thansettakij
thansettakij
ถึงเวลาภาคเอกชน เร่งเปลี่ยนผ่านพลังงาน

ถึงเวลาภาคเอกชน เร่งเปลี่ยนผ่านพลังงาน

26 มิ.ย. 69 | 23:30 น.

ถึงเวลาภาคเอกชน เร่งเปลี่ยนผ่านพลังงาน : บทบรรณาธิการ หน้า 4 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 46 ฉบับที่ 4,213

KEY

POINTS

  • การเปลี่ยนผ่านพลังงานกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญทางธุรกิจสำหรับภาคเอกชน จากแรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อม กฎระเบียบ และความคาดหวังของผู้บริโภค ซึ่งส่งผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาว
  • การลงทุนในพลังงานสะอาดไม่ใช่ภาระ แต่เป็นการลงทุนเพื่ออนาคตที่ช่วยลดความเสี่ยงจากมาตรการการค้าด้านคาร์บอน ลดต้นทุน และเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนสีเขียว
  • ภาคเอกชนต้องเร่งปรับตัวโดยมองว่าการเปลี่ยนผ่านพลังงานเป็นยุทธศาสตร์หลักขององค์กร เพื่อสร้างความได้เปรียบและรับมือกับความเสี่ยงในยุคเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

 ภาวะโลกร้อนที่ทวีความรุนแรงขึ้นประเทศไทย โดยภาครัฐได้กำหนดนโยบายและเป้าหมายที่สอดคล้องกับแนวโน้มโลก โดยประกาศเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2050 และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2065 พร้อมผลักดันแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า การส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน การพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) การสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในทุกภาคส่วน 

นอกจากนี้ ยังมีการส่งเสริมการลงทุนด้านเทคโนโลยีพลังงานสะอาด และกลไกทางเศรษฐศาสตร์ที่ช่วยลดการปล่อยคาร์บอน เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนตํ่า 

การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานไม่ใช่เพียงกระแสของโลกอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญของการดำเนินธุรกิจในอนาคต ภายใต้แรงกดดันจากปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม และความคาดหวังของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมากขึ้น

ภาคเอกชนไทยจึงไม่อาจยืนอยู่บนจุดเดิมได้ การพึ่งพาพลังงานฟอสซิลเพียงอย่างเดียว ไม่เพียงสร้างต้นทุนที่ผันผวนตามราคาพลังงานโลก แต่ยังส่งผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

ปัจจุบันหลายประเทศได้กำหนดมาตรการด้านคาร์บอนที่เข้มงวดมากขึ้น สินค้าและบริการที่ผลิตด้วยกระบวนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง อาจเผชิญข้อจำกัดทางการค้าและต้นทุนที่เพิ่มขึ้น หากผู้ประกอบการไทยปรับตัวไม่ทัน อาจสูญเสียโอกาสในตลาดโลกได้

การลงทุนในพลังงานสะอาด ไม่ว่าจะเป็นพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม ระบบกักเก็บพลังงาน หรือ การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน จึงไม่ใช่ภาระ แต่เป็นการลงทุนเพื่ออนาคตของธุรกิจ

ที่สำคัญ การเปลี่ยนผ่านพลังงานยังช่วยลดต้นทุนในระยะยาว สร้างภาพลักษณ์องค์กรที่รับผิดชอบต่อสังคม และเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนสีเขียวที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อนเรื่องนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ภาครัฐควรมีมาตรการส่งเสริมที่ชัดเจน ลดอุปสรรคด้านกฎระเบียบ และสนับสนุนการลงทุนในเทคโนโลยีพลังงานสะอาดอย่างเป็นรูปธรรม

ขณะที่ภาคเอกชนต้องมองการเปลี่ยนผ่านพลังงานเป็นยุทธศาสตร์สำคัญขององค์กร ไม่ใช่เพียงกิจกรรมเพื่อภาพลักษณ์หรือการปฏิบัติตามข้อกำหนดเท่านั้น

ทั้งนี้โลกกำลังเดินหน้าเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจคาร์บอนตํ่าอย่างเต็มรูปแบบ ผู้ที่เริ่มก่อนย่อมได้เปรียบ และผู้ที่ปรับตัวช้าย่อมต้องเผชิญความเสี่ยงมากขึ้น ถึงเวลาแล้วที่ภาคเอกชนไทยต้องเร่งเปลี่ยนผ่านพลังงาน เพื่อสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจ ควบคู่กับการเติบโตอย่างยั่งยืนของประเทศในอนาคต

บทบรรณาธิการ หน้า 4 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 46  ฉบับที่ 4,213 วันที่ 28 มิถุนายน - 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2569