thansettakij
thansettakij
ศิษย์ส่งกำลังใจ “พระจำนงค์ ธัมมจารี” หวังคืนสู่เส้นทางเดิม

ศิษย์ส่งกำลังใจ “พระจำนงค์ ธัมมจารี” หวังคืนสู่เส้นทางเดิม

01 ส.ค. 69 | 19:50 น.
อัปเดตล่าสุด :01 ส.ค. 69 | 19:55 น.

ศิษย์หลายวงการร่วมส่งกำลังใจ 'พระจำนงค์ ธัมมจารี' อดีตพระพรหมเมธี หลังศาลยกฟ้องไร้มลทิน แต่การคืนสู่สถานะเดิมยังไร้ความคืบหน้า ต่างหวังได้รับความเป็นธรรมเช่นเดียวกับอดีตพระเถระร่วมคดี คอลัมน์ สังฆานุสติ โดย บาสก

คณะศิษย์หลายวงการ ให้กำลังใจอดีตพระพรหมเมธี ที่ยังมีฐานะเป็นพระจำนงค์ ธัมมจารี ขณะที่เพื่อนร่วมชะตากรรม ได้กลับสู่ตำแหน่งเดิมและขึ้นสูงถึงสมเด็จพระราชาคณะ

กรณีพระเถระผู้ใหญ่ ตำแหน่งกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ถูกจับและดำเนินคดีเรื่องเงินทอน และฟอกเงินเมื่อ 24 พฤษภาคม 2561นั้น พระพรหมดิลกวัดสามพระยาและพระพรหมสิทธิ วัดสระเกศฯขอสู้คดี จึงต้องถูกถอดจากสมณศักดิ์ ถูกบังคับให้สละสมณเพศ โดยไม่สมัครใจเพื่อสู้คดีในชั้นศาล ส่วนพระพรหมเมธี วัดสัมพันธวงศ์ ไปขอลี้ภัยที่ประเทศเยอรมนี

ต่อมา ศาลยกฟ้อง ทั้งอดีตพระพรหมดิลกและอดีตพระพรหมสิทธิ หลังจากถูกจองจำหลายปี

เมื่อไม่มีมลทิน จึงกลับมาครองผ้ากาสาวพัสตร์ โดยมีคณะสงฆ์รับรอง และกลับสู่วัดเดิม ทั้งวัดสามพระยาและวัดสระเกศฯ

ต่อมาทั้ง 2 ท่านได้รับการสถาปนาเป็นรองสมเด็จ ฯ ในชื่อเดิมคือพระพรหมดิลกและพระพรหมสิทธิ และดำรงตำแหน่ง มส.หลังจากตำแหน่งว่าง ด้วยกรรมการ มส. 2 รูปลาออก เมื่อ 15 กันยายน 2567

อย่างไรก็ตามเรื่องน่าอัศจรรย์ยิ่งเกิดเมื่อ 12 กรกฎาคม 2569 ที่ทั้ง 2 ท่านได้รับโปรดเกล้าสถาปนาเป็นสมเด็จพระราชาคณะชั้นสุพรรณบัฏ ซึ่งเป็นสมณศักดิ์สูงสุดรองจากสมเด็จพระสังฆราช คือ พระพรหมดิลกมีราชทิน นามว่า สมเด็จพระมหาวชิรคุณดิลก พระพรหมสิทธิ มีราชทินนามว่าสมเด็จพระวชิรสิทธาจารย์

จึงกล่าวได้ว่า ทั้ง 2 รูปสมมโนรถปรารถนา เกินคาดหมาย ในขณะที่อดีตพระพรหมเมธี (จำนงค์ ธมฺมจารี) วัดสัมพันธวงศ์ เมื่อเดินทางกลับมามอบตัว สู้คดีในไทย เมื่อ 5 มิถุนายน 2568 ศาลใช้เวลาไต่สวนรอบด้านและพิพากษายกฟ้องดังนั้นพระจำนงค์จึงไม่มีมลทิน แต่การคืนสู่สถานะเดิมที่ท่านเคยดำรงตำแหน่งก่อนถูกกล่าวหายังไม่มีอะไรคืบหน้า ทำให้บรรดาศิษย์และผู้นับถือ ต่างให้กำลังใจ และคาดหวังว่า สักวันหนึ่งพระอาจารย์ที่เคารพ คงได้สมมโนรถปรารถนา เหมือนที่ทั้ง 2 ท่านที่ร่วมชะตากรรมด้วยกัน ได้รับมาแล้ว