
โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงในผู้สูงวัยกับแนวทาง ICOPE ของ WHO
โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงในผู้สูงวัยกับแนวทาง ICOPE ของ WHO คอลัมน์ ชีวิตบั้นปลายของชายชรา โดย กริช อึ้งวิฑูรสถิตย์
KEY
POINTS
- โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (Sarcopenia) เป็นปัญหาสุขภาพสำคัญในสังคมสูงวัยของไทย ซึ่งเกิดจากการเสื่อมของกล้ามเนื้อตามวัย การขาดการออกกำลังกาย และโภชนาการที่ไม่เพียงพอ
- องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้เสนอแนวทาง ICOPE เพื่อดูแลผู้สูงอายุแบบองค์รวม โดยมุ่งเน้นการคงสมรรถภาพพื้นฐาน 6 ด้าน ได้แก่ การเคลื่อนไหว โภชนาการ การมองเห็น การได้ยิน ความทรงจำ และปฏิสัมพันธ์ทางสังคม
- การป้องกันโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงสามารถทำได้โดยการออกกำลังกายแบบฝึกกล้ามเนื้อควบคู่กับการรับประทานโปรตีนให้เพียงพอ ซึ่งไทยได้เริ่มนำร่องโครงการ ICOPE ผ่านเครือข่ายสาธารณสุขชุมชนแล้ว
เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ผมได้ไปร่วมงานสัมมนา Asian Conference For Frailty and Sarcopenia ที่เมืองเกาสง ไต้หวัน ซึ่งผมได้เขียนเล่าไปบ้างแล้วในคอลัมน์นี้เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งเนื้อหาของผู้ที่ร่วมงานที่ได้มีโอกาสขึ้นเวทีไปบรรยายนั้น ส่วนใหญ่มักจะนำเอาวัตถุประสงค์ของ ICOPE ภายใต้แนวทางขององค์การอนามัยโลก (World Health Organization : WHO) ได้ประกาศออกมาเป็นโปรแกรมนำร่อง ในการดูแลผู้สูงวัยที่น่าสนใจมาก ผมเองก็พยายามนั่งฟังอย่างตั้งใจ เพราะผมก็นับว่าเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทย ที่เข้าสู่วงการดูแลผู้สูงวัยด้วย เพราะได้ทำทั้งโครงการบ้านพักคนวัยเกษียณ อีกทั้งเข้าไปศึกษาด้วยการเรียนในระดับดุษฎีบัณฑิตที่มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เพื่อนำความรู้มาใช้ในองค์กรของผม
สิ่งที่ได้รับมาในการสัมมนาครั้งนี้ ถือว่ามากเกินมูลค่าเงินที่ต้องจ่ายไปเยอะมาก เพราะความรู้บางส่วนที่ได้รับมา มีความสำคัญมาก ๆ ในการที่จะนำมาปรับปรุงในแนวทางเสริมสร้างให้องค์กรเล็ก ๆ ของผมให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้นครับ
ในปัจจุบันนี้เราต้องยอมรับว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ “สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์”หรือ Super Aging Society อย่างรวดเร็ว โดยภายในปี 2573 (ค.ศ. 2030) คาดว่าประชากรกว่าร้อยละ 30 จะมีอายุเกิน 60 ปี (สำนักงานสถิติแห่งชาติ 2566) ปัญหาสุขภาพของผู้สูงอายุ จึงกลายเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะโรคที่มักถูกมองข้ามอย่างเช่น “โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง” (Sarcopenia) ซึ่งโรคนี้เกิดจากการที่กล้ามเนื้อค่อย ๆ เสื่อมลง ทำให้แรงลดลงตามวัยของมนุษย์แก่ ๆ อย่างพวกผม เพราะเคลื่อนไหวลำบาก และเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้ม ซึ่งอาจนำไปสู่การนอนติดเตียงได้ ข้อมูลจากการศึกษาหลายชิ้นในประเทศไทยพบว่า ผู้สูงอายุไทยมีภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรงอยู่ระหว่าง 10–30% โดยเฉพาะในกลุ่มอายุ 70 ปีขึ้นไป (วิทยาลัยแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล 2565)
หากเราจะตั้งคำถามไปว่า แล้วทำไมกล้ามเนื้อของผู้สูงวัยถึงอ่อนแรงลง เมื่ออายุมากขึ้นละ? ต้องตอบว่าสาเหตุสำคัญได้แก่ เมื่อเราอายุที่เพิ่มขึ้น ร่างกายสร้างกล้ามเนื้อน้อยลง อันนี้คงไม่มีใครที่ยิ่งแก่ยิ่งเพิ่มกล้ามเนื้อเป็นมัด ๆ แน่นอน เพราะทุกคนส่วนใหญ่ที่แก่ตัวลง สิ่งที่ขาดหายไป ก็คือ การออกกำลังกาย ซึ่งส่วนใหญ่ก็มักจะมีข้ออ้าง เช่น ไม่มีเวลาบ้างละ ไม่มีกำลังบ้างละ หรือไม่มีเพื่อนบ้างละ จึงทำให้เมื่อเราไม่ยอมเคลื่อนไหว กล้ามเนื้อก็จะฝ่อลง อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ครับ
อีกเหตุผลหนึ่งคือ โภชนาการหรือรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ไม่เพียงพอ โดยเฉพาะโปรตีนและวิตามินดี หรืออาหารที่ครบหมวดหมู่ นอกจากนี้อีกหนึ่งสาเหตุ ที่จะทำให้เกิดโรคนี้ได้ ก็คือเกิดจากโรคเรื้อรังที่ไม่ติดต่อ เช่น เบาหวาน หรือโรคหัวใจ และผลของยาบางชนิดที่มีผลข้างเคียงต่อกล้ามเนื้อนั่นเองครับ องค์การอนามัยโลก (WHO 2020) ระบุว่า การออกกำลังกายแบบฝึกกล้ามเนื้อ (resistance exercise) ร่วมกับการรับประทานโปรตีนที่เพียงพอ เป็นวิธีหลักในการป้องกันภาวะโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงนี้ได้ดีที่สุด
