thansettakij
ภูมิปัญญาจีนกับบทเรียนเศรษฐกิจไทย: จากรากวัฒนธรรมสู่ยุทธศาสตร์ชาติ

ภูมิปัญญาจีนกับบทเรียนเศรษฐกิจไทย: จากรากวัฒนธรรมสู่ยุทธศาสตร์ชาติ

16 ก.พ. 2569 | 06:10 น.
อัปเดตล่าสุด :16 ก.พ. 2569 | 06:24 น.

ภูมิปัญญาจีนกับบทเรียนเศรษฐกิจไทย : จากรากวัฒนธรรมสู่ยุทธศาสตร์ชาติ คอลัมน์เศรษฐ-สะกิด โดย ดร.เพ็ชร ชินบุตร ผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารธุรกิจ

สวัสดีปีใหม่ จีนไทย พี่น้องลูกหลานไทยเชื้อสายจีนที่ผูกพันในสองแผ่นดิน

ทุกครั้งที่ถึงวันตรุษจีน ที่จะมีการไหว้ เจ้า ที่เป็นประเพณี การไหว้เจ้าในวันตรุษจีน คือการประกาศต่อฟ้า ต่อบรรพชน และต่อหัวใจตนเองว่า “เราจะเริ่มต้นปีใหม่ด้วยความกตัญญู ความหวัง และความสามัคคี”

มองในมุม เศรษฐกิจเชิงวัฒนธรรม การไหว้เจ้าไม่ใช่แค่ความเชื่อ แต่คือ “ทุนทางวัฒนธรรม (Cultural Capital)”

  • กระตุ้นการจับจ่าย ซื้อของ (อาหาร ผลไม้ ของมงคล)
  • สร้างระบบธุรกิจครอบครัว ในการสร้างความสัมพันธ์
  • หล่อหลอมจริยธรรมเรื่องความกตัญญูและความรับผิดชอบ

การสืบทอดประเพณีนี้ช่วยสร้าง “ทุนทางสังคม” ที่ส่งต่อความมั่นคงจากบ้านสู่เศรษฐกิจชุมชน

ถึงวันนี้เราควรตั้งคำถามกับตัวเองว่า “บรรพชนของเราสอนอะไรไว้ ที่จะทำให้แผ่นดินนี้มั่นคง ก้าวหน้า และมั่งคั่ง ยั่งยืนได้จริง?”

ในฐานะคนไทยเชื้อสายจีน เราไม่ได้รับมรดกเพียงพิธีไหว้เจ้า อั่งเปา หรือคำอวยพร แต่เรารับ “ภูมิปัญญา” ที่ผ่านการกลั่นกรองมากว่า 3,000 ปี

“ภูมิปัญญาจีนกับการบริหารประเทศของผู้นำจีนยุคใหม่” สะท้อนให้เห็นว่า จีนยุคใหม่ไม่ได้เติบโตเพราะโชคช่วย แต่เติบโตเพราะการผสมผสาน ปรัชญาโบราณ + ยุทธศาสตร์สมัยใหม่

เรื่องชวนคิด ในวันตรุษจีน

5 บทเรียนทางเศรษฐกิจ ที่ประเทศไทยควรเรียนรู้

1️. “ประชาชนคือรากฐานของรัฐ” – 民为邦本

ใน คัมภีร์ซั่งซู (尚书) มีหลักว่า “ประชาชนคือรากฐานของรัฐ เมื่อรากฐานมั่นคง รัฐก็มั่นคง”
จีนยกระดับแนวคิดนี้เป็นนโยบาย “ประชาชนเป็นศูนย์กลาง” การขจัดความยากจนกว่า 800 ล้านคน ไม่ใช่โครงการสังคมสงเคราะห์ แต่คือ ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ

บทเรียนสำหรับไทย:

  • ถ้ารากฐานยังอ่อนแอ การเติบโตระดับบนจะเปราะบาง
  • การเพิ่มรายได้ฐานราก = การสร้างเสถียรภาพมหภาค
  • นโยบายต้องวัดผลที่ “คุณภาพชีวิตประชาชน” แค่ GDP ยังบอกไม่ได้ชัด

2️. การเปลี่ยนแปลงคือสัจธรรม – 易经 (อี้จิง)

คัมภีร์แห่งการเปลี่ยนแปลง 《周易》 สอนว่าโลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน นอกจาก “การเปลี่ยนแปลง” จีนจึงไม่ยึดติดโมเดลเดิม จากเกษตรกรรม → อุตสาหกรรม → เทคโนโลยี → AI

บทเรียนสำหรับไทยควร หยุดถกเถียง “เราควรเป็นอะไร” หรือ ป่วย แบบใด?

