดีอย่างที่เคย แต่สิ่งที่บอกว่าไม่ดีนั้น ก็ยังคงดีมากเมื่อเทียบกับธุรกิจอื่นอีกหลายตัว 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งความกังวลในเรื่องธุรกิจและผลการดำเนินงานนี้กดดันให้ในช่วงที่ผ่านมาราคาหุ้นของ MTC ปรับร่วงลงมากจนต่ำกว่าที่ควรจะเป็นไปนานแล้ว ดังนั้น เจ๊เมาธ์จึงมองว่าถ้าจะเก็บหุ้นของ MTC หรือ หุ้นลีสซิ่งตัวอื่นเอาไว้บ้างก็น่าจะดี ยิ่งถ้าแบ่งเล่นได้หลายไม้ก็น่าจะยิ่งดีมากเจ้าค่ะ

หน้า 13  หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 43 ฉบับที่ 3,883 วันที่ 30 เมษายน - 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2566