ถ้าเรามองจากนโยบายการดูแลผู้สูงวัยของ WHO ที่ประกาศออกมา หรือที่เราเรียกว่า ICOPE (Integrated Care for Older People) ซึ่งเป็นแนวทางขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่เน้นให้ประเทศต่าง ๆ ดูแลผู้สูงอายุแบบองค์รวม โดยมุ่งเน้น “การคงสมรรถภาพพื้นฐานของผู้สูงอายุ (intrinsic capacity)” ให้นานที่สุด โดย WHO กำหนดกรอบแนวทางไว้ 6 ด้าน อันได้แก่ 1, ด้านความสามารถในการเคลื่อนไหว 2,ด้านโภชนาการ 3,ด้านการมองเห็น 4, ด้านการได้ยิน5,ด้านความทรงจำและสุขภาพจิต 5, ด้านการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ซึ่งแผน ICOPE นี้ ได้ถูกเผยแพร่ในรายงาน “WHO Integrated Care for Older People: Implementation Framework” (2023) ซึ่งเน้นว่าประเทศกำลังพัฒนา ควรต้องปรับใช้กับระบบสุขภาพปฐมภูมิให้เหมาะกับบริบทท้องถิ่น เพื่อเป็นการปกป้องแก่ผู้สูงวัยไม่ให้เกิดโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง และสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ผู้สูงวัยทุกชนชาติ นับว่าเป็นการวางแผนที่ดีที่สุด ไม่เพียงแต่ภาครัฐเท่านั้นที่ต้องให้ความสำคัญ ในส่วนของภาคเอกชนเอง ก็จำเป็นต้องนำมาปรับใช้ในองค์กร เพื่อให้สอดคล้องกับภาครัฐด้วยเช่นกัน
การประยุกต์ใช้ ICOPE ในประเทศไทย ซึ่งภาครัฐของเรามีจุดแข็ง คือ ไทยเรามีเครือข่ายสาธารณสุขระดับชุมชนที่แข็งแรง เช่น เรามีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เรามีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) เราจึงสามารถนำแนวทาง ICOPE มาใช้ในระดับพื้นที่ได้ เช่น การคัดกรองสุขภาพผู้สูงอายุประจำปี การจัดกิจกรรมออกกำลังกายในพื้นที่ หรือการส่งเสริมให้ประชาชนได้รับประทานอาหารที่มีโปรตีนเพียงพอ ซึ่งได้มีการติดตามอย่างต่อเนื่องโดย อสม. ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขของไทยเรา ได้เริ่มโครงการนำร่อง ICOPE ในบางจังหวัด ตั้งแต่ปี 2565 โดยร่วมมือกับองค์การอนามัยโลกแห่งประเทศไทย (WHO Thailand, 2023) พบว่าแผนโครงการดังกล่าว สามารถช่วยให้ประเทศไทยลดปัญหาการพลัดตกหกล้มและภาวะพึ่งพิงในผู้สูงอายุได้จริงครับ
ในส่วนของภาคประชาชน ทุกครอบครัวควรจะช่วยผู้สูงอายุ โดยการให้ผู้สูงวัยได้รับประทานอาหารที่มีโปรตีนเพียงพอ เช่น เนื้อปลา ไข่ ถั่ว หรือเต้าหู้ อีกทั้งให้ผู้สูงวัยได้ออกกำลังกายทุกวัน แม้เพียง 10–15 นาที เช่น การเดิน ยืดเหยียด หรือยกน้ำหนักเบา นี่ก็สำคัญครับ นอกจากนี้ ยังต้องมีการสนทนาพูดคุยและร่วมกิจกรรมกับผู้สูงวัยอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ผู้สูงวัยได้มีปฏิสัมพันธ์กับคนในครอบครัว และเพื่อน ๆ หรือคนอื่นบ้าง ก็จะเป็นการดี อีกทั้งควรมีการตรวจสุขภาพเป็นประจำ โดยเฉพาะแรงบีบมือและความเร็วในการเดิน เป็นต้นครับ
จะเห็นว่าโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงของผู้สูงวัย ไม่ใช่แค่ผลของความชราเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณที่เราสามารถป้องกันได้ หากเริ่มดูแลตั้งแต่เนิ่น ๆ ก็จะไม่เกิดปัญหาโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (Sarcopenia ) ตามแนวทาง ICOPE ขององค์การอนามัยโลก (WHO) จึงเป็น “เครื่องมือสำคัญ” ที่ช่วยให้ครอบครัวที่มีผู้สูงวัย และประเทศไทยเรา สามารถดูแลผู้สูงวัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ และคงคุณภาพชีวิตที่ดีไว้ได้นานที่สุดครับ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง (References) :
- World Health Organization. (2023). Integrated Care for Older People (ICOPE): Implementation Framework. Geneva: WHO.
- World Health Organization. (2020). WHO Guidelines on Physical Activity and Sedentary Behaviour.
- สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2566). รายงานสถานการณ์ผู้สูงอายุของประเทศไทย พ.ศ. 2566.
- วิทยาลัยแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล. (2565). การศึกษาความชุกของภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรงในผู้สูงอายุไทย.
- WHO Thailand. (2023). ICOPE Pilot Implementation in Thailand.