  • ควรเริ่มถามว่า “เราจะปรับตัวเร็วแค่ไหน”
  • ประเทศต้องมี กลไกปรับตัวเชิงระบบ ไม่ใช่รอวิกฤตแล้วค่อยแก้ และรอ เรื่องเกิด แล้วค่อยเริ่ม

3️. คุณธรรม + กฎหมาย = เสถียรภาพ

สำนักคุณธรรม (儒家) ของจีน สอนเรื่อง “เมตตาธรรม” สำนักนิติธรรม (法家) สอนเรื่อง “กฎหมายต้องเข้มแข็ง”

จีนยุคใหม่ใช้ทั้งสองอย่างควบคู่

  • มีการวางแผนระยะยาว
  • มีวินัยเชิงระบบ
  • มีกลไกตรวจสอบภายใน

บทเรียนสำหรับไทย:

  • Soft Power อย่างเดียวไม่พอ
  • Hard Law อย่างเดียวก็ไม่พอ
  • ประเทศต้องมี “ธรรมาภิบาลที่มีเขี้ยวเล็บ”

4. คิดยาวแบบ 30 ปี ไม่ใช่ 4 ปี

“凡事预则立,不预则废” ทุกเรื่อง ถ้าเตรียมการไว้ ย่อมสำเร็จ หากไม่เตรียม ย่อมล้มเหลว

  • จีนมีแผน 5 ปี
  • มีวิสัยทัศน์ 2035
  • มีเป้าหมาย 2050

บทเรียนสำหรับไทย:

  • ประเทศต้องมี “ยุทธศาสตร์ข้ามรัฐบาล”
  • การเมืองต้องไม่เซาะกร่อน ระบบอนาคตเศรษฐกิจ

5. วิกฤตคือโอกาส - 危机

แนวคิดหยิน–หยางในอี้จิงสอนว่า ในวิกฤตมีโอกาส ในโอกาสมีวิกฤต

  • จีนใช้วิกฤต 1997 ปฏิรูป
  • ใช้วิกฤต 2008 กระตุ้นโครงสร้างพื้นฐาน
  • 2019 ใช้โควิดเร่งดิจิทัล
  • แล้วเปลี่ยน รูปแบบ ประเทศ

บทเรียนสำหรับไทย:

  • อย่ากลัวความผันผวน
  • สิ่งที่น่ากลัวกว่าคือ “การไม่เตรียมพร้อม”


ประเทศไทย กำลังจะมีผู้นำประเทศ ในฐานะนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ที่ปาฐกถา สื่อสารภาษาจีนได้ดีเป็นที่ฮือฮา ในงานเปิดวันตรุษจีนที่ผ่านมา คุณ อนุทิน ชาญวีนกูล ท่านคงมีเชื้อสายไทยจีนในตัวท่าน ท่านจะได้บริหารการปกครอง แบบที่ การปกครองที่ดี คือประชาชนต้องไม่รู้สึกว่าถูกปกครอง เต้าเต๋อจิง《道德经》กล่าวไว้ว่า “การปกครองที่ดี คือการที่ประชาชนไม่รู้สึกว่าถูกปกครอง”

ความหมายเชิงเศรษฐกิจคือ

  • ระบบต้องเรียบง่าย
  • กฎเกณฑ์ต้องชัด
  • ภาษีต้องเป็นธรรม
  • ภาครัฐต้องอำนวย ความสะดวกไม่ใช่ขัดขวาง

สั่งวันนี้ เสร็จเมื่อวาน คือการให้เตรียมพร้อม ประเทศไทยไม่จำเป็นต้อง “เป็นจีน” แต่สามารถ “เรียนรู้ และเริ่มใหม่ได้จากจีน” 

สิ่งที่เราควรคิดถึงในวันเริ่มปีใหม่แบบจีนคือ:

  1. วางยุทธศาสตร์ชาติแบบจริงจัง ไม่ใช่เชิงสัญลักษณ์
  2. ยกระดับฐานรากเศรษฐกิจอย่างเป็นระบบ
  3. สร้างวินัยทางการคลังและนโยบาย
  4. ลงทุนในคนมากกว่าสิ่งปลูกสร้าง
  5. ปรับตัวเร็วในโลกเทคโนโลยี

ในฐานะลูกหลานจีนที่เติบโตบนแผ่นดินไทย ผมเชื่อว่า ความขยันของจีน ผสานกับหัวใจเปิดกว้างของไทย จะสร้างพลังบวกใหม่ให้ประเทศนี้ได้

ตรุษจีนไม่ใช่เพียงวันเริ่มต้นปีทางประเพณี แต่ควรเป็นวันเริ่มต้น “ความคิดใหม่ที่ดีงาม” ให้เรากลับไปดูที่ราก แล้วก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง

เพราะความมั่งคั่งที่แท้จริง ไม่ได้มาจากโชคชะตาแต่มาจากภูมิปัญญาและการลงมือทำ

ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ ขอให้ประเทศไทยมั่งคั่ง มั่นคง ก้าวหน้าและยั่งยืน ตลอดไปครับ