thansettakij
thansettakij
พรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ดันหนี้สาธารณะปี 69 พุ่งใกล้เพดาน เหลือกันชนแค่ 1.82%

พรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ดันหนี้สาธารณะปี 69 พุ่งใกล้เพดาน เหลือกันชนแค่ 1.82%

05 พ.ค. 69 | 10:57 น.
อัปเดตล่าสุด :05 พ.ค. 69 | 11:02 น.

ครม.อนุมัติ พรก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ดันหนี้สาธารณะกระโดดแตะ 68.18% ต่อจีดีพี เหลือไม่ถึง 2% ชนเพดาน 70% คลังยันยังอยู่ในกรอบ ขณะที่สิ้นปีงบ 2570 หนี้จ่อ 69.88%

KEY

POINTS

  • คณะรัฐมนตรีอนุมัติร่าง พรก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อใช้ในแผนงานด้านพลังงานและช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ
  • การกู้เงินครั้งนี้จะส่งผลให้หนี้สาธารณะของประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 68.18% ของ GDP
  • คาดการณ์ว่าหนี้สาธารณะอาจพุ่งสูงถึง 69.88% ต่อจีดีพี ภายในสิ้นปีงบประมาณ 2570

วันที่ 5 เมษายน 2569 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติร่างพระราชกำหนด (พรก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลัง กู้เงินวงเงินรวม 400,000 ล้านบาท ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยแบ่งเป็น 2 แผนงานหลัก ได้แก่ การช่วยเหลือประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน 200,000 ล้านบาท และการส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานทดแทนอีก 200,000 ล้านบาท

หนี้พุ่งใกล้เพดาน เหลือกันชนแค่ 1.82%

ประเด็นที่ต้องจับตาคือ สถานะหนี้สาธารณะ ที่กำลังเข้าใกล้เส้นอันตราย โดยกระทรวงการคลังได้รายงาน ข้อมูล ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 หนี้สาธารณะคงค้างอยู่ที่ 12,595,731 ล้านบาท หรือคิดเป็น 66.09% ของจีดีพี และเมื่อนับรวมการกู้เงินก้อนใหม่อีก 4 แสนล้านบาท จะผลักให้ตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นทันทีเป็น 68.18% ของจีดีพี ซึ่งเหลือกันชนจากเพดานที่กฎหมายกำหนดไว้ไม่เกิน 70% เพียง 1.82 % เท่านั้น
กระทรวงการคลัง ได้มีการประมาณการโดยคำนึง ถึงผลกระทบของสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางโดยประเมินว่าหนี้สาธารณะต่อจีดีพี ณ สิ้นปีงบประมาณ 2570 อาจพุ่งขึ้นไปถึง 69.88%
 
 

ตั้งบอร์ดกลั่นกรอง ปลัดคลัง นั่งหัวโต๊ะ

เพื่อให้การใช้จ่ายเงินกู้เป็นไปอย่างโปร่งใส พรก. ฉบับนี้กำหนดให้มี คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ โดยมีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน และผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะเป็นกรรมการและเลขานุการ ทำหน้าที่พิจารณาแผนงานและโครงการก่อนเสนอ ครม. อนุมัติเป็นรายกรณี
ขณะที่ด้านภาระดอกเบี้ย กระทรวงการคลังได้มอบหมายให้สำนักงบประมาณเตรียมตั้งงบประมาณรายจ่ายรองรับค่าดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายในการออกตราสารหนี้ ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570 เป็นต้นไป