thansettakij
thansettakij
เกม SMR อาเซียน ผู้ชนะคือผู้ที่ปลอดภัยที่สุด

เกม SMR อาเซียน ผู้ชนะคือผู้ที่ปลอดภัยที่สุด

04 ก.ย. 69 | 23:30 น.

เกม SMR อาเซียน ผู้ชนะคือผู้ที่ปลอดภัยที่สุด : บทบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,233

KEY

POINTS

  • ไทยกำลังพิจารณาบรรจุโรงไฟฟ้า SMR ในแผนพลังงานชาติ แต่ยังตามหลังเพื่อนบ้านในอาเซียนอย่าง เวียดนาม อินโดนีเซีย และ ฟิลิปปินส์ ที่เดินหน้าไปไกลกว่า
  • การแข่งขันด้าน SMR ไม่ใช่เรื่องความเร็ว แต่เป็นเรื่องความปลอดภัย โดยผู้ชนะที่แท้จริง คือประเทศที่สามารถเดินเครื่องได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืนที่สุด
  • รัฐบาลไทยควรใช้แรงกดดันนี้ เร่งวางรากฐานด้านกฎหมายให้ได้มาตรฐานสากล (เช่น พ.ร.บ.ความรับผิดทางนิวเคลียร์) และสร้างความเชื่อมั่น มากกว่าการเร่งรัดก่อสร้าง

การบรรจุพลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็ก หรือ SMR จำนวน 9,000 เมกะวัตต์ ไว้ในร่างแผน PDP 2026 อย่างเป็นรูปธรรมเป็นครั้งแรก ท่ามกลางการแข่งขันที่เพื่อนบ้านในอาเซียน ต่างขยับตัวเร็วขึ้นทุกขณะ ข้อมูลล่าสุดชี้ว่า เวียดนาม ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม “พร้อมที่สุด” อินโดนีเซีย ตั้งเป้า SMR ถึง 10 กิกะวัตต์ ภายในปี 2040 ขณะที่ ฟิลิปปินส์ วางหมุดหมาย 1,200 เมกะวัตต์ ภายในปี 2032 ส่วนไทยยังถูกจัดอยู่ในกลุ่ม “กำลังพัฒนา”

ภาพนี้ทำให้เกิดคำถามที่รัฐบาลต้องตอบให้ชัดว่า ไทยกำลัง “ตกขบวน” หรือไม่ และการตกขบวนมีราคาเท่าใด 

 

เราเห็นว่า ความกังวลเรื่องการตกขบวนมีนํ้าหนัก เพราะตามความเป็นจริง ประเทศไทยพึ่งพาเชื้อเพลิงนำเข้าในสัดส่วนสูง มูลค่าการนำเข้าเชื้อเพลิงเพื่อผลิตไฟฟ้าในปี 2567 พุ่งถึง 1.23 ล้านล้านบาท และโครงสร้างการผลิตยังกระจุกตัวที่ก๊าซธรรมชาติ ถึงร้อยละ 67.5 ขณะที่ความต้องการใช้ไฟฟ้า กำลังทะยานจาก Data Center, AI และ ยานยนต์ไฟฟ้า

ในสภาพเช่นนี้ การสร้างโรงไฟฟ้า SMR ที่เป็นพลังงานฐานคาร์บอนตํ่า ที่เดินเครื่องได้ตลอด 24 ชั่วโมง จึงเป็นโจทย์ที่หลีกเลี่ยงได้ยาก การนิ่งเฉยจนคู่แข่งดึงดูดการลงทุนและสร้างห่วงโซ่อุปทานไปก่อน ย่อมมีต้นทุนที่ประเทศต้องแบกในระยะยาว

แต่บทเรียนสำคัญที่สุดของอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ คือ การแข่งขันด้านความเร็ว ต้องไม่แลกมาด้วยการลดทอนมาตรฐานความปลอดภัย เพราะในกิจการที่ความผิดพลาดเพียงครั้งเดียว สามารถทำลายความเชื่อมั่นได้ทั้งประเทศ  

“การเร่งจนพลาด” อันตรายยิ่งกว่า “การช้าแต่มั่นคง” การที่ไทยยังผ่านมาตรฐานโครงสร้างพื้นฐานของ IAEA ไม่ครบทั้ง 19 ข้อ โดยเฉพาะข้อว่าด้วยความต่อเนื่องทางนโยบาย และ การที่ พ.ร.บ.ความรับผิดทางนิวเคลียร์ยังไม่ผ่านสภา จึงเป็นเงื่อนไขที่ต้องเดินให้ครบก่อน ไม่ใช่ตามหลัง

หัวใจจึงไม่ได้อยู่ที่การ “แข่งให้ชนะ” เพื่อนบ้าน แต่อยู่ที่การไม่ตกขบวน เพราะกลไกกำกับดูแลตามไม่ทันมาตรฐานสากล ประเทศที่นักลงทุนไว้วางใจ คือ ประเทศที่มีระบบกำกับดูแลรัดกุมและเป็นเอกภาพ ไม่ใช่ประเทศที่รีบประกาศตัวเลขสวยงามแต่ไร้กฎหมายรองรับ  

ดังนั้น รัฐบาลควรใช้แรงกดดันจากอาเซียนเป็นตัวเร่งการ “วางรากฐาน” มากกว่าการ “เร่งก่อสร้าง” สิ่งที่ต้องทำให้ทันเพื่อนบ้าน คือ ความพร้อมด้านกฎหมาย บุคลากร และ การสร้างการยอมรับของชุมชน ไม่ใช่การรีบตอกเสาเข็มโรงแรก การผลักดัน พ.ร.บ.ความรับผิดให้เข้าสภาควบคู่ไปกับแผน PDP และการจัดตั้งศูนย์จัดการร่วมแบบ One Stop Service ที่โปร่งใส คือการแข่งขันที่ถูกจุด 

ไทยไม่ควรตกขบวนนิวเคลียร์ แต่ขบวนที่เราต้องขึ้นให้ทัน คือ ขบวนของมาตรฐาน ความปลอดภัย และ ความไว้วางใจ ไม่ใช่ขบวนของความรีบร้อน เพราะในเกมนี้ ผู้ชนะไม่ใช่ผู้ที่เดินเครื่องก่อน แต่คือ ผู้ที่เดินเครื่องได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืนที่สุด

บทบรรณาธิการ  หน้า 4 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจปีที่ 46 ฉบับที่ 4,233 วันที่ 6 -9 กันยายน พ.ศ. 2569