thansettakij
thansettakij
กรมส่งเสริมการเกษตร ดัน ASP เปลี่ยนผ่านจาก “เกษตรการผลิต” สู่ “เกษตรบริการ”

กรมส่งเสริมการเกษตร ดัน ASP เปลี่ยนผ่านจาก “เกษตรการผลิต” สู่ “เกษตรบริการ”

04 มี.ค. 2569 | 07:41 น.
อัปเดตล่าสุด :04 มี.ค. 2569 | 07:41 น.

กรมส่งเสริมการเกษตร เดินหน้าขึ้นทะเบียนผู้ให้บริการทางการเกษตร (Agri Service Provider: ASP) เพื่อขับเคลื่อนภาคเกษตรไทยสู่โมเดล “การเข้าถึงบริการ” ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจแบ่งปัน

KEY

POINTS

  • กรมส่งเสริมการเกษตรผลักดันโครงการผู้ให้บริการทางการเกษตร (ASP) เพื่อเปลี่ยนภาคเกษตรจากการที่เกษตรกรต้องลงทุนเอง ไปสู่รูปแบบการเข้าถึงบริการและใช้ทรัพยากรร่วมกัน
  • มีเป้าหมายเพื่อช่วยเกษตรกรรายย่อยลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพ และเปิดโอกาสให้เข้าถึงเทคโนโลยีและเครื่องจักรกลสมัยใหม่ได้ง่ายขึ้นผ่านระบบเช่าใช้
  • ส่งเสริมให้เกิดผู้ประกอบการบริการเกษตรรุ่นใหม่ในท้องถิ่น และสร้างระบบเศรษฐกิจแบ่งปัน (Sharing Economy) โดยปัจจุบันมีผู้ขึ้นทะเบียนแล้วกว่า 2,200 ราย

กรมส่งเสริมการเกษตร เดินหน้าขึ้นทะเบียนผู้ให้บริการทางการเกษตร (Agri Service Provider: ASP) เพื่อขับเคลื่อนภาคเกษตรไทยสู่โมเดล “การเข้าถึงบริการ” ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจแบ่งปัน ที่มุ่งใช้ทรัพยากรร่วมกันผ่านกลไกแพลตฟอร์มและการจัดการข้อมูล ลดการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรของเกษตรกรรายย่อย และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทุน เทคโนโลยี และข้อมูล

ข้อมูล ณ ปัจจุบัน มีผู้ขึ้นทะเบียนผู้ให้บริการทางการเกษตร ผ่านระบบฯ จำนวน 2,204 ราย และมีเครื่องจักรกลการเกษตรขึ้นทะเบียนกว่า 3,500 รายการ ครอบคลุมเครื่องมือเตรียมดิน 2,430 รายการ เครื่องปลูก–หยอด 160 รายการ เครื่องดูแลรักษา 450 รายการ เครื่องเก็บเกี่ยว 530 รายการ ระบบบริหารขนส่ง 350 รายการ และบริการอื่น ๆ อีก 70 รายการ

นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ภาคเกษตรไทยกำลังเผชิญความท้าทายเชิงโครงสร้าง ทั้งการขาดแคลนแรงงานจากสังคมสูงวัย ต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น ความผันผวนของสภาพภูมิอากาศ และการแข่งขันในตลาดโลกที่ต้องการมาตรฐานและความโปร่งใสมากขึ้น แม้มาตรการรัฐในอดีตจะช่วยบรรเทาผลกระทบระยะสั้นได้บางส่วน แต่รูปแบบการผลิตที่พึ่งพาการลงทุนรายบุคคลและการถือครองเครื่องจักรยังสร้างภาระต้นทุนและหนี้สินต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องปฏิรูปเชิงโครงสร้างมากกว่าการดำเนินโครงการรายกิจกรรม

อัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร

การเปิดรับขึ้นทะเบียนผู้ให้บริการทางการเกษตร รวมถึงเชิญชวนให้เกษตรกรเข้าใช้งานผ่านระบบทะเบียนผู้ให้บริการทางการเกษตร จะทำให้เกิดการลดต้นทุนธุรกรรมจากข้อจำกัดด้านข้อมูลและความไม่แน่นอนของตลาด ซึ่งในอนาคตจะมีการกำหนดมาตรฐานและกำกับดูแลโดยภาครัฐ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและลดความเสี่ยงระหว่างผู้ให้บริการกับเกษตรกร การใช้เครื่องจักรหรือเทคโนโลยีดิจิทัลในรูปแบบจ่ายตามการใช้งาน ยังช่วยกระจายต้นทุนคงที่ไปยังผู้ใช้หลายราย ทำให้ต้นทุนเฉลี่ยลดลง และเปิดโอกาสให้เกษตรกรรายย่อยเข้าถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้มากขึ้น

นอกจากนี้ โมเดลดังกล่าวยังมีนัยต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในระดับพื้นที่ โดยเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่กลับสู่ถิ่นฐานในฐานะผู้ประกอบการให้บริการเทคโนโลยีการเกษตร เช่น โดรน ระบบน้ำอัจฉริยะ หรือการวิเคราะห์ข้อมูลฟาร์ม ช่วยกระจายแหล่งรายได้ ลดการพึ่งพารายได้จากผลผลิตขั้นต้นเพียงช่องทางเดียว และกระตุ้นการหมุนเวียนเศรษฐกิจในชุมชน

กรมส่งเสริมการเกษตร ดัน ASP เปลี่ยนผ่านจาก “เกษตรการผลิต” สู่ “เกษตรบริการ”

อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรกล่าวเพิ่มเติมว่า ความสำเร็จของระบบในระยะยาว ต้องอาศัยโครงสร้างสถาบันที่เอื้อต่อการบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงานอย่างไร้รอยต่อ โดยการเชื่อมโยงฐานข้อมูลดิน น้ำ อากาศ ทะเบียนเกษตรกร ผู้ให้บริการ และข้อมูลตลาด เข้าสู่แพลตฟอร์มกลางเดียว จะช่วยลดความซ้ำซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพการตัดสินใจ และวางรากฐานสู่เกษตรอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล

พร้อมกันนี้ การกำหนดมาตรฐานกลางด้านคุณภาพงาน ความปลอดภัย ความตรงต่อเวลา และระบบประเมินผลบริการ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่น ยกระดับภาพลักษณ์ภาคเกษตรให้ใกล้เคียงอุตสาหกรรมบริการสมัยใหม่ และรักษาความยั่งยืนของระบบในระยะยาว

กรมส่งเสริมการเกษตร ดัน ASP เปลี่ยนผ่านจาก “เกษตรการผลิต” สู่ “เกษตรบริการ”

ปัจจุบัน กรมส่งเสริมการเกษตรเปิดรับขึ้นทะเบียนผู้ให้บริการทางการเกษตรผ่าน 3 ช่องทาง ได้แก่ 1.ผ่านเว็บแอปพลิเคชัน Service Provider บนระบบ Android 2. ผ่านเว็บไซต์ emachine.doae.go.th  และ 3.ผ่านเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานเกษตรอำเภอทั่วประเทศ

โดยภาพรวมการเปิดขึ้นทะเบียนผู้ให้บริการทางการเกษตร จึงไม่ใช่เพียงนวัตกรรมเชิงปฏิบัติการ แต่เป็นกลไกปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจเกษตรไทย จากการสะสมสินทรัพย์รายบุคคลสู่การใช้ทรัพยากรร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับผลิตภาพ ลดต้นทุนเชิงโครงสร้าง และสร้างความมั่นคงทางรายได้ให้เกษตรกรไทยในระยะยาว