thansettakij
thansettakij
'อนุทิน' เร่งไทยเข้า OECD เดินหน้า Thailand FastPass ดึงดูดทั่วโลกลงทุน

'อนุทิน' เร่งไทยเข้า OECD เดินหน้า Thailand FastPass ดึงดูดทั่วโลกลงทุน

07 พ.ย. 69 | 11:45 น.

'อนุทิน' ตั้งเป้าเร่งรัดกระบวนการให้ไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD ให้เร็วกว่ากรอบเวลา 5 ปีเพื่อยกระดับมาตรฐานธรรมาภิบาลและความโปร่งใส ผลักดันนโยบาย Thailand FastPass ดึงดูดทั่วโลกลงทุน ชูพลังงาน–อาหารสร้างความมั่นคง

KEY

POINTS

  • นายกฯ อนุทิน ตั้งเป้าเร่งรัดกระบวนการให้ประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD ให้เร็วกว่ากรอบเวลา 5 ปี เพื่อยกระดับมาตรฐานธรรมาภิบาลและความโปร่งใส
  • รัฐบาลผลักดันนโยบาย Thailand FastPass โดยให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เป็นศูนย์กลางเพื่อลดขั้นตอนและอำนวยความสะดวกแก่นักลงทุน
  • รัฐบาลมุ่งใช้ความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อดึงดูดการลงทุนจากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก เช่น Google ที่แสดงความสนใจขยายการลงทุนในไทย

7 พฤศจิกายน 2569 นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยสาระสำคัญจากรายการ "คุยกับนายกฯ อนุทิน" โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงทิศทางเศรษฐกิจไทยทั้งการเร่งเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) การดึงดูดการลงทุนต่างชาติ ตลอดจนมาตรการรับมือความผันผวนด้านพลังงานและความมั่นคงทางอาหาร

นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ไทยอยู่ระหว่างกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD โดยมุ่งยกระดับธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และการแข่งขันที่เป็นธรรม พร้อมตั้งเป้าเร่งดำเนินการให้เร็วกว่ากรอบประมาณ 5 ปี ขณะเดียวกันรัฐบาลผลักดัน Thailand FastPass ให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เป็นศูนย์ประสานงานหลัก เพื่อลดขั้นตอนการอนุมัติและอำนวยความสะดวกแก่นักลงทุน

ด้านการลงทุน นายอนุทินกล่าวถึงการหารือกับ Google ซึ่งแสดงความสนใจขยายการลงทุนในประเทศไทย โดยรัฐบาลมุ่งใช้ความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและทำเลที่ตั้งดึงดูดธุรกิจเทคโนโลยี พร้อมส่งเสริมทักษะแรงงานให้ทำงานร่วมกับ AI ภายใต้แนวคิดให้มนุษย์สามารถกำกับและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสม

สำหรับนโยบายพลังงาน รัฐบาลส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซล B20 ซึ่งมีส่วนผสมจากน้ำมันปาล์ม 20% ควบคู่มาตรการภาษีเพื่อลดภาระต้นทุน โดยนายกรัฐมนตรีระบุว่าปริมาณการใช้เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 9 ล้านลิตรต่อวัน และตั้งเป้าขยายสู่ 20 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งประเมินว่าจะช่วยลดการนำเข้าน้ำมันดิบได้ประมาณ 4 ล้านลิตรต่อวัน พร้อมสร้างโอกาสเพิ่มรายได้แก่เกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน

ส่วนกระแสการเตรียมเสบียงฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง นายกรัฐมนตรียืนยันว่าประชาชนยังสามารถใช้ชีวิตตามปกติ โดยระบุว่าไทยมีศักยภาพผลิตอาหารและกระจายสินค้าได้ภายในประเทศ พร้อมให้ความสำคัญกับระบบช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางเมื่อเกิดภัยพิบัติ และการรับมือความเสี่ยงทางไซเบอร์ที่อาจกระทบระบบเศรษฐกิจ

นายอนุทินย้ำว่า การพัฒนาเศรษฐกิจไทยต้องดำเนินควบคู่กับความมั่นคงด้านพลังงานและอาหาร โดยอาศัยการลงทุน เทคโนโลยี และการยกระดับศักยภาพภาคเกษตร เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและรองรับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก