thansettakij
thansettakij
การพลิกฟื้นไห่หนานสู่ความก้าวล้ำ ทันสมัย และความรุ่งเรืองอย่างยั่งยืน (4)

การพลิกฟื้นไห่หนานสู่ความก้าวล้ำ ทันสมัย และความรุ่งเรืองอย่างยั่งยืน (4)

การพลิกฟื้นไห่หนานสู่ความก้าวล้ำ ทันสมัย และความรุ่งเรืองอย่างยั่งยืน (4) : คอลัมน์มังกรกระพือปีก โดย...ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร อุปนายกและเลขาธิการสมาคมส่งเสริมการลงทุนและการค้าไทย-จีน หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4250

KEY

POINTS

  • ไห่หนานส่งเสริมอุตสาหกรรมไฮเทค ผ่านการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมเฉพาะทางหลายแห่ง เช่น เมืองอวกาศนานาชาติเหวินชาง และเมืองวิทยาศาสตร์ซานย่าอ่าวย่าโจว เพื่อดึงดูดการลงทุนด้านเทคโนโลยีขั้นสูง
  • พัฒนาภาคการท่องเที่ยวอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะเมืองซานย่า ผ่านการสร้างโครงสร้างพื้นฐานและโรงแรมระดับพรีเมียม ควบคู่กับนโยบายวีซ่าฟรีเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวจีนและต่างชาติ
  • ผลักดันยุทธศาสตร์ให้เป็น "ศูนย์กลางการจับจ่ายใช้สอยระดับนานาชาติ" โดยออกมาตรการสำคัญ เช่น เพิ่มโควต้าซื้อสินค้าปลอดภาษีเป็น 100,000 หยวนต่อคนต่อปี และขยายร้านค้าปลอดอากรขนาดใหญ่

ในส่วนของการส่งเสริมสนับสนุน “อุตสาหกรรมไฮเทค” ไห่หนานออกแบบพื้นที่การพัฒนาในรูปแบบ “นิคมอุตสาหกรรมเฉพาะทาง” ทั้งนี้ นิคมอุตสาหกรรมหลักที่รองรับการลงทุนกระจายอยู่ทั่วเกาะ อันได้แก่

• เขตการพัฒนาเศรษฐกิจหยางผู่ (Yangpu Economic Development Zone) ซึ่งมุ่งเน้นอุตสาหกรรมปิโตรเคมีสีเขียว การแปรรูปสินค้านำเข้ามูลค่าสูง และเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์การค้าเดินเรือสากล  

• นิคมไฮเทคไหโข่วระดับชาติ (Haikou National High-Tech Zone) ซึ่งเป็นศูนย์กลางด้านชีวเวชภัณฑ์ อุปกรณ์การแพทย์ และการผลิตอุปกรณ์เทคโนโลยีขั้นสูง  

• เมืองอวกาศนานาชาติเหวินชาง (Wenchang International Aerospace City) เป็นพื้นที่การพัฒนาอุตสาหกรรมอวกาศเชิงพาณิชย์ การวิเคราะห์ข้อมูลดาวเทียม และการผลิตชิ้นส่วนอวกาศ

•เมืองวิทยาศาสตร์ซานย่าอ่าวย่าโจว (Sanya Yazhou Bay Science and Technology City) เป็นแหล่งรวมเทคโนโลยีการสำรวจทะเลลึก (Deep-sea Technology) และเทคโนโลยีชีวภาพ

นอกจากนี้ ไหโข่วยังวางแผนดำเนินโครงการทางเศรษฐกิจที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทิ เขตพัฒนานวัตกรรมชั้นแนวหน้าเจี่ยงตง (Jiangdong) เพื่อใช้เป็นพื้นที่รองรับการลงทุนด้านนวัตกรรมอีกแห่งหนึ่งของจีน แม้กระทั่งอาลีบาบา (Alibaba) ก็ยังได้จัดตั้งสำนักงานภูมิภาคขึ้นที่ฐานนวัตกรรมและการเป็นผู้ประกอบการนอกชายฝั่งแห่งชาติไหโข่ว (Haikou National Offshore Innovation & Entrepreneurship Base)

ทั้งนี้ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การลงทุนของภาครัฐและเอกชนจีน และกิจการต่างชาติในไห่หนานได้เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถดึงดูดกิจการไฮเทคเข้าไปลงทุนในพื้นที่จากราว 1,100 ราย ในปี 2021 เป็นมากกว่า 1,550 รายในปี 2026 ส่งผลให้หัวเมืองของไห่หนาน พัฒนาไปอย่างรวดเร็วจนผิดหูผิดตา

ในด้านการท่องเที่ยว ไห่หนานมีชายฝั่งทะเลที่ยาวเหยียดรอบเกาะ จนบางคนขนานนามว่าเป็น “ฮาวายแห่งโลกตะวันออก” ทำให้รัฐบาลจีนให้ความสำคัญกับการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวมาอย่างต่อเนื่อง แต่สำหรับผมแล้ว ชายฝั่งทะเลมีคลื่นลมแรง และชายหาดไม่สวยสดงดงามเหมือนเมืองไทย แต่ก็มีซานย่าที่เป็นเมืองตากอากาศชื่อดังทางตอนใต้สุดของไห่หนาน 

ผลจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีโรงแรมและรีสอร์ตระดับพรีเมี่ยมผุดขึ้นมากมาย และนำไปสู่การพัฒนาระบบนิเวศด้านการท่องเที่ยวที่พร้อมสรรพ รวมทั้งกิจกรรม “กลางแจ้ง” ระดับนานาชาติมากมาย ทำให้ “ซานย่า” เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ส่งผลให้นักท่องเที่ยวชาวจีนและชาวต่างชาติหลั่งไหลไปเยือนซานย่าเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว 

ทั้งนี้ ในยุคหลังโควิด-19 ที่การท่องเที่ยวภายในประเทศของจีนเป็นที่นิยม และรัฐบาลจีนในเวลาต่อมาดำเนินนโยบาย “วีซ่าฟรี” กับหลายสิบประเทศ รวมทั้งการขยายเส้นทางบินตรงระหว่างประเทศ อาทิ รัสเซีย และประเทศอื่นในภูมิภาค และการปรับปรุงสนามบินนานาชาติในหลายแห่ง ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวที่ไปเยือนไห่หนาน เพิ่มขึ้นจากราว 32.7 ล้านคนในปี 2023 เป็นกว่า 36 ล้านคนในปี 2025 โดยสัดส่วนของนักท่องเที่ยวต่างชาติต่อนักท่องเที่ยวโดยรวมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ เพื่อเสริมสร้างพลังในการดึงดูดนักท่องเที่ยว รัฐบาลจีนยังกำหนดยุทธศาสตร์ “การพัฒนาเป็นศูนย์กลางการจับจ่ายใช้สอยระดับนานาชาติ” โดยในช่วงหลายปีหลัง รัฐบาลไฮ่หนานได้ออกหลากหลายมาตรการใหม่แบบ “นอกกรอบ” ๆ เพื่อพัฒนาไฮ่หนานให้เป็น “สวรรค์ของนักช้อป” ระดับนานาชาติอย่างแท้จริง 

อาทิ การกำหนดและปรับเพิ่มโควต้าการซื้อสินค้าปลอดอากรของนักท่องเที่ยวแต่ละคนที่เดินทางไปเยือนไห่หนาน มาอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบัน นักท่องเที่ยวแต่ละคนมีโควต้าดังกล่าวถึง 100,000 หยวนต่อปี ซึ่งทำให้ภาคการบริโภคภายในประเทศเพิ่มสูงขึ้น สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนา “เศรษฐกิจวงจรคู่” (Dual Circulation Economy) 

การเพิ่มความหลากหลายของประเภทสินค้าปลอดภาษี เป็น 45 หมวด การยกเลิกเพดานการยกเว้นภาษีที่ 8,000 หยวนต่อชิ้นสินค้า และการขยายความสะดวกในการจับจ่ายใช้สอยของนักท่องเที่ยว ด้วยการอนุมัติจำนวนร้านสินค้าปลอดอากรอย่างต่อเนื่อง 

โดยมีร้านสินค้าปลอดอากรราว 10 แห่งกระจายอยู่ในไหโข่วและเมืองเศรษฐกิจอื่นในไห่หนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งห้างสรรพสินค้าปลอดภาษีขนาดใหญ่ที่ซานย่า (Sanya International Duty-Free Shopping Complex) ที่ข้อมูลระบุว่า นี่เป็นร้านสินค้าปลอดอากรที่มีขนาดราว 120,000 ตารางเมตร เรียกว่าครองตำแหน่ง “ใหญ่ที่สุดในโลก” ภายใต้อาคารเดียวกันเอาไว้อย่างเหนียวแน่น 

งานนี้ “ขาช้อป” ไม่ควรพลาด แต่ผมขอแนะนำให้ผู้ที่ชื่นชอบการ “ละลายทรัพย์” ว่าให้เลือกรองเท้าคู่เหมาะๆ ติดหนังสือเดินทางไปด้วย และหากไปกับญาติพี่น้องและเพื่อนฝูง ก็ขอให้เผื่อเวลานัดหมายไว้มากหน่อย รวมทั้งกำหนดจุดนัดหมายไว้ให้ชัดเจน เพราะนอกจากมีขนาดใหญ่แล้ว คอมเพล็กซ์แห่งนี้ยังเปิดให้บริการตั้งแต่ 10.00 น. ถึง 22.00 น. แถมยังมักคราคร่ำไปด้วยนักช้อป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์

ประการสำคัญ ในกรณีที่สินค้าที่จะซื้อไม่อาจรับและนำติดตัวออกมาได้เลย ท่านอาจต้องรับที่สนามบิน ซึ่งนั่นหมายความว่า ท่านอาจต้องเผื่อเวลาไว้ 2-6 ชั่วโมง เพื่อตัดปัญหาความฉุกละหุก ท่านอาจหาเวลาว่างไปเดินช้อปปิ้งก่อนวันเดินทางออกจากไฮ่หนานสัก 1-2 วัน 

และสำหรับคนที่ไม่ได้หลงใหลในการซื้อหาสินค้า ก็ไม่ต้องกลัวหิวหรือเบื่อนะครับ เพราะภายในอาคารก็ออกแบบตกแต่งไว้อย่างงดงาม แถมยังมีร้านอาหารหลากหลายสไตล์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งร้านอาหารไห่หนาน และร้านอาหารมิชลีน และสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายให้ท่านเพลิดเพลิน

ขอยกยอดไปคุยต่อตอนต่อไปครับ ...

คอลัมน์มังกรกระพือปีก โดย...ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร อุปนายกและเลขาธิการสมาคมส่งเสริมการลงทุนและการค้าไทย-จีน หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4250 


เกี่ยวกับผู้เขียน : ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร อุปนายกและเลขาธิการสมาคมส่งเสริมการลงทุนและการค้าไทย-จีน ผู้เชี่ยวชาญที่สั่งสมความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับตลาดจีน มุ่งหวังนำข้อมูลและมุมมอง ความคิดเห็นเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจ ธุรกิจ การตลาดและอื่น ๆ  ที่อยู่ในกระแสของจีนมาแลกเปลี่ยนกับผู้อ่าน เพื่อเราจะไม่ตกขบวน “รถไฟความเร็วสูง” ของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของจีน