พลังแห่งการฟื้นฟูความจำและการดูแลผู้สูงอายุ

17 ม.ค. 2569 | 01:30 น.
อัปเดตล่าสุด :17 ม.ค. 2569 | 09:18 น.

พลังแห่งการฟื้นฟูความจำและการดูแลผู้สูงอายุ คอลัมน์ ชีวิตบั้นปลายของชายชรา โดย กริช อึ้งวิฑูรสถิตย์

KEY

POINTS

  • ศิลปะบำบัด (Art Therapy) เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในการดูแลและฟื้นฟูผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อมถอย เช่น โรคอัลไซเมอร์และพาร์กินสัน
  • กิจกรรมทางศิลปะช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง (Neuroplasticity) ทำให้เกิดการฟื้นฟูความทรงจำระยะยาว (Reminiscence) และฝึกทักษะการตัดสินใจ
  • เป้าหมายสำคัญของศิลปะบำบัดคือการช่วยลดความเครียด จัดการกับอาการทางกายเช่นมือสั่น และสร้างความภาคภูมิใจในตนเองเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้สูงอายุ

อาทิตย์ที่ผ่านมา ผมได้พูดถึงการนำเอาศิลปะบำบัด( Art Therapy) มาใช้กับการดูแลผู้สูงวัย ที่เป็นที่นิยมในไต้หวัน โดยผมได้ร่วมกับคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เรียนเชิญผู้เชี่ยวชาญ 4 ท่านจากไต้หวัน มาให้ความรู้ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง 2 วิทยาเขตบางนา ในวันที่ 29 มกราคมนี้ เพื่อให้กลุ่มผู้สนใจได้เข้าร่วมรับความรู้ ที่ทางผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน จะได้มาถ่ายทอดให้เราฟังอย่างเต็มอิ่มฟรี ไม่มีค่าเข้าฟัง สนใจก็สมัครได้ที่อาจารย์ปิยาณี 090-5192728 นะครับ

อันที่จริงการดูแลผู้สูงวัยที่มีปัญหาภาวะเสื่อมถอยทางสติปัญญา (Cognitive Decline) ร่วมกับโรคทางระบบประสาท ตัวอย่างเช่น โรคอัลไซเมอร์หรือโรคพาร์กินสัน (Parkinson’s Disease) จำเป็นต้องใช้แนวทางการดูแลที่ผสมผสานทั้งศาสตร์และศิลป์ “ศิลปะบำบัด” (Art Therapy) จึงไม่ใช่เพียงแค่การนันทนาการ แต่เป็นเครื่องมือฟื้นฟูสมรรถภาพที่ทรงพลังอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อนำมาใช้กับกรณีศึกษาผู้สูงวัยชาวต่างชาติที่มีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหวและภาษา ซึ่งจากประสบการณ์ของบ้านพักคนวัยเกษียณ “คัยโกเฮ้าส์”ของผม ที่มีชาวฝรั่งเศสท่านหนึ่ง ที่มีปัญหาของอาการโรคพาร์กินสัน ทางศูนย์เราจึงได้นำเอาศิลปะบำบัด มาช่วยเหลือท่าน จนกระทั่งปัจจุบันนี้ มีอาการที่ดีขึ้นอย่างมากครับ

การฟื้นฟูสมองผ่านงานศิลปะ (Cognitive Benefits) หัวใจสำคัญของศิลปะบำบัดในผู้สูงวัยคือการกระตุ้น Neuroplasticity หรือความสามารถในการสร้างเครือข่ายประสาทใหม่ ๆ ผ่านกิจกรรมที่ใช้ประสาทสัมผัสหลายส่วน เช่น การกระตุ้นความทรงจำระยะยาว (Reminiscence): การดึงภาพความหลัง เช่น สัตว์เลี้ยงตัวโปรด หรือสถานที่ที่เคยคุ้นเคยในอดีต มาถ่ายทอดเป็นผลงาน ช่วยชะลอการสูญเสียความทรงจำ ในกรณีของชาวฝรั่งเศสที่ผมกล่าวถึง อาการของท่านจะมีอาการมือสั่นเทาตลอดเวลา เราจึงได้นำเอาแก้วพลาสติกมาห่อหุ้มด้วยกระดาษขาว จากนั้นจึงให้ท่านใช้สีน้ำในการระบายหรือวาดรูป จะเห็นว่าในช่วงแรก ๆ ท่านจะวาดออกมาที่ไม่เป็นรูปภาพอะไรเลย เรียกว่าเลอะเทอะไปหมด แต่หลัง ๆ ก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งท่านจะวาดรูปสัตว์เลี้ยงของท่าน ที่เป็นแมวกับหมา ซึ่งเราก็เชื่อว่าท่านอาจจะมีความทรงจำที่ดี ๆ กับเจ้าสองตัวนี้อย่างแน่นอนครับ

อีกส่วนหนึ่งก็คือในการบริหารสมองส่วนหน้า (Executive Function)ที่การใช้ศิลปะบำบัดมาบำบัดแล้วมักจะเห็นผลครับ เพราะทุกครั้งที่ผู้สูงวัยเลือกสี หรือวางแผนว่าจะวาดส่วนไหนก่อน สมองจะได้ฝึกการตัดสินใจและการแก้ปัญหาได้เอง หากเราสังเกตดูก็จะทราบว่าสมองส่วนนี้ได้มีการเริ่มกลับมาทำงาน โดยการสั่งการให้ผู้สูงวัยเลือกสีสันได้นั่นเอง นอกจากนี้การใช้ศิลปะบำบัด จะช่วยให้ผู้สูงวัยมีภาวะสมาธิจดจ่อ (The Flow State) เพราะการทำงานศิลปะ จะช่วยลดระดับฮอร์โมนความเครียด (Cortisol) ซึ่งเป็นตัวการทำลายเซลล์สมอง และเพิ่มการหลั่งสารความสุขที่ช่วยให้การรับรู้ทำงานได้ดีขึ้นนั่นเองครับ

