thansettakij
thansettakij
พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน เดิมพันใหญ่รัฐบาลอนุทิน 2

พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน เดิมพันใหญ่รัฐบาลอนุทิน 2

05 พ.ค. 69 | 23:30 น.

พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน เดิมพันใหญ่รัฐบาลอนุทิน 2 : บทบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,198

KEY

POINTS

  • รัฐบาลออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อเป็นเกราะรับมือผลกระทบจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และป้องกันภาวะเศรษฐกิจชะงักงัน (Stagflation)
  • กรอบการใช้เงินแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ การเยียวยาผลกระทบระยะสั้นแก่กลุ่มเปราะบาง และ การลงทุนเพื่อปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจในระยะยาว โดยเฉพาะด้านพลังงาน
  • ความสำเร็จของมาตรการนี้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดของวงเงิน แต่เป็นความท้าทายด้านประสิทธิภาพ ความแม่นยำในการใช้งบ และ การจัดลำดับความสำคัญของโครงการ

หลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรีตัดสินใจออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกู้เงินวงเงิน 400,000 ล้านบาท เพื่อหวังให้ “พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้าน” เป็นเกราะรับแรงกระแทกจากความผันผวนของสถานการณ์โลก ถือเป็น “เดิมพัน” ครั้งใหญ่ของรัฐบาล ในช่วงที่ความเสี่ยงกำลังขยายตัวจากต้นทุนพลังงานสู่ค่าครองชีพ และกำลังซื้อของประชาชนอย่างเป็นลูกโซ่

โจทย์หลักของมาตรการนี้ไม่ใช่เพียงการ “อัดฉีดเม็ดเงิน” แต่คือ การซื้อเวลาเพื่อป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจไทย ไหลเข้าสู่ภาวะชะงักงัน พร้อมเงินเฟ้อสูง หรือ Stagflation ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ยากต่อการแก้ไขในเชิงโครงสร้าง หากปล่อยให้ลุกลามโดยไม่มีมาตรการรองรับ

การออกแบบกรอบการใช้เงินใน 2 มิติ คือ “การเยียวยา” และ “การเปลี่ยนผ่าน” สะท้อนความพยายามของภาครัฐ ในการไม่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า ช่วยเหลือและบรรเทาเพียงระยะสั้น แต่พยายามวางฐานระยะยาวด้วยการปรับโครงสร้างเพื่อการเปลี่ยนผ่าน อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญอยู่ที่ “ประสิทธิภาพการใช้เงิน” มากกว่าวงเงินที่จัดสรร

ในส่วนของการเยียวยา กลุ่มเปราะบางและภาคธุรกิจขนาดเล็ก อาจได้รับแรงพยุงในระยะสั้น แต่คำถามคือ มาตรการดังกล่าวจะสามารถกระตุ้นกำลังซื้อได้ต่อเนื่องเพียงใด ในสถานการณ์ที่ต้นทุนยังมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นเป็นระลอก 

ขณะที่การใช้เงินอีกครึ่งหนึ่งเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงาน แม้เป็นทิศทางที่ถูกต้องในเชิงยุทธศาสตร์ แต่ผลลัพธ์จะไม่เกิดขึ้นในทันที การลงทุนในพลังงานสะอาด หรือ โครงสร้างพื้นฐานใหม่ ต้องใช้เวลา และอาจไม่สามารถบรรเทาผลกระทบเชิงปัจจุบันได้อย่างทันท่วงที

อีกประเด็นสำคัญ คือ ข้อจำกัดด้านงบประมาณปกติของรัฐที่มีอยู่จำกัด ทำให้การกู้เงินกลายเป็นทางเลือกที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่การกู้ครั้งนี้ยังอยู่ภายใต้กรอบวินัยการคลัง และไม่กระทบเพดานหนี้สาธารณะในระยะสั้น ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นในระดับหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงที่แท้จริงอยู่ที่ “การจัดลำดับความสำคัญของโครงการ” หากการคัดเลือกโครงการไม่แม่นยำ หรือ การเบิกจ่ายล่าช้า เม็ดเงินจำนวนมหาศาล อาจไม่สามารถสร้างผลกระทบเชิงเศรษฐกิจได้ตามที่คาดหวัง

ในอีกมิติหนึ่ง วิกฤตครั้งนี้มีลักษณะ “ซ้อนทับเป็นระลอก” จากสงครามสู่พลังงาน ต้นทุนการผลิต และ ค่าครองชีพ ซึ่งหมายความว่า เครื่องมือทางการคลังเพียงอย่างเดียว อาจไม่เพียงพอในการรับมือ หากไม่มีมาตรการเชิงโครงสร้างควบคู่

ดังนั้น ศักยภาพของ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน จะไม่ถูกวัดจากขนาดของวงเงิน แต่จะถูกตัดสินจาก “ความแม่นยำในการใช้งบ” และ “ความสามารถในการเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส” โดยเฉพาะการลดความเปราะบางของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว ซึ่งยังต้องจับตาต่อไปว่าเครื่องมือนี้จะมีประสิทธิภาพเพียงใด

บทบรรณาธิการ หน้า 4 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 46 ฉบับที่ 4,198 วันที่ 7-9 พฤษภาคม พ.ศ. 2569