
PDP 2026 พลิกโฉมไฟฟ้าไทย เดิมพัน Net Zero ดึงทุนโลก
PDP 2026 พลิกโฉมไฟฟ้าไทย เดิมพัน Net Zero ดึงทุนโลก : บทบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,212
KEY
POINTS
- แผน PDP 2026 ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดให้มากกว่า 70% เพื่อขับเคลื่อนประเทศสู่เป้าหมาย Net Zero และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันเพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ
- นำร่องโครงการ Direct PPA เปิดโอกาสให้ผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนสามารถขายไฟฟ้าให้ผู้ใช้รายใหญ่ได้โดยตรง เพื่อตอบโจทย์ภาคธุรกิจที่ต้องการใช้ไฟฟ้าสะอาด 100%
- พิจารณาเทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) เป็นทางเลือกในระยะยาวเพื่อเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ควบคู่กับการปรับเกณฑ์วัดความมั่นคงให้สอดรับกับพลังงานหมุนเวียนที่มีความผันผวน
ทิศทางพลังงานของไทยกำลังเดินเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อไฟฟ้าไม่ได้เป็นเพียงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่กำลังกลายเป็นปัจจัยชี้ขาดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ในยุคที่โลกมุ่งสู่เป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอน
แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย หรือ PDP 2026 ที่อยู่ระหว่างการจัดทำ จึงไม่ได้เป็นเพียงแผนจัดหาไฟฟ้าให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ แต่เป็นแผนยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงระหว่างความมั่นคงทางพลังงาน การลงทุน และ เป้าหมาย Net Zero ของประเทศ โดยไทยตั้งเป้าหมายมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิ เป็นศูนย์ภายในปี 2593
หัวใจสำคัญของแผนใหม่ คือ การปรับโครงสร้างระบบไฟฟ้าให้รองรับพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดมากกว่า 70% ของกำลังผลิตทั้งหมดตลอดแผน พร้อมปรับแนวคิดการประเมินความมั่นคงของระบบ จากการใช้กำลังผลิตสำรอง หรือ Reserve Margin ไปสู่ดัชนีโอกาสเกิดไฟฟ้าดับ หรือ LOLE เพื่อให้สอดรับกับยุคที่ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนมีความผันผวนสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านพลังงานไม่ได้หมายถึงการลดบทบาทเชื้อเพลิงเดิมทันที เพราะก๊าซธรรมชาติยังคงเป็นเชื้อเพลิงหลักของระบบไฟฟ้าไทยในช่วงเปลี่ยนผ่าน ดังนั้นโจทย์สำคัญ คือ การสร้างสมดุลระหว่างไฟฟ้าสะอาด ต้นทุนแข่งขันได้ และความมั่นคงของระบบ
หนึ่งในกลไกที่น่าจับตา คือ โครงการ Direct PPA นำร่อง 2,000 เมกะวัตต์ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการปรับโครงสร้างตลาดไฟฟ้าไทย เปิดโอกาสให้ผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน สามารถขายไฟให้ผู้ใช้ไฟรายใหญ่โดยตรงผ่านระบบโครงข่ายของรัฐ หรือ Third Party Access
กลไกดังกล่าวจะช่วยเพิ่มทางเลือกให้ภาคธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่ม Data Center และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงที่ต้องการใช้ไฟฟ้าสะอาด 100% ตามมาตรฐาน RE100 ซึ่งกำลังเป็นเงื่อนไขสำคัญในการตัดสินใจลงทุนของบริษัทระดับโลก
นอกจากนี้ Direct PPA ยังสะท้อนการเปลี่ยนบทบาทของภาครัฐ จากผู้ควบคุมระบบไฟฟ้าแบบเดิมไปสู่ Smart Regulator ที่ต้องออกแบบกติกาให้เกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพของระบบ โดยเฉพาะการกำหนดค่าบริการผ่านระบบสายส่ง หรือ Wheeling Charge รวมถึงต้นทุนด้านความมั่นคงของระบบ
ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีใหม่อย่างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก หรือ SMR ก็ถูกบรรจุเป็นหนึ่งในทางเลือกของประเทศในระยะยาว โดยมีเป้าหมายเข้าสู่ระบบประมาณปี 2580 เป็นต้นไป เพื่อเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในวันที่พลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ท่ามกลางการแข่งขันด้านการลงทุนทั่วโลก ประเทศที่มีไฟฟ้าสะอาดและต้นทุนเหมาะสมจะเป็นผู้ได้เปรียบ การเดินหน้าตาม PDP 2026 จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของภาคพลังงาน แต่เป็นการวางรากฐานเศรษฐกิจไทยในอนาคต
สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้ คือ การทำให้การเปลี่ยนผ่านเกิดขึ้นจริง โดยประชาชนยังเข้าถึงไฟฟ้าในราคาที่เหมาะสม ขณะที่ภาคธุรกิจได้รับพลังงานที่แข่งขันได้ เพราะสุดท้ายแล้ว “ไฟฟ้าแห่งอนาคต” จะเป็นทั้งเครื่องมือสร้างความยั่งยืน และเป็นหัวใจสำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจไทยในเวทีโลก
บทบรรณาธิการ หน้า 4 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 46 ฉบับที่ 4,212 วันที่ 25-27 มิถุนายน พ.ศ. 2569







