thansettakij
thansettakij
เจรจาภาษีไทย-สหรัฐ เดิมพันที่ต้อง “เร็ว” และ “รอบคอบ”

เจรจาภาษีไทย-สหรัฐ เดิมพันที่ต้อง “เร็ว” และ “รอบคอบ”

23 ก.ย. 69 | 06:40 น.
อัปเดตล่าสุด :23 ก.ย. 69 | 06:51 น.

เจรจาภาษีไทย-สหรัฐ เดิมพันที่ต้อง “เร็ว” และ “รอบคอบ” : บทบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 46 ฉบับที่ 4,238 วันที่ 24 -26 กันยายน พ.ศ. 2569

KEY

POINTS

  • การเจรจาข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ ต้องเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการถูกขึ้นภาษีในอัตราสูงภายใต้มาตรา 301 ซึ่งอาจกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทย
  • ความรวดเร็วต้องมาพร้อมกับความรอบคอบ โดยเฉพาะข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ ที่ต้องการให้ไทยเปิดตลาดสินค้าเกษตรและปศุสัตว์ ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อเกษตรกรไทย
  • รัฐบาลต้องเตรียมมาตรการเยียวยาภาคเกษตรที่ชัดเจนและพร้อมใช้งานได้จริง เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการได้อัตราภาษีที่ดีกับการปกป้องกลุ่มที่เปราะบางในประเทศ

การเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทน (ART) ระหว่างไทย กับ สหรัฐอเมริกา กำลังเดินเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญที่สุด เมื่อทั้งสองฝ่ายสรุปกรอบการเจรจาร่วมกันแล้ว และเหลือเพียงการตรวจทานถ้อยคำให้ตรงกันก่อนประกาศผล 

ทว่าภายใต้บรรยากาศที่ดูใกล้ปิดดีล กลับซ่อนแรงกดดันด้านเวลาที่ประเมินค่าไม่ได้ นั่นคือ การที่สหรัฐฯ อาจประกาศผลการไต่สวน ตามมาตรา 301 ในประเด็น “กำลังการผลิตส่วนเกิน” ออกมาเมื่อใดก็ได้

เดิมพันครั้งนี้ใหญ่กว่าที่หลายคนคิด สหรัฐฯ คือ ตลาดส่งออกอันดับหนึ่งของไทยคิดเป็นเกือบ 1 ใน 4 ของการส่งออกทั้งหมดของประเทศ การเจรจาจึงไม่ใช่เรื่องของตัวเลขภาษีบนกระดาษ แต่คือ ห่วงโซ่การผลิตและการจ้างงานจำนวนมหาศาล

ประเด็นที่ต้องเข้าใจให้ชัดคือ อัตรา 12.5% ที่ไทยเผชิญอยู่ในเวลานี้ ไม่ใช่ภาษีต่างตอบแทน (Reciprocal Tariff) แบบเดิม แต่เป็นเครื่องมือภายใต้มาตรา 301 ที่ “ไม่มีเพดาน” ต่างจากภาษีต่างตอบแทนเดิมที่จำกัดไว้ไม่เกิน 50% หากสหรัฐฯ ชิงประกาศผลไต่สวนกำลังการผลิตส่วนเกินออกมาก่อนที่ไทยจะปิดดีล ความเสี่ยงที่สินค้าไทยจะถูกเรียกเก็บภาษีในระดับสูงลิ่วจนสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน ย่อมมีอยู่จริง

ในทางกลับกัน หากบรรลุข้อตกลง ART ได้ทัน ไทยมีโอกาสได้อัตราภาษีใกล้เคียงคู่แข่งในภูมิภาค อย่าง มาเลเซีย และ อินโดนีเซีย ที่อยู่ที่ 10% นี่คือเหตุผลที่ทีมเจรจาต้องเร่งเครื่อง และเป็นเหตุผลที่สังคมควรเข้าใจว่า ความรวดเร็วในกรณีนี้ไม่ใช่ความรีบร้อน แต่คือ การบริหารความเสี่ยง

อย่างไรก็ตาม การเร่งปิดดีลต้องไม่แลกมาด้วยการทิ้งภาคเกษตรไว้ข้างหลัง ข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ ที่ต้องการเปิดตลาดเนื้อหมู และผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ คือ ชนวนที่กระทบเกษตรกรไทยโดยตรง

ขณที่ท่าทีของกระทรวงเกษตรฯ ที่ยึด 3 หลัก-กระทบให้น้อยที่สุด มีมาตรการรองรับที่พร้อมใช้ทันที และเป็นไปตามกฎหมายไทยโดยเฉพาะมาตรฐานสุขอนามัยจึงเป็นแนวป้องกันที่ถูกทาง

หัวใจอยู่ที่คำว่า “พร้อมใช้ได้ทันที” เพราะมาตรการเยียวยาที่มีเพียงบนกระดาษ ย่อมไร้ความหมายเมื่อสินค้าราคาถูกทะลักเข้าตลาด รัฐบาลต้องพิสูจน์ว่า กลไกรับมือด้านเสถียรภาพราคาและระบบรับซื้อผลผลิตนั้นมีจริงและใช้ได้จริง แนวคิดทยอยเปิดตลาดเป็นรายสินค้าเพื่อให้เกษตรกรมีเวลาปรับตัว ก็เป็นทางออกที่สมเหตุสมผลกว่าการเปิดพรวดเดียวทั้งหมด

การเจรจา ART จึงเป็นบททดสอบธรรมาภิบาลทางเศรษฐกิจของรัฐบาลอย่างแท้จริง ทีมไทยแลนด์ต้องปิดดีลให้เร็วพอที่จะหนีมาตรา 301 แต่ต้องรอบคอบพอที่จะไม่เปิดตลาดจนภาคเกษตรบอบชํ้า 

ความสำเร็จของการเจรจาครั้งนี้ ไม่ควรวัดเพียงว่า ได้อัตราภาษีกี่เปอร์เซ็นต์ แต่ต้องวัดด้วยว่าเราปกป้องคนที่เปราะบางที่สุดไว้ได้หรือไม่ในกระบวนการนั้น

บทบรรณาธิการ  หน้า 4 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 46  ฉบับที่ 4,238 วันที่ 24 -26 กันยายน พ.ศ. 2569