
“ไม่เผื่อ”แล้วจะให้ “เพื่อ…อะไร!” ฉากที่ 7
“ไม่เผื่อ”แล้วจะให้ “เพื่อ…อะไร!” ฉากที่ 7 : คอลัมน์เปิดมุกปลุกหมอง โดย...ดร.สุรวงศ์ วัฒนกูล ฐานเศรษฐกิจออนไลน์
KEY
POINTS
- ผู้เขียนเล่าประสบการณ์ถูกบังคับให้ขึ้นพูดบรรยายในหัวข้อ "เที่ยวให้เป็น..เล่นกันอย่างไร" อย่างกะทันหันโดยไม่ได้เตรียมตัว
- ได้รับความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยบังเอิญ ซึ่งได้ให้หลักการท่องเที่ยว 6 ข้อก่อนขึ้นพูดไม่กี่นาที
- หลักการ 6 ข้อประกอบด้วย ประหยัด, ปลอดภัย, ได้มิตร, ได้ปัญญา, รักษาสิ่งแวดล้อม และถนอมวัฒนธรรม ซึ่งช่วยให้ผู้เขียนผ่าน
เอาเข้าให้แล้วไง แฟนคลับเขาตัดพ้อผมว่า “ผมเคยขอเรื่องราวที่ผมเคยฟังแล้วผมก็บอกว่า เรื่องที่อาจารย์บรรยายวันนี้ ผมขอเอาไปสอนพนักงานหน่อย จะได้ไหมครับ” ผมครับเสร็จ คุยกันจนเพลิน ลืมให้ตามคำขอ ผ่านมานานพอควร จู่ๆ ก็เจอกันจนได้ เขาทวงอีกครั้ง ผมตัดสินใจให้มาเอาจาก บทความ คอลัมน์ เปิดมุกปลุกหมอง ผ่านกับ ฐานเศรษฐกิจ เพื่อ…! ขอโทษที่ลืมกันกลางแจ้ง
ยินดีที่ผู้อื่นได้พลอยอ่านไปด้วย วันนั้นผมเล่าเรื่องให้เขาฟังดังต่อไปเนี้ย…
เมื่อหลายปีก่อน มีการจัดแซววาทีกันที่ ศูนย์ประชุมเเห่งชาติสิริกิตติ์ โปรโมทการท่องเที่ยว วันนั้นผมไม่มีคิวขึ้นพูดแต่ก็ไปเดินเตร่ๆ เก็บข้อมูลอยู่ในบริเวณงาน รายการแซววาทีก็เกิดเหตุยุ่งๆ เฉพาะหน้า คือ ผู้ดำเนินรายการมาสาย คนในห้องประชุมรอฟังมานานเกิน 2 ชั่วโมง ชักเริ่มเซ็งเป็ด จึงปรบมือโห่เตือน
รศ.สุขุม นวลสกุล โทรศัพท์แนะนำผู้ดำเนินรายการ ว่า ควรมีรายการหน้าม่านไปพลางๆ เพื่อซื้อเวลาก่อนจะเริ่มรายการแซววาที หลังจากคุยตกลงกันเสร็จ รศ.สุขุม นวลสกุล โทรมาหักคอผมว่า “เฮ้ย..รบกวนหน่อยสิ อีก 5 นาที คุณช่วยมาขึ้นทอล์คโชว์ขัดตาทัพรับหน้าเสื่อให้ที คืองี้ ผู้ดำเนินรายการมาสาย กว่าจะมาถึงไม่น้อยกว่า 30 นาที ขืนปล่อยให้เวทีว่างสงสัยจะบรรลัยแน่ๆ คุณพูดหัวข้อนี้นะ เที่ยวให้เป็น..เล่นกันอย่างไร”
ผมก็..อ่ะจ๊ากกกกก! ท้วงติงกลับไปฉับพลันว่า “ผมไม่มีความรู้ในประเด็นนี้ แล้วจะให้ผมพูดได้ไงล่ะครับ”
ได้ผลครับได้ผล ได้ผลร้ายเล็กๆ รศ.สุขุม นวลสกุล ท่านก็ปรี๊ดทะลักว้ากสวนมาทันทีว่า “บ๊ะ! เงินใส่ซองรอจ่ายอยู่ตรงหน้า ถ้าคุณไม่มีปัญญาขึ้นพูดเพื่อเซ็นรับซอง ต่อไปคุณอย่าเป็นวิทยากรเลย นี่..คุณฟังผมนะ ถ้าอีก 5 นาที คุณขึ้นเวทีไม่ได้ก็เลิกคุยกัน”
อ้าววววว..อาจารย์สอน ประชาธิปไตย ทำไมถึงใช้วิธี เผด็จการ [ต่ะ-แหล้ม ๆๆ]
ความอัศจรรย์มีจริงครับ พี่..น้องงงงง!
