
The AI Detox: บังคับสมองออกกำลังกาย
The AI Detox: บังคับสมองออกกำลังกาย : คอลัมน์เศรษฐเสวนา จุฬาฯ ทัศนะ โดย...รศ.ดร.วรประภา นาควัชระ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4228
KEY
POINTS
- การพึ่งพา AI มากเกินไปทำให้สมองขาดการฝึกฝนทักษะการคิดวิเคราะห์ และลดการใช้ความคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking)
- แนวคิด "AI Detox" คือ การจัดสรรเวลาเพื่อหยุดใช้ AI ชั่วคราว เช่น 1-2 วัน เพื่อบังคับให้สมองได้กลับมาทำงานและออกกำลังกายด้วยตนเอง
- กิจกรรมในช่วง AI Detox เน้นการฝึกสมองในด้านต่างๆ เช่น การแก้ปัญหา, การใช้เหตุผล, การฝึกความจำ และ การเล่นเกมที่ต้องใช้กลยุทธ์ โดยไม่พึ่งพา AI
Daniel Kahneman ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ (Nobel Memorial Prize in Economics) ในปี 2002 ได้อธิบายกระบวนการคิดของมนุษย์ไว้ในหนังสือ “Thinking, Fast and Slow” ว่า กระบวนการคิดของมนุษย์สามารถแบ่งออกได้เป็น ระบบแบบที่ 1 (หรือ System 1) คือ การคิดเร็ว อัตโนมัติ ตามสัญชาตญาณ โดยไม่ต้องใช้ความพยายามทางสมองมากนัก กับ ระบบแบบที่ 2 (หรือ System 2) คือ การคิดช้า ใช้เหตุผล ใช้สมาธิ แล ะต้องอาศัยความพยายามทางสมองมากกว่า
ในยุค AI ที่มนุษย์มีตัวช่วยในการคิดแบบรวดเร็วฉับไว และครอบคลุมกว้างขวาง ตั้งแต่การสรุป วิเคราะห์ ตั้งสมมติฐาน สร้าง argument สร้างไอเดีย ไปจนถึงช่วยทำงานหลายๆ อย่างได้ อาจจะทำให้เรากำลังมี “Thinking—Fast and Slow” ในรูปแบบใหม่
Thinking Fast with AI: ถามก่อน คิดทีหลัง
ปัจจุบัน เวลาเราต้องทำงานอะไร สิ่งแรกที่หลายๆ คนทำคือ ป้อนทุกอย่างลงไปใน AI ให้ AI เริ่มทำมาให้ก่อน ข้อดีของการทำงานแบบนี้คือประหยัดเวลา ย่นกระบวนการหลายๆ อย่าง และทำให้มนุษย์มีเวลาไปทำอย่างอื่น ที่น่าจะทำให้เกิด value added มากขึ้น
อย่างไรก็ดี ข้อเสียของการทำงานแบบนี้คือ มนุษย์เสียโอกาสที่จะพัฒนาทักษะการคิด อย่าลืมว่าจะทำอะไรให้เก่งมักต้องการการฝึกฝน เช่น อยากวิ่งให้เก่งก็ต้องไปหัดวิ่งบ่อยๆ อย่างร้องเพลงให้เก่งก็ต้องไปหัดร้องบ่อยๆ อยากจะเก่งต้องหมั่นฝึกฝน มักไม่มีทางลัด กระบวนการคิดก็เช่นกัน หากอยากคิดได้เก่ง แตกฉาน มีความคิดสร้างสรรค์ ก็ต้องหัดคิดเองบ่อยๆ
เมื่อสมองไม่ต้องออกกำลัง
งานวิจัยของ Microsoft Research (Lee et al., 2025) พบว่า ยิ่งผู้ใช้มีความเชื่อมั่นใน Generative AI สูงเท่าใด ก็ยิ่งลดการใช้ critical thinking ของตัวเองลงเท่านั้น นอกจากนี้ การนำ Generative AI มาใช้ในการทำงานยังปรับเปลี่ยนธรรมชาติของงานที่มนุษย์ทำ จากที่เคยต้องใช้ critical thinking ไปสู่การทำหน้าที่เพียงตรวจสอบข้อมูลและกำกับดูแลงานแทน
สอดคล้องกับงานวิจัยของ MIT Media Lab (Kosmyna et al., 2025) ซึ่งติดตามผู้เข้าร่วม 3 กลุ่ม (ใช้ LLM / ใช้ Search Engine / ใช้สมองล้วน) แล้วตรวจวัดคลื่นไฟฟ้าสมอง (Electroencephalography หรือ EEG) พบว่า กลุ่มที่ใช้สมองล้วนในการทำงานมี Activity ของสมองมากที่สุด รองลงมาคือ กลุ่มที่ใช้ Search Engine ขณะที่กลุ่มที่พึ่งพา LLM มี Activity ของสมองต่ำที่สุด นอกจากนี้ ผู้ใช้ LLM ยังมีปัญหาในการจดจำและอ้างอิงเนื้อหาที่ตนเองเพิ่งเขียนได้อย่างถูกต้อง
Thinking Slow with AI: คิดก่อนถาม
ทำอย่างไรจึงจะบังคับสมองให้ออกกำลังกาย? แน่นอนว่า ปกติแล้วมนุษย์จะมีแนวโน้มที่จะใช้สมองให้น้อย คล้ายๆกับการที่เราหลุดไปใช้ ระบบแบบที่ 1 (หรือ System 1) ของ Daniel Kahneman อยู่บ่อยๆ หากอยากจะใช้ระบบแบบที่ 2 (หรือ System 2) มากขึ้น ก็ต้องรู้จัก “ฝึก”
