
ข้าวมันไก่นายโฮ-แปลงนาม-ลัดดา-ขาหมูนี่ฮั้ว
ข้าวมันไก่นายโฮ-แปลงนาม-ลัดดา-ขาหมูนี่ฮั้ว เปิดตำนานความอร่อยจากไก่หนังเหลืองเนื้อแน่น สู่โมเดลร้านขาหมูเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยน้ำใจ คอลัมน์ อิ่ม_โอชาฯ โดย Joie de La Cuisine
KEY
POINTS
- ความอร่อยของข้าวมันไก่อยู่ที่คุณภาพและกรรมวิธีการปรุง ตั้งแต่การคัดเลือกสายพันธุ์และอายุไก่ เทคนิคการต้มให้หนังบางเหลือง เนื้อแน่นหนึบ ไปจนถึงการหุงข้าวมันและการทำน้ำจิ้มที่มีเอกลักษณ์แตกต่างกันตามแต่ละสไตล์
- การกินข้าวมันไก่เป็นศาสตร์แห่งรสชาติและความพิถีพิถัน ผู้ชื่นชอบสามารถเลือกกินไก่ ข้าวมัน น้ำจิ้ม และน้ำซุปแยกกัน เพื่อสัมผัสรสชาติของแต่ละองค์ประกอบอย่างเต็มที่ โดยมีร้านข้าวมันไก่หนังเหลืองเนื้อแน่นที่น่าสนใจทั้งในกรุงเทพฯ นครปฐม และพนัสนิคม
- ธุรกิจอาหารที่ดีต้องปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยและสร้างคุณค่าให้สังคม ตัวอย่างร้านข้าวขาหมอที่ให้ลูกค้าบริการตนเอง ช่วยลดภาระด้านแรงงาน พร้อมเปิดโอกาสให้ลูกค้าร่วมบริจาคอาหารแก่ผู้ขาดแคลน สะท้อนแนวคิดการทำธุรกิจที่เรียบง่าย มีประสิทธิภาพ และแบ่งปันคืนสู่สังคม
สัปดาห์นี้คงยังมีประเด็นอยู่ที่ร้านข้าวมันไก่ที่เอร็ดอร่อยโอชากันอยู่ด้วยว่าความอร่อยในสไตล์ต่างๆนั้น องค์ประกอบยอมมีที่มาจากหลายฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นตัวไก่ ตัวข้าวมัน หรือว่า ตัวน้ำจิ้ม น้ำซุปใส่ฟัก ฯลฯ ซึ่งงานนี้คงจำเป็นที่จะต้องขออนุญาตนำเสนอมาโดยเฉพาะข้าวมันไก่ที่ตัวไก่นั้นหนังเหลืองๆ เสียก่อนทั้งนี้ก็อนุวรรตตามความประสงค์ของคุณผู้อ่านที่กรุณาให้ความเห็นเข้ามามาก ไก่ต้มหนังบางเนื้อเหลืองนี้เป็นสไตล์เฉพาะของผู้นิยมรสชาติหนึกหนุบเน้นงานเคี้ยว
หลายสิบปีก่อนมีโอกาสได้กินไก่ต้มหนังเหลืองๆนี้ในงานโต๊ะจีนแต่งพี่สะใภ้ที่บ้านบึง เขาต้มมาวางโต๊ะเฉยๆ รสชาติหอมมันเข้าเนื้อ หนังกรึบบางกรอบไร้มันแทรก เนื้อไก่หนึบหนับจะว่านุ่มก็ใช่จะว่าเหนียวก็ไม่ใช่ มันลื่น และ หอมมัน รสอย่างนี้ ยังหาที่เทียบไม่ได้เลย อิ่มแล้วจึงเกร่ หาทางไปถามที่คณะผู้จัดโต๊ะจีนในวันนั้นว่าไก่อย่างนี้หารับประทานได้ที่ไหน_ไก่ต้มอย่างนี้หารับประทานได้ที่ไหน? ฝ่ายผู้จัดโต๊ะจีนซึ่งเป็นโต๊ะจีนที่บ้านบึงนั่นเองก็บอกว่าไม่ใช่ไก่ของทางร้านจัดโต๊ะ เป็นเรื่องว่าเจ้าของร้านไก่ต้มมีความซาบซึ้งในความช่วยเหลือของบิดาเจ้าบ่าวแต่หนหลัง เมื่อวันนี้มีงานมงคลจึงหาทางต้มไก่มาช่วยงาน กว่าร้อยตัว เสริมทัพโต๊ะจีน
โดยตัวของท่านผู้ทำไก่นั้นอายุมากแล้วแล้วก็เลิกทำร้านไก่ต้มไปนานแล้ว แต่วิชาคัดไก่ต้มไก่ยังมี กำลังวังชาพอได้ จึงมาออกร้านบริการเฉพาะกิจ ก็เป็นอันว่าจบเกมส์หากินไม่ได้ไก่ต้มหนังเหลืองเนื้อหนั่นรสแน่น จนจำเนียรกาลผ่านมาอีกหลายปีก็มีเหตุให้จะต้องเดินทางไปสักการะสิ่งศักดิสิทธิ์ ณ ต้นทางที่บรรพชนฝ่ายจีนท่านออกเดินทางจากเมืองจีนเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารในเมืองไทย ด้วยนัยยะว่า ผ่านมา 4 ชั่วคนเข้าแล้ว ยังไม่มีใครเดินทางกลับไปกราบเรียนรายงานว่าการเดินทางเรียบร้อยดี ปลอดภัยดี ดูไม่เหมาะถ้าเงียบหายไป ไม่มาบอกมากล่าว!
ว่ากันว่าเขาจะต้องไปกันที่ท่าเรือแห่งหนึ่งซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นลงเรือสำเภา เป็นเนินเขามีศาลเจ้าของเทพเจ้าทางทะเลชื่อว่าเจ้าแม่หม่าจู้ ณ สถานที่แห่งนี้ผู้ที่จะต้องออกเผชิญโลกใหม่มักจะนำไก่แจ้ ไก่สวยๆ มาปล่อยถวายสิ่งศักดิ์สิทธิ์บริเวณศาลเจ้าท่าเรือเพื่อเอาเคล็ด กำหนดการเดินทางรอบนั้นมีการที่จะต้องไปสักการะเจ้าพ่อเสือด้วยต้องไปสักการะ สุสานของท่านไต่ฮงกงด้วย ซึ่งในอดีตนั้นท่านเคยรับราชการเป็นนายอำเภอมาก่อนแต่ระบบราชการและความอึดอัดฉ้อฉลข้างใน ทำให้ท่านเบื่อหน่ายในยศลาภสรรเสริญจอมปลอม ท่านจึงออกมาบำเพ็ญพรต และเริ่มลงมือช่วยเหลือสังคมในการสงเคราะห์ศพไร้ญาติจนต่อมาเกิดเป็นมูลนิธิในนามว่า ปอเต็กตึ๊งและเข้าสู่เมืองไทยในภายหลัง