ในกรณีของชาวฝรั่งเศสที่ผมกล่าวถึงที่ปัจจุบันนี้ ยังคงอาศัยอยู่ที่ผมอยู่นั้น การรับมือกับภาวะพาร์กินสันด้วยเทคนิค “ปลดปล่อยการสั่น” ซึ่งสำหรับผู้ป่วยพาร์กินสัน อาการมือสั่น (Tremor) มักเป็นอุปสรรคต่อความมั่นใจ ศิลปะบำบัดเราจึงจะเน้นในการปรับเปลี่ยนเทคนิค เพื่อลดความหงุดหงิดได้อย่างดีเยี่ยม ช่วงที่ท่านมาอยู่กับเราใหม่ ๆ ญาติ ๆ ของท่านจะบอกเราว่า อย่าได้พยายามพูดคุยกับท่าน เพราะท่านจะหงุดหงิดง่าย หากเวลาโมโหหรือโกรธหนัก ก็มักจะทุบผนังหรือทำร้ายตนเองเสมอ แต่พอเราให้ท่านทำงานศิลปะ อาการเหล่านั้นก็บรรเทาลงอย่างเห็นได้ชัดเลยครับ

อีกสิ่งหนึ่งที่เราสังเกตเห็น มีผู้สูงวัยบางท่าน จะไม่สามารถขีดเขียนเส้น จากเส้นตรงสู่จุดอีกจุดหนึ่ง (Pointillism) เราจึงเปลี่ยนพฤติกรรมให้แก่ท่าน นั่นคือการเปลี่ยนจากการลากเส้นที่ควบคุมยาก มาเป็นการใช้เทคนิคการจุด (Dabbing) ตามแบบฉบับศิลปินฝรั่งเศส (เช่น Georges Seurat) ก็สามารถช่วยเปลี่ยนอาการสั่นให้กลายเป็นจังหวะในการสร้างงานศิลปะที่สวยงามอย่างเป็นธรรมชาติได้เช่นกันครับ

ยังมีผู้สูงวัยบางท่าน ที่ไม่สามารถใช้มือจับปากกา ดินสอ หรือพู่กันวาดรูปได้ เพราะสาเหตุมาจากการสั่งงานของสมองเสื่อม ทางเราก็ใช้อุปกรณ์ตัวช่วยพยุงมือ (Adaptive Tools) เพื่อเป็นการเพิ่มน้ำหนักให้อุปกรณ์ หรือการใช้พู่กันด้ามโต ช่วยให้การยึดจับมั่นคงขึ้น ลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อมัดเล็ก ท่านจึงจะสามารถใช้มือได้ในที่สุดครับ

ในกรณีที่ผมกล่าวถึงผู้สูงวัยชาวฝรั่งเศสท่านนั้น แก้วที่ท่านได้วาดละเลงสีลงไป แม้จะไม่สวยงามมาก แต่พวกเราก็เรียกแก้วเหล่านั้นว่า “แก้วแห่งความทรงจำ” เพราะมันเป็นมิติสัมพันธ์และการประสานงานที่ท่านได้สร้างสรรค์ด้วยความพยายามจริง ๆ แก้วที่วาดเสร็จแล้วมีหลายใบทีเดียว รูปร่างหน้าตาแต่ละใบก็ไม่เหมือนกัน ตามแต่จินตนาการในวันที่ทำได้ขึ้นมา ว่าท่านกำลังคิดอะไรอยู่นั่นเอง จะเห็นว่าท่านต้องมีการใช้มือหนึ่งหมุนแก้วแต่ละครั้งก่อนจะลงสี และอีกมือหนึ่งวาดลงไป จะช่วยฝึกสมองทั้งสองซีก (Bimanual Coordination) และการรับรู้ระยะลึก (Spatial Awareness)เกิดความเชื่อมโยงทางอารมณ์ขึ้นนั่นเอง การที่ผู้สูงวัยท่านนั้นเริ่มพัฒนาจากการวาดรูปไม่มีรูปทรง มาเป็นรูป “สัตว์เลี้ยง” (สุนัขหรือแมว) สะท้อนถึงการดึงเอา Emotional Anchoring หรือความรักที่ฝังใจ มาใช้เป็นแรงบันดาลใจ ซึ่งช่วยให้สมองส่วนความจำ (Hippocampus) และการทำงานของภาษาถูกกระตุ้นอย่างมีนัยสำคัญเลยทีเดียวครับ

ในบริบทของศูนย์ดูแลผู้เกษียณอายุหรือผู้สูงวัยของเรา เป้าหมายสูงสุดไม่ใช่ภาพวาดที่สมบูรณ์แบบ แต่ทางเราก็เชื่อว่า นั่นคือ “ความภูมิใจในตนเอง” (Self-Esteem) ของท่านมากกว่า การที่ท่านได้เห็นผลงานของตนเอง ที่ถูกเรานำไปประดับตกแต่งไว้บนชั้นวาง คือการยืนยันว่าท่านยังมีศักยภาพและมีความหมายต่อท่านไม่มากก็น้อยเลยครับ นี่ก็คือผลของงานศิลปะบำบัด หรือ Art Therapy ที่มีความหมายและสร้างความสุขให้แก่ผู้สูงวัย อีกทั้งยังเป็นยาอายุวัฒนะที่ไม่ต้องใช้สิ่งปลอมปนใด ๆ เข้าสู่ร่างกายเลยครับ ผมจึงคิดว่า นี่เป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งในแง่ของร่างกาย จิตใจ และการทำงานของสมองอย่างยั่งยืนครับ