เมื่อมีโจทย์มาต้อง “หยุด” หัดคิดหาคำตอบเองก่อน แล้วถึงไปใช้ AI ซึ่งแน่นอนว่า ในชีวิตประจำวันทำได้จริงค่อนข้างยาก เปรียบได้กับการเจริญสติของมนุษย์ เมื่อมีอะไรมากระทบ ระบบสัญชาตญาณจะตอบโต้แบบอัตโนมัติ คนที่ฝึกเจริญสติมาบ่อยๆ แล้วเท่านั้นถึงจะกำหนดได้ทัน
The AI Detox: บังคับสมองออกกำลังกาย
หากอยากจะฝึกตัวเองให้ Thinking Slow with AI ได้ดี โดยการบังคับสมองให้ออกกำลังกาย วิธีหนึ่งอาจเป็นการหาเวลาทำ AI Detox คือ การอยู่แบบไม่มี AI เลย ไปสัก 1-2 วัน เช่น ช่วงสุดสัปดาห์ แล้วตั้งใจเลือกทำกิจกรรม ที่บังคับให้สมองกลับมาทำงานด้วยตัวเองในหลายๆ ด้าน ทั้งการคิดวิเคราะห์ การใช้เหตุผล ความจำ สมาธิ และ ความคิดสร้างสรรค์ เช่น ลองแก้โจทย์หรือวิเคราะห์ Case Study โดยไม่ใช้ AI แข่งขันกันประมาณคำตอบของโจทย์ที่ไม่มีข้อมูลพร้อมให้ค้นหา (Back-of-the-envelope Estimation)
ฝึก Debate โดยให้ลองสลับไปโต้แย้งในฝั่งตรงข้ามกับความเชื่อของตัวเอง ฝึกความจำด้วย Memory Challenge อ่านเรื่องยาวแล้วสรุป หรือวาด Mind Map ด้วยมือ คิดและออกแบบสิ่งใหม่ๆ บนกระดาษ หรือต่อ Lego รวมถึงเล่น Board Game หรือ เกมแก้ปัญหาที่ต้องอาศัย Strategy
นอกจากนี้ อาจมีกิจกรรมง่ายๆ อย่างการเดินโดยไม่มีโทรศัพท์และฝึกสังเกตสิ่งรอบตัว หรือการนั่งพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับครอบครัวและเพื่อนฝูง โดยไม่มีใครหยิบ AI ขึ้นมาช่วยหาคำตอบ เป้าหมายไม่ใช่เพียงการ “งด AI” แต่คือ การสร้างพื้นที่ให้สมองได้กลับมาจดจ่อ คิด จำ ตั้งคำถาม เชื่อมโยง และหาคำตอบด้วยตัวเองอีกครั้ง ซึ่งจริงๆ แล้ว AI Detox สามารถทำร่วมกับการทำ Digital Detox ไปเลยก็ได้ โดยปิดมือถือ ปิด iPad ปิด Computer ไปพร้อมกัน
ปัจจุบันการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัย หรือ การทำงานทั่วไป ค่อนข้างทำควบคู่ไปกับการใช้ AI โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ซึ่งเติบโตมาพร้อม AI จริงอยู่ว่าในยุคนี้ทุกคนควรมีทักษะ AI และควรใช้ AI เพื่อเพิ่ม Productivity ในการทำงาน
แต่ลองจินตนาการอีก 10 ปีข้างหน้า เมื่อคนรุ่นที่ไม่เคยรู้จักการ “คิดเองโดยไม่มี AI” เติบโตขึ้นมาเป็นผู้บริหาร เป็นหมอ เป็นผู้พิพากษา เป็นพ่อแม่คน โลกใบนั้นจะเป็นอย่างไร
บางทีนี่อาจถึงเวลาที่ต้องหัดให้พวกเขารู้จัก Thinking Slow with AI และทำ AI Detox กันบ้างเป็นครั้งคราว (ส่วนตัวแล้วกำลังวางแผนจะลองทำ AI Detox Workshop ให้นิสิตทั้ง 3 Class ที่สอนอยู่ ในช่วงท้ายเทอมนี้)
References:
-Lee, H.-P. H., Sarkar, A., Tankelevitch, L., Drosos, I., Rintel, S., Banks, R., & Wilson, N. (2025). The impact of generative AI on critical thinking: Self-reported reductions in cognitive effort and confidence effects from a survey of knowledge workers. In Proceedings of the 2025 CHI Conference on Human Factors in Computing Systems (Article 1121, pp. 1–22). Association for Computing Machinery. https://doi.org/10.1145/3706598.3713778
-Kosmyna, N., Hauptmann, E., Yuan, Y. T., Situ, J., Liao, X.-H., Beresnitzky, A. V., Braunstein, I., & Maes, P. (2025). Your brain on ChatGPT: Accumulation of cognitive debt when using an AI assistant for essay writing task. arXiv. https://doi.org/10.48550/arXiv.2506.08872
คอลัมน์เศรษฐเสวนา จุฬาฯ ทัศนะ โดย...รศ.ดร.วรประภา นาควัชระ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4228







