
ปราบนอมินี-ทุนเทา จับตา“รัฐบาลอนุทิน”เอาจริงหรือไฟไหม้ฟาง
ปราบนอมินี-ทุนเทา จับตา“รัฐบาลอนุทิน” เอาจริงหรือไฟไหม้ฟาง : คอลัมน์ฐานโซไซตี โดย...กาแฟขม หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4,247
KEY
POINTS
- รัฐบาลอนุทินประกาศนโยบาย "ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม" เพื่อปราบปรามนอมินีและทุนเทาอย่างจริงจัง โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจขยะพิษและขยะอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมขีดเส้นตายให้จัดการกลุ่มเสี่ยงภายในเดือนธันวาคม 2569
- กระทรวงพาณิชย์เปิดปฏิบัติการ "ทลายรังนอมินีขยะพิษ" ลงพื้นที่ตรวจสอบบริษัทต้องสงสัยในจังหวัดปราจีนบุรี พบเบื้องต้นหลายบริษัทเข้าข่ายใช้คนไทยเป็นนอมินี และมีกลุ่มเสี่ยงอีก 44 รายที่ต้องตรวจสอบเชิงลึก
- บทความตั้งคำถามว่าการปราบปรามครั้งนี้ จะเป็นการดำเนินการอย่างจริงจังต่อเนื่อง หรือเป็นเพียง "ไฟไหม้ฟาง" และ เรียกร้องให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกันบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด
*** หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ “ลึก ตรงประเด็น เห็นโอกาส” ฉบับ 4,247ระหว่างวันที่ 25-28 ต.ค.2569 โดย...กาแฟขม
*** รัฐบาลคุณหนู อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ต้องไล่ล่าปราบปรามนอมินีต่างชาติให้สิ้นซากโดยเร็ว ให้การสนับสนุนทุกช่องทาง ทุกกำลังในการขจัดทุนเทาและนอมินีให้พ้นผืนแผ่นดินไทย ต้องไม่ทำแบบเลือกปฏิบัติและให้ยึดคำพูดตัวเองที่ว่า ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม อาจอนุมานได้ว่า ถ้าเป็นการกระทำความผิด ไม่ต้องสนใจว่าเป็นใคร นายหมู นายแมว จับหมดและไม่เปิดทางให้วิ่งเต้นเส้นสาย ไม่ว่าสนิทคนใหญ่ คนโตในรัฐบาล เบื้องหลังรัฐบาล ถ้ากระทำผิด ไม่มีเว้น ต้องจับกุมดำเนินคดี
*** วันก่อน “นายกฯคุณหนู” เพิ่งตั้งโต๊ะแถลงใหญ่ เปิดปฏิบัติการล้างบางนอมินีและทุนเทาข้ามชาติ ยํ้าวาจากร้าวกลางทำเนียบชัดๆ อีกที “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” สั่งการให้ฝ่ายปกครองและกรมที่ดินลุยเช็กบิลพวกอีแอบถือครองทรัพย์สินแทนต่างชาติ "โดยไม่ต้องสนหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหน" พร้อมสั่งขีดเส้นตายต้องสะสางกลุ่มเสี่ยงให้จบภายในเดือนธันวาคม 2569 นี้ แถมสำทับในที่ประชุม ครม. สั่งห้ามขยะพิษ ขยะอิเล็กทรอนิกส์ ลงจากเรือเด็ดขาด และต้องดำเนินการเฉียบขาดทั้งวินัยและอาญากับเจ้าหน้าที่รัฐ หากคนไหนเปิดทางให้ขบวนการพวกนี้เหิมเกริมเข้ามาทำลายแผ่นดินเกิด ไม่มีอิทธิพลใดจะมาเหนืออิทธิพลของกฎหมายไทย
*** ประเทศไทยไม่ใช่ถังขยะของโลก แต่กลิ่นเหม็นไหม้ของสารเคมีและสารพิษที่ลอยข้ามมาจากจังหวัดปราจีนบุรี สมรภูมิอุตสาหกรรมที่กำลังถูก “ทุนเทาข้ามชาติ” ยึดครองพื้นที่เป็นป่าช้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ ทำลายระบบนิเวศและสูบเลือดเนื้อหยาดเหงื่อของคนในพื้นที่จนชาวบ้านระทมกันเป็นแถว ต้องตบมือรอบนี้กับมาตรการเชิงรุกของ รองแต๋ม ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ สั่งการเฉียบขาดให้ กิตติวัฒน์ ปัจฉิมนันท์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า จับมือหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย เปิดปฏิบัติการ “ทลายรังนอมินีขยะพิษ” ลงพื้นที่สแกนไส้ในลุยตรวจลากคอพวกอีแอบฝังตัวทำลายชาติทันที
*** ปฏิบัติการเข้มข้น ดุดัน ขุดลึกตั้งแต่ต้นตอการจดทะเบียนจัดตั้ง เส้นทางการเงิน โครงสร้างผู้ถือหุ้น ยันอำนาจการบริหารที่แท้จริง ไม่ปล่อยให้พวกขบวนการอำพรางลอยนวล เบื้องต้นสแกนเจอเต็มๆ 4 บริษัทขยะอิเล็กทรอนิกส์ในปราจีนบุรี ที่เข้าข่ายใช้คนไทยเป็น “นอมินี” ขายชาติขายแผ่นดินให้ทุนต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจชุ่ยๆ ปล่อยมลพิษทำลายชีวิตประชาชน ได้ส่งข้อมูล ส่งไม้ต่อให้หน่วยงานความมั่นคง สืบสวน สอบสวนเชิงลึกและดำเนินคดีทางอาญาแบบล้างบางกันเลยทีเดียว
*** น่าตกใจและต้องสปอตไลต์ ส่องไฟด่วนๆ กลับเป็นข้อมูลจากระบบวิเคราะห์พฤติกรรมนิติบุคคล (IBAS) ของกรมฯ ชี้เป้ากลุ่มเสี่ยงเฉพาะในพื้นที่ปราจีนบุรีที่เดียว ล่อเข้าไปถึง 44 ราย แยกเป็นธุรกิจขยะที่ไม่เป็นอันตราย แต่มีต่างชาติร่วมถือหุ้น 41 บริษัท (มีกลุ่มต่างชาติถือหุ้นใหญ่เกินครึ่งถึง 4 ราย) และที่เป็น “ขยะอันตราย” อีก 3 บริษัท ซึ่งทางพาณิชย์และทีมบังคับใช้กฎหมายประกาศกร้าวแล้วว่าจะลุยตรวจเรียงตัว ใครผิดฟันไม่เลี้ยง
*** ต้องลุยปราบปรามนอมินี ทุนเทา ขยะพิษพวกนี้ อย่างถอนรากถอนโคน ประเทศไทยไม่ใช่ดินแดนไร้กฎหมายที่ใครจะหอบขยะอุตสาหกรรมเน่าๆ เข้ามาทิ้ง แล้วจ้างคนไทยไร้สำนึกเห็นแก่อามิสสินจ้างวูบวาบ ไม่กี่คน มาเซ็นชื่อบังหน้าอำพรางธุรกิจ เพื่อกอบโกยผลประโยชน์แล้ว ทิ้งกองสารพิษไว้ให้ลูกหลานไทยรับกรรม
ต้องยอมรับเรื่องนี้เป็นศึกใหญ่ระดับชาติ ที่กระทรวงพาณิชย์หน่วยเดียวสู้ไม่ได้ ทุกภาคส่วนต้องบูรณาการร่วมมือเด็ดขาด บังคับใช้กฎหมายให้เข้มงวดที่สุด อย่าให้เรื่องนี้กลายเป็นแค่ไฟไหม้ฟาง ผักชีโรยหน้า หรือเคลียร์แล้วเงียบหายเหมือนที่ผ่านๆ มา ปราบให้เรียบ อย่าปล่อยให้ทุนเทาทมิฬ เปลี่ยนเมืองไทยเป็นถังขยะอิเล็กทรอนิกส์ข้ามชาติเด็ดขาด
*** ขอฝาก ขอแรง นายกฯคุณหนู “รองอ้วน” สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯและรมว.ต่างประเทศ “รองเอก” เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลัง “รองแต๋ม” ศุภจี ประกาศส่งสัญญาณให้ชัด ประเทศไทยยินดีต้อนรับนักลงทุนทั่วโลก เข้ามาลงทุนอย่างถูกกฎหมายได้สิทธิพิเศษเต็มที่ แต่ปิดประตูการเข้ามาแบบฉ้อฉล ประณาม และตั้งข้อรังเกียจกับการกระทำที่ไม่ถูกต้องในทุกกรณีด้วยเถิด พระเดช พระคุณ ฯพณฯ