ส่วนท่านเจ้าพ่อเสือนี้ ว่ากันว่า หลังจากเจ้าแม่หม่าจู้ ท่านช่วยคุ้มครองการเดินทางในทะเลให้ปลอดภัยเรียบร้อยแล้วท่านเจ้าพ่อเสือท่านรับช่วงดูแลส่งเสริมการตั้งตัวและทำมาค้าขายต่อ ต้องไปกราบเรียนรายงานเช่นกันวันนั้นกว่าจะถึงศาลเจ้าพ่อเสือก็บ่าย 2 โมงเข้าไปแล้วทุกคนก็หิวร้านรวงมีอยู่มากแต่ปิดตอนบ่ายเปิดอีกทีตอนเย็น กว่าจะส่งภาษาสื่อสารกันรู้เรื่องว่ามาแสวงบุญและหิวข้าวก็ผ่านไปหลายร้าน จนมาเหลือร้านฝากตรงข้ามประตูศาล ยินดีทำไก่ให้บริการ ร้านเจ้านี้ปากสามแยกเจ้าพ่อเสือ เหี่ยงบู่ชัว ต.กิกเจี๋ยะ อ.เหล็กฮง เมืองซ่านเหว่ย ซัวเถา สับไก่ต้มมาให้กินจึงได้ระลึกชาติถึงไก่ต้มงานแต่งรสชาตินั้น เหมือนกันเป๊ะ ไก่ต้มเนื้อหนั่นหนังบางเหลืองนี้ มันไม่จำเปนต้องกินกับข้าวมันก็ได้ เพราะไก่ต้มมีรสเค็มเกลือเนื้อไก่มันไก่ให้รสอร่อยมันอยู่แล้วสับๆลงจานแล้วจะเอาราดด้วยเหล้าบ๊วยก็ได้ จิ้มกับพริกเผาผัดน้ำมัน ก็กลายเป็นไก่แช่เหล้า หรือถ้าไม่ราด ก็จิ้มกับขิงบดผัดเกลือต้นหอมในน้ำมันเจียวมันไก่ แบบจีนๆ ก็เข้ากันไม่เลว
ถ้าอยากแบบไทยๆ ก็ตำกระเทียมน้ำปลา พริกสด บีบมะนาวนิด ให้สะใจ ถ้าอยากแบบสิงคโปร์ เอาจิ้มซีอิ้วดำหวานหน่อย อยากจีนปนไทย ก็เต้าเจี้ยวเม็ดกับน้ำเต้าเจี้ยวใสใส่ขิงซอยพริกสับบีบมะนาว! ดังได้เคยเล่าไว้ ในเรื่องการกินไก่กินข้าวมันนี้นั่น คนเรื่องมาก ท่านยินดีจ่าย เพื่อเสพความเอมโอชะ ขององค์ประกอบเบอร์ใหญ่ๆ เมืองไทยท่าน ไม่กินข้าวเปื้อนกับข้าว
ข้าวมันของท่านแยกกับไก่ ไม่มีการโปะไก่ทับหน้าข้าว_มันเปื้อนข้าวสวยของท่านเหล่านี้นั้น แยกกับเป็ด(ย่าง) ซึ่งเป็ดนั้นแยกกับหมูกรอบและหมูกรอบแยกกับหมูแดงอีกที ยามจับพลัดจับผลูไปร่วมโต๊ะ หรือ รับหน้าที่เดินโต๊ะอย่าประมาทท่านเบอร์ใหญ่55 เบอร์ใหญ่ฝ่ายพระประแดงผู้พึงใจกับการเป็นเศรษฐีไม่มีอันดับ และเร้นกายจากสปอร์ตไลท์ของสื่อและโซเชี่ยล ยามนึกหวลอยากกินข้าวมันไก่ ท่านให้คนรถสองสามคนแยกกันไป คนหนึ่งไปซื้อไก่สับวัดสุทธิ คนหนึ่งไปซื้อข้าวมันโกเฮง คนหนึ่งไปซื้อน้ำจิ้มมงคลชัยพร้อมน้ำซุปเป็ดไทยตุ๋นมะนาวดองลอยใบหอมหั่นยาว เมื่อของมาประชุมพร้อมหน้ากันถึงบ้านท่านจึงทิปหลายร้อยแล้วลงมือรับประทาน _อย่างโอชะ
นานๆจึงออกบ้านไปมณเฑียรเสียที_เข้าที่คอฟฟี่ช้อปเรือนต้น แล้วกินข้าวมันไก่ตอน_แบบแยกข้าวแยกน้ำจิ้ม แยกไก่ เบื่อรสไทยๆท่านค่อยไปหารสสิงคโปร์บุนตงกี่ กินไก่ราดซีอิ้วปรุงรสชาติหอมมัน กับน้ำส้มขิงบดพริกแดงเหลือง ในราคาพิเศษ ฯลฯ โดยแวะทดลองไก่ซูวี เป็นครั้งคราว กินกึ๋นบ้าง ตับต้มบ้าง โดยต้องแนมผักชีเสมอไป
เบอร์ใหญ่บางท่านติดวัฒนธรรมการกินไก่งวงมาจากนอก มุ่งเน้นกินเนื้อขาวหน้าอก บางท่านเน้นกินเนื้อดำข้างน่อง ซึ่งให้รสหนาหนั่นต่างแตกจากกันในแต่ละคำกลืน จึงนิยมสั่งไก่ต้มแยกจานมาต่างหาก สายวันนี้นึกขึ้นมาได้ถึงคุณลุงโฮ ผู้มีฝีมือยิ่งนักในการทำไก่ต้มหนังเหลืองเหลืองแบบนี้โดยเดิมทีนั้นคุณลุงทำฟาร์มเลี้ยงไก่อยู่บางน้ำจืดตรงทางไปกระทุ่มแบน ลุงเป็นคนสิงคโปร์แท้จริง วิชาไก่ของลุงโฮคนอื่นเลียนแบบยาก เพราะคัดตั้งแต่การผสมสายพันธุ์ไก่ เลือกอาหาร และ คำนวณวันในการเลี้ยงให้ได้รสชาติพอดีพอดิบ เรื่องอายุไก่ที่เหมาะสมนี้บางร้านใช้วิธีบีบตูดไก่ดู_ว่ามันกำลังกินแล้วรึยัง เช่น ร้านแขวนก้ามปูตรงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ (เลยสะพานผ่านพิภพลีลามา_และเลยไปจะเปนสะพานมัฆวานรังสรรค์ - ปัจจุบันย้ายมาอยู่ตรงข้าม รร.วัดบวรนิเวศ แถวถนนเดิม) ไก่ต้มที่ดีหนังต้องบาง และมีเนื้อหนั่นบางท่านว่าเป็นที่พันธุ์ของไก่ทำให้อร่อย ใช้พันธุ์แท้ก็รสชาติอย่าง ใช้พันธุ์ทางก็รสอีกอย่าง บางทีผสมสามสายพันธุ์ บางทีก็ตอน บางทีไม่ตอน _ ปวดหัว!
วันนึงลุงโฮเหนื่อยจะขายแต่ไก่ส่งเขา ลุงก็เลยทำข้าวมันไก่ขึ้นมาขายซะเลย เนื้ออกขาวเนื้อตะโพกดำ ทำอร่อยทั้งนั้น ไม่ยุ่ย ไม่ชืด ไม่เหมือนบางเจ้าแห้งแหง๋แก๋ราวกับกระดาษฟาง และไม่มีการเอาข้างปังตอตบแบนก่อนเสิร์ฟ 55 ตอนนี้คุณลุงล่วงลับจากไป บรรดาทายาทย้ายมาเปิดร้านอยู่นครปฐม ไม่ไกลจากวัดศีรษะทองอันลือนามของๆเขาดีเด่นเพราะว่าไก่นี้หนังมันเหลืองบางกรอบกรุบแล้วเนื้อมันหนั่นดีชิ้นส่วนที่ดีที่สุดคือเนื้อน่องเขาจะขายแพงหน่อยซึ่งก็ช่างเถอะ น้ำจิ้มหลักของลุงโฮมีสองแบบดีมากๆ คือแบบเค็มเป็นน้ำจิ้มกระเทียมพริกสับอันนี้ก็เหมือนว่าฝ่ายจันทบุรีทำน้ำจิ้มพริกเกลือ คือสับพริกสับกระเทียมปรุงเค็มเผ็ดอ่อนเปรี้ยว เอาไว้กินในคำที่ต้องการความจัดจ้าน ส่วนอีกแบบคงต้องขออนุญาตเรียกว่าแบบออกหวานนั้นก็เป็นน้ำจิ้มขิงกับเต้าเจี้ยวพริกสับอันนี้ก็เป็นแบบร้านข้าวมันไก่เมืองไทยทั่วไปทำบริการให้ชิม
ที่โต๊ะมีซีอิ๊วดำหวานแยกต่างหากไว้ให้บีบสำหรับผู้ที่ชื่นชอบและเด็กเด็กที่ไม่รับประทานของเผ็ด โดยมี กระเทียมสับแบบไม่อั้นพร้อมทั้งพริกแดงจินดาสับวางไว้ให้เติมกระเทียมนี้ทางร้านจะเอาไปผึ่งแดดเสียก่อนให้คลายความชื้นก่อนเอามาสับโดยใช้เป็นกระเทียมจีนหัวโตเผ็ดน้อย ส่วนน้ำแกงมีอยู่แบบเดียวคือต้มซุปจากโครงไก่แล้วก็ใส่สาหร่ายทะเลแห้งมาหย่อมนึง ใสๆได้เวลาก็เชิญท่านคีบไก่น่องจุ่มลงในน้ำจิ้มกระเทียมเค็มซะก่อนส่งเข้าปากแล้วตักน้ำซุปตามสักหน่อย จากนั้นคำที่สองจึงค่อยคีบไก่เนื้อหน้าอกจิ้มในน้ำจิ้มขิงเต้าเจี้ยวอมหวานซึมซับรสชาติไก่ของเขาเสียก่อน
ลุงโฮนั้นเด่นที่ไก่ หากกินโดยไม่จิ้มน้ำจิ้มก็ได้ ส่วนข้าวมันนั้นโรยด้วยซีอิ๊วดำหวานสักนิดก่อนกินข้าวมันเฉยๆคำแรกเสียก่อน จากนั้นค่อยเข้าสู่สมรภูมิการกินจริงจังใส่กึ๋นใส่ตับหวานมันตามต่อกันไป ไก่สับของลุงโฮนี้เขา จะวางมาบนชิ้นแตงกวาหั่นแล้วจึงโรยด้วยน้ำปรุงรสเข้าน้ำมันงาในสไตล์สิงคโปร์ ไม่ใช่ว่าต้มเฉยเฉยแล้วสับมาวางให้กิน
ฝ่ายกวางตุ้งถ้าได้เห็นไก่ต้มในลักษณะอย่างนี้คงจะต้องรีบร้อนตั้งกระทะเจียวน้ำมันไก่กับเกลือป่น ใส่ต้นหอมสับกับกระเทียมสับขิงสับลงไปตอนหายร้อนแล้วก็จะได้น้ำจิ้มที่เข้ากันอย่างดีมากๆอีกแบบหนึ่ง ส่วนทางบ้านบึงของเราคงต้องเอาพริกขี้หนูทั้งแดงเขียวใส่ครกตำกับกระเทียมไทยเม็ดเล็กทั้งเปลือกให้ฉุนดีใส่เกลือนิดแล้วก็มะนาวน้ำปลา ภาษาสมัยนี้เมื่อจิ้มกินกันทีเขาก็ต้องว่า_เอาเรื่อง55
ผู้สันทัดกรณีบางท่าน ให้คำอธิบายต่อไปว่าความอร่อยของไก่ต้ม นั้นไม่ใช่มาจากตัวไก่สายพันธุ์ วิธีเชือด วิธีนำส่งมาแช่แข็งหรือว่าแช่เย็นหรือว่าทำสดเท่านั้น แต่เกี่ยวกับเทคนิคและเทคโนโลยีการต้มด้วย ที่ร้านมุ่ยกี่โอชาในหาดใหญ่ต้มไก่ด้วยเตาถ่านเสมอไปเพราะคลื่นความร้อนมันละมุนเข้าถึงกระดูกให้รสชาติไก่ออกมาช่างอ่อนไหวไม่มีที่ติ
คนไทยในสิงคโปร์ ที่รู้เห็นกรรมวิธีทำไก่ต้มกล่าวว่า เงื่อนไขนี้_ไม่_ยังไม่เพียงพอ ต้องต้มไก่ในน้ำร้อน ยกขึ้น ไปจุ่มน้ำเย็น แล้วเอาไปลงต้มน้ำร้อนใหม่ แล้วยกจุ่มน้ำเย็นอีก ทำซ้ำๆ เนื้อไก่จะรัดตัวแน่นหนั่นดี บร้ะ!
ไก่ลักษณะเป็นไก่เนื้อแน่นหนังเหลืองอย่างนี้ถ้าพูดถึงว่าในกรุงเทพไม่ต้องออกเดินทางไปไกลก็จะต้องไปหารับประทานกันที่ร้านข้าวมันไก่แปลงนาม ทางเข้าเยาวราช เขาสับไก่มาโป๊กเป๊กอร่อยคงที่คลาสสิกมานานกว่า 70 ปี พอเมื่อถึงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงในย่านเก่าแก่ ทายาทก็ย้ายร้านออกมาเปิดอยู่ริมถนนกว้างใหญ่บริเวณย่านกัลปพฤกษ์
ข้าวมันยังหุงอยู่ในหม้อโลหะตามเดิมมีลองไนอีกชั้นอุ่นร้อนอยู่ตลอดเวลาในน้ำร้อนน้ำจิ้มเป็นน้ำจิ้มเต้าเจี้ยวแบบใช้น้ำเต้าเจี้ยวใสไม่ใช่น้ำจิ้มที่เป็นเต้าเจี้ยวเนื้อขุ่นเข้ากันดีมากๆแปลกหน่อยที่ร้านข้าวมันไก่แปลงนามนี้ไม่มีน้ำซุปโครงไก่ เหมือนอย่างที่อื่นหากต้องการความคล่องคอก็ควรจะต้องสั่งต้มเลือดหมูมารับประทานซดน้ำ แทนซึ่งเขาทำได้ดีไม่แพ้เรื่องไก่เครื่องในต่างๆสดสะอาดไม่คาวน้ำจิ้มปรุงต่างหากแต่น้ำซุปนั้นหอมพริกไทยและรสชาติหนักแน่น
แทรกไว้ระหว่างเรื่องไก่ต้มว่า พักนี้งานประกอบการขายอาหาร แรงงานหายาก สองสามวันนี้ได้พบเจอโมเดลของธุรกิจร้านข้าวขาหมูแห่งหนึ่งที่น่าสนใจควรจะนำมาบอกกล่าวไว้ คือร้านขาหมูนี่ฮั้ว ตั้งอยู่ในปั๊มบางจากซึ่งเลยมหาวิทยาลัยกรุงเทพมานิดหน่อยทั้งร้านมีผู้บริหารจัดการอยู่แค่คนเดียว
เขาตั้งหม้อเคลือบปากกว้างขนาดใหญ่ตุ๋นทั้งขาหมูคากิไส้หมูเอาไว้ให้ดูเห็นชัดๆ ร้านนี้เชิญให้ลูกค้าตักข้าวสวยที่หุงไว้รับประทานได้ไม่อั้น ทางร้านมีหน้าที่สับขาหมูใส่จานเอามานำส่งให้เฉยๆ น้ำดื่มน้ำแข็งเชิญบริการตนเองมีทั้งแบบน้ำฟรีแล้วก็น้ำหวานในตู้เย็นหยิบได้ บนโต๊ะมีน้ำจิ้มพริกตำทำจากพริกเหลืองกระเทียมสดน้ำส้มสายชูไว้ให้มีกระเทียมไทยมีพริกขี้หนูเขียวเม็ดเล็กวางไว้พร้อมทั้งทิชชู่อะไรต่างๆ ไม่จำเป็นต้องมีพนักงานเสิร์ฟมาเดินชนกันให้วุ่นวายทำคนเดียวขายคนเดียวภาระกิจต่างๆยกให้กับลูกค้าซึ่งได้รับผลตอบแทนเป็นเป็นการรับประทานข้าวไม่อั้นและน้ำดื่มฟรี_
เข้าท่า
นอกจากนี้ทางร้านยังมีโมเดลฝากบุญเอาไว้หมายความว่าถ้าท่านใดกินอิ่มท้องอิ่มใจเรียบร้อยแล้วพอมีกำลังทรัพย์เหลืออยากให้ผู้อื่นได้อิ่มท้องบ้างก็หยอดสตางค์ใส่ตู้ไว้ให้ทางร้านก็จะนำสตางค์นี้ไปใช้เพื่อจัดชุดอาหารไว้ให้สำหรับผู้ที่ตกที่นั่งลำบากและจำเป็นจะต้อง อิ่มท้องบ้างในขณะที่เงินไม่มีก็แลดูว่าเข้าท่าและเข้าทีรสชาติของเขาก็เรียบง่ายตรงไปตรงมา เช้านี่อิ่มแล้วก็ฝากบุญไว้สักเล็กน้อยตามกำลัง ก็ทำให้โลกใบนี้ก็แลดูสดใสและน่าอยู่ขึ้นมาอีกนิด
กลับมาที่เรื่องไก่ต้มหนังเหลืองๆถ้าว่าจะหาเรื่องออกเดินทางไปนอกเมืองเอาประเภทที่ว่าไม่ไกลนักที่พนัสนิคมซึ่งเลยแปดริ้วไปนิดเดียวยังมีร้านข้าวมันไก่ในสไตล์นี้คือหนังเหลืองเนื้อแน่นนั่นอยู่ชื่อร้านลัดดา ว่ากันว่าร้านลัดดาใช้ไก่ไทยแต่เป็นไก่ไทยตอนเอามาต้มด้วยกรรมวิธีลึกลับ อันเป็นสูตรเฉพาะของเขา เชิญแวะไปแล้วท่านจะไม่มีผิดหวังกับไก่สับ เครื่องใน และข้าวมันไก่ของทางร้านนี้รับประทานกับน้ำจิ้มเต้าเจี้ยวใสใส่พริกและขิงสดรสอร่อยอีกเช่นกัน ที่เมืองพนัสนิคมยังมีของกินอร่อยอีกหลายรายการจะนำเสนอแยกตอนต่างหากอีกทีหนึ่ง แต่ถามว่าจะหาเรื่องไปกินข้าวมันไก่อย่างเดียวทำอย่างไรให้คุ้มค่า
นาทีนี้ก็ขอเรียนว่าหากท่านชื่นชอบในเรื่องลึกลับที่บริเวณวงเวียนกลางเมืองพนัสนิคมมีหอนาฬิกาอยู่ ตรงมุมหนึ่งของวงเวียนนั้น มีซินแสสำคัญ ซึ่งมีความชำนาญเฉพาะในการดูบ้านเลขที่และสื่อสารกับสิ่งที่เรียกกันว่าเจ้าที่ของบ้านได้เป็นอย่างดีมีชื่อว่าคุณลุงบู๊ ท่านอายุก็ราว 80 ได้แล้วการเข้าไปหาคุณลุงไม่มีอะไรมากเพียงบอกว่าบ้านเลขที่ที่เราสนใจจะซื้อหรือบ้านเลขที่ที่เราย้ายเข้าไปอยู่หรือบ้านเลขที่ปัจจุบันของเราเป็นเลขที่เท่าไร คุณลุงก็จะใช้วิชาการของท่านในการบอกเล่าเก้าสิบ กับเราว่าที่ตรงนั้นมีอะไรลึกลับไหมและจะต้องทำอะไรถึงจะดีขึ้นหรือทางเรามีความประสงค์จะทำอะไรกับบ้านหลังนั้น จะอยู่เอง จะให้เช่า จะขาย จะอยากได้ คุณลุงก็จะแนะนำว่าต้องบอกกล่าวอย่างไรหรือจะต้องทำอะไรบ้างต้องพูดจาอย่างไร น่าสนใจดีเพียงเท่านี้ก็น่าจะแวะไปที่พนัสนิคมกันได้แล้ว