ในขณะที่ผมกำลังคิดๆ เท่าไร..คิดไม่ออกสักที พลัน! แสงปลายอุโมงค์ก็สว่างวาบเข้ามา ไอ้น้องวัยรุ่นแต่งตัวหล่อเรียบร้อยคนหนึ่งเดินเข้ามาทักผมว่า “อาจารย์ดอดมาเก็บเหยื่อในงานเหรอครับ”
ผมหัวเราะแล้วตอบไปว่า “ทำนองนั้นแหละครับ น้องมาอ่อยเหยื่อล่ะสิ”
ไอ้น้องวัยรุ่นเขายิ้มแล้วบอกผมว่า “เปล่าครับ ผมเป็นฝ่ายวิชาการของ ททท. มาดูแลงานครับ”
ผมตาโตยิ่งกว่าเงาของไข่ห่าน “ว้าว! ฟ้าดินส่งน้องมาช่วยผมเหรอ นี่ถ้าน้องไม่เดินเข้ามา ผมกำลังจะกลายเป็นเหยื่อแหงๆ
ผมโดน รศ.สุขุม นวลสกุล ท่านบังคับให้พูดเรื่องเที่ยวให้เป็น..เล่นกันอย่างไร ผมไปไม่เป็นเพราะผมไม่รู้ว่าเที่ยวให้เป็นเขาเที่ยวกันยังไง อีก 2 นาที ผมกำลังจะโดนประหารกลางเวที น้องช่วยกู้ชีวิตผมหน่อย น้องสอนผมเดี๋ยวนี้เลย เที่ยวให้เป็น..เล่นกันอย่างไร”
ไอ้น้องวัยรุ่นไหว้ผม 1 ครั้ง แล้วก็ไขทางออกฉุกเฉินให้ผมเดินว่า
“ก็มีหลักง่ายๆ อยู่ไม่กี่ข้อครับ หนึ่ง..ประหยัด สอง..ปลอดภัย สาม..ได้มิตร สี่..ได้ปัญญา ห้า..รักษาสิ่งแวดล้อม หก..ถนอมวัฒนธรรม ทำได้แค่นี้ก็เหลือแหล่แล้วล่ะครับ”
โอ้ววววว..มายก๊อดดดดด[ทาเลนท์]
เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ไม่ใช่เพราะปาฏิหาริย์ มันคือ ผลพวงของกฎแห่งกรรม ทำดีได้ดี..แท้ๆ
ตั้งแต่ผมอาสาบรรยายถวายความรู้ให้พระฟรี 24 ปี ไม่มีชาร์ต ผมไม่เคยอับจนเรื่องมุขและความรู้แม้แต่ครั้งเดียว ผมเชื่อแบบไม่มีข้อสงสัยว่า เรายิ่งให้วิทยาทานปัญญาก็จะยิ่งบานยิ่งผลิแย้ม
หากเราเล่ามุขให้วัดนี้ฟัง 7 มุข พระวัดนี้ทนไม่ได้ก็จะเล่าคืนเราบ้างสัก 2 มุข เราก็จะมีกระสุนเพิ่มขึ้นเป็น 9 มุข ถ้าเราเล่ามุขให้วัดนั้นฟัง 9 มุข มรรคทายกวัดนั้นทนไม่ได้ก็จะเล่าคืนเราอีกสัก 3 มุข เราก็จะมีกระสุนเพิ่มขึ้นเป็น 12 มุข
พนักงานที่มีโอกาสฉลาดทางลัดแบบเดียวกับผมมีอยู่หลายคน อาทิ เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ พนักงานรับโทรศัพท์ พนักงานรักษาความปลอดภัย พนักงานแม่บ้าน พนักงานทั่วไปที่ลงพื้นที่ดูแล
ภารกิจใกล้ชิดนักท่องเที่ยว อย่างเช่น เจ้าหน้าที่การท่าอากาศยาน เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ประจำบู้ธพิเศษต่างๆ ผู้สื่อข่าวทุกแขนง รวมทั้ง ผู้โดยสารเพื่อนร่วมทาง นักท่องเที่ยวที่เป็นพลเมืองไทยทุกคน วันไหนท้อๆ ก็ให้นึกถึงวันที่เรางงๆ จึงไปถามคนนั้นคนนี้ แล้วเขาก็บอก ประเดี๋ยวไฟสปิริตก็จะลุกโชน
ผมมีความมุ่งหวังอย่างยิ่ง จะทำตัวให้ชาวบ้านบอกต่อ ก็..แหม ขนาด นางทางโทรศัพท์ เราก็ยังลือต่อๆ กันไปได้เป็นวรรคเป็นเวรว่า เจ๋งอ่ะ..เจ๋งอ่ะ ถึงคราว “ผู้ชายให้บริการทางโทรศัพท์” จะไม่พูดถึงกันบ้างเลย มันก็ใจร้ายอ่ะ [ฮา!]
ประเด็นมันอยู่ตรงที่ว่า หลังจากที่เขาบอกต่อ จะมีคนเขาโทรมาคุยกันบ่อยขึ้น คนขี้สงสารบวกขี้สงสัย เขามักจะถามกันเรื่อยว่า เหนื่อย..ไหม
ผมเป็นคนตรงไปตรงมา จึงตอบไม่อ้อมค้อมว่า เหนื่อย..ครับ! ผมไม่ใช่พลทหารที่วิ่งกันจนหอบแฮ่กๆ ลิ้นห้อย แต่พอครูฝึกเขาถามว่า เหนื่อย..ไหม? พลทหาร เขาตอบพร้อมเพรียงเสียงดังทั้งกองร้อยว่า ไม่..เหนื่อย! [555!]
ผมว่าไอ้น้องพลทหารพวกนี้มีอนาคตไกล อนาคตมีสิทธิ์เป็นนักการเมืองได้สบายๆ เวลาที่นักข่าวมารุมล้อมซักถามว่า “ท่านปราศรัยยั่วยุแบบนั้นไม่ห่วงบ้านเมืองบ้างหรือ” เขาจะเดินกึ่งวิ่งเพื่อหลบนักข่าว
ครั้นพอจนมุมก็ยืนหอบลิ้นห้อยแบบพลทหาร แล้วก็ตอบว่า ห่วง..ครับ! [ฮา!] โอ.เค. นอกเรื่องๆๆ
แบบว่า..ไอ้คนเขียนนิสัยเสียครับ [ฮา..ปรบมือ!]
คอลัมน์เปิดมุกปลุกหมอง โดย...ดร.สุรวงศ์ วัฒนกูล ฐานเศรษฐกิจออนไลน์







