thansettakij
thansettakij
เอลนีโญชายฝั่งถล่มเปรู ฉุดส่งออกเกษตรสะเทือนเศรษฐกิจ

เอลนีโญชายฝั่งถล่มเปรู ฉุดส่งออกเกษตรสะเทือนเศรษฐกิจ

04 มี.ค. 2569 | 07:36 น.
อัปเดตล่าสุด :04 มี.ค. 2569 | 07:47 น.

ภาคธุรกิจเกษตรเปรูเผชิญความเสี่ยงครั้งใหม่จากปรากฏการณ์เอลนีโญที่ก่อตัวบริเวณชายฝั่งตอนเหนือ ทำให้ฝนตกหนักและน้ำท่วมเริ่มกระทบสวนผลไม้แล้วกว่า 6,000 เฮกตาร์ ขณะที่หน่วยงานภูมิอากาศเตือนปริมาณฝนอาจสูงกว่าค่าเฉลี่ยตั้งแต่มีนาคม และไม่ตัดความเป็นไปได้ของเหตุการณ์รุนแรง

KEY

POINTS

  • ปรากฏการณ์เอลนีโญชายฝั่งส่งผลให้เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมในเปรู สร้างความเสียหายต่อพื้นที่เกษตรกรรมทางตอนเหนือของประเทศไปแล้วราว 6,000 เฮกตาร์
  • ภาคการส่งออกสินค้าเกษตรซึ่งเป็นแหล่งรายได้สำคัญของเปรูได้รับผลกระทบโดยตรง โดยเฉพาะผลไม้ส่งออกหลักอย่างมะม่วงและบลูเบอร์รีที่การผลิตลดลงและมีความเสี่ยงเสียหายเพิ่ม
  • ผลกระทบจากเอลนีโญชายฝั่งอาจสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจต่อภาคเกษตร การค้า และการผลิตสูงถึงวันละ 85 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และกระทบโครงสร้างพื้นฐานจนรัฐบาลต้องประกาศภาวะฉุกเฉิน

ภาคการส่งออกสินค้าเกษตรที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วของเปรูอาจเผชิญผลกระทบในปีนี้จากฝนตกหนักและน้ำท่วมที่เกิดจากปรากฏการณ์เอลนีโญชายฝั่ง โดยผู้นำภาคธุรกิจและหน่วยงานด้านภูมิอากาศออกมาเตือน ขณะที่ผลกระทบเริ่มปรากฏต่อสวนผลไม้ในประเทศ

เอลนีโญชายฝั่งเป็นปรากฏการณ์ภูมิอากาศที่เกิดขึ้นเป็นระยะ มีความเชื่อมโยงกับอุณหภูมิน้ำทะเลที่อุ่นผิดปกติเป็นเวลาหลายเดือน บริเวณนอกชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกตอนเหนือของเปรูและเอกวาดอร์ ส่งผลให้เกิดฝนตกหนัก

แม้ปรากฏการณ์ดังกล่าวในขณะนี้ยังอยู่ในระดับอ่อน แต่ได้ทำลายพืชผลไม้ทางตอนเหนือของเปรูไปแล้วราว 6,000 เฮกตาร์ (14,826 เอเคอร์) และอาจทวีความรุนแรงเป็นระดับปานกลางก่อนเดือนกรกฎาคม

แม้โดยปกติเปรูจะเป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญด้านเหมืองแร่ แต่ภาคเกษตรกรรมของประเทศได้สร้างสถิติใหม่ด้วยมูลค่าส่งออก 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีที่ผ่านมา เพิ่มขึ้น 17% จากปีก่อนหน้า จากการส่งออกบลูเบอร์รี องุ่น อะโวคาโด เมล็ดโกโก้ หน่อไม้ฝรั่ง มะม่วง และผลไม้ตระกูลส้ม โดยมีตลาดหลักคือสหรัฐฯ จีน และยุโรป

เกษตรกรเปรูกำลังอยู่ในช่วงเก็บเกี่ยวอะโวคาโด และจะเริ่มเก็บเกี่ยวบลูเบอร์รี ผลไม้ตระกูลส้ม และทับทิมในเดือนพฤษภาคม

ฝนเพิ่มขึ้นตั้งแต่เดือนมีนาคม

หน่วยงานภูมิอากาศ ENFEN ของเปรูคาดการณ์ว่า ปริมาณฝนบริเวณชายฝั่งตอนเหนือของประเทศจะสูงกว่าค่าเฉลี่ยตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นไป และไม่ตัดความเป็นไปได้ของเหตุการณ์รุนแรง

การผลิตมะม่วงลดลงแล้ว 10% ขณะที่บลูเบอร์รีมีความเสี่ยงต่อการเกิดเชื้อราหลังฝนตก และอาจเผชิญภาวะแห้งเฉาจากอากาศร้อนหลังฝน

ทั้งนี้ เปรูเป็นผู้ส่งออกบลูเบอร์รีรายใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งสร้างรายได้ 2,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีที่ผ่านมา

หอการค้าแห่งกรุงลิมาประเมินว่า เอลนีโญชายฝั่งระดับอ่อนถึงปานกลางอาจสร้างความเสียหายรายวันสูงกว่า 291 ล้านโซล (85 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ต่อภาคเกษตร การค้า และการผลิต ใน 7 ภูมิภาคของเปรู

ฝนตกหนักที่สร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งและบริการขั้นพื้นฐาน ทำให้รัฐบาลประกาศภาวะฉุกเฉินใน 14 ภูมิภาคเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

น้ำท่วมและดินถล่มในช่วงฤดูฝนซึ่งเริ่มตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อประชาชน 85,000 คน ตามข้อมูลของหน่วยงานจัดการภัยพิบัติของเปรู 

ในปี 2017 เอลนีโญชายฝั่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 162 ราย และก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจคิดเป็นมูลค่าเทียบเท่า 2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP)