thansettakij
thansettakij
พญาอินต๊ะคร่อกบฎพญาผาบ 2

พญาอินต๊ะคร่อกบฎพญาผาบ 2

พญาอินต๊ะคร่อกบฎพญาผาบ 2 จากวีรบุรุษสู่กบฏ พญาผาบ และเงาของพญาอินต๊ะคร่อในประวัติศาสตร์ล้านนา คอลัมน์ Cat out of the box โดย พีรภัทร์ เกียรติภิญโญ

KEY

POINTS

  • พญาผาบสงครามเป็นนักรบวีรบุรุษของชาวบ้าน ผู้ยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อต่อสู้กับสิ่งที่เห็นว่าไม่เป็นธรรม แม้รู้ว่าผลลัพธ์อาจจบลงด้วยความพ่ายแพ้และความตาย
  • การก่อกบฏเกิดจากความเดือดร้อนของชาวบ้านต่อมาตรการเก็บภาษีและการผูกขาดอาชีพ จนนำไปสู่การรวมกำลังของพญาผาบเพื่อเข้าต่อรองกับอำนาจเมืองเชียงใหม่ แต่สุดท้ายถูกปราบปราม
  • ตำนานพญาผาบสะท้อนความซับซ้อนของอำนาจ ความภักดี และการเมืองในล้านนา ผ่านความขัดแย้งระหว่างพญาผาบ หนานสุรินทร์ พญาโคถา และพญาอินต๊ะคร่อ ซึ่งต่างมีบทบาทต่อชะตากรรมของเหตุการณ์ครั้งนี้

มาบัดนี้ก็จะขอกล่าวถึงคดีวีรกรรมของพญาผาบ ซึ่งก็ควรกล่าวได้ว่า ในสังคมแบบไทยๆนี้ ท่านก็ถือว่าเป็นผีวีรบุรุษ ผู้กล้าประเภทหนึ่ง (Hero Ghost - ไม่ใช่ Holy Ghost) ผู้ซึ่งยอมสละชีวิตเพื่อที่จะดูแลรักษาผลประโยชน์ของลูกหลานในแว่นแคว้นแห่งตนทั้งทั้งที่รู้ว่าจุดจบอาจจะไม่สวยงามอย่างที่คิด

แต่ก็อย่างว่า ว่าพวกนักรบก็เป็นอย่างนี้กล้าที่จะยืนหยัดต่อสู้ในสิ่งที่ตนเองคิดว่าถูกต้อง (อุดมการณ์) และยอมรับผลแห่งการดำเนินการนั้น อย่างวินาศถ้าเกิดว่าเรื่องมันไม่เป็นไปตามความคาดหวัง

อนึ่งคำว่า warrior หรือนักรบนั้นฝรั่งให้นิยามแตกต่างจากคำว่าทหารหรือว่า soldier โดย วอริเออร์นั้นจะมีความหมายที่ลึกซึ้งไปกว่าการสวมเครื่องแบบและถืออาวุธ โดยมันจะรวมไปถึงความกล้าหาญชนิดว่าพิเศษและบ้าบิ่น ความพร้อมและการมีจิตวิญญาณที่จะรุกเข้าไปรบเพื่อฆ่าฟันทำลาย โดยไม่ต้องมีผลตอบแทนที่อยู่ในรูปของตัวเงินมากนัก ทั้งยังอดทนรับสภาพเมื่อล้มเหลว อยู่กับตนเองได้และหาทางสู้ต่อไปในลักษณะประเภทว่าล้มแล้วก็ลุกโดยไม่สูญเสียกำลังใจในการต่อสู้กับสถานการณ์ที่เพิ่งจะเพลี่ยงพล้ำมา

ท่านพ่อพญาผาบสงครามผู้นี้ เดิมชื่อ เดชะ_หนานเดชะ เคยอาสาพระเจ้าเชียงใหม่ไปรบได้ชัย จึงได้เปน พญามาตั้งบ้านแคว้นแว่นเมืองอยู่ตรงละแวกสันป่าสักซึ่งเลยไปทางหางดงในสมัยนี้ ท่านก็มีประวัติการรบที่ยาวนานมาก่อนหน้าที่จะบังเกิดความสุขสงบราบคาบในเมืองเชียงใหม่ และก็ได้รับผลตอบแทนในการเป็นพ่อแคว้นพ่อแคว่นปกครองลูกบ้านสืบมาบริเวณเขตพื้นที่ของท่านกินอาณาเขตไปถึง ฟ้ามุ่ย หนองไคร้ ข้าวแท่น

พญาอินต๊ะคร่อกบฎพญาผาบ 2

ตัวพญาท่านมีมือขวาชื่อว่าหมื่นหาญซึ่งเคยลุยราบปราบป่าไปกันมาหลายที่ เมื่อท่านตัดสินใจที่จะทำการรบพุ่งเข้ายึดเวียงเชียงใหม่ในอำนาจของพระเจ้าเชียงใหม่เวลานั้นท่านก็ยังมีสมัครพรรคพวกผู้ซึ่งมีความเห็นคล้อยตามอีกท่านหนึ่งคือพญาโคถา (บางที่ว่า โคหา) พ่อแคว่นแคว้นบ้านถ้ำ ความรู้สึกอึดอัดคับข้องใจในการเก็บภาษีหมากและการเปิดประมูลผูกขาดงานย้อมผ้านี้ชาวบ้านสันป่าสักและบ้านถ้ำมีความรู้สึกเหมือนว่าถูกตัดมือตัดตีนไม่สามารถออกไปหาอยู่หากินเองได้

ดังนั้นมาตรการอันนี้มีขึ้นมาก็ทำให้ตัวเองตายอยู่ดีดังนั้นแล้วสู้ออกไปพลีชีวิตหาความเป็นธรรมน่าจะดีกว่า ว่ากันว่ากองกำลัง ชาวบ้านของพญาผาบรวบรวมกันได้ประมาณ 300 คนมุ่งหน้าสะสมอาวุธปืนผาหน้าไม้ ได้ฤกษ์จังหวะดีก็จะตรงเข้าตีที่ยังเวียงเชียงใหม่ ในเวลาเดียวกันพระเจ้าเชียงใหม่ก็มีการข่าวว่าไว้วางเป็นสายๆรู้เห็นมาก จังหวะได้ดังนี้ก็จึงสั่งการให้หนานสุรินทร์ซึ่งเป็นมือปราบส่วนตัวนำกำลังมากั้นไว้ที่บริเวณน้ำแม่คาว

หนานสุรินทร์นั้นอ่อนวัยกว่าพญาผาบร่วม 20 ปีมีสถานะเป็นนายบ้าน ทุ่งข้าวเน่ามีกำลังคนในมือพอสมควร พอพญาผาบนำทีมชาวป่ารุกหน้ากองทัพ มาได้ถึงสะพานข้ามน้ำแม่คาวเห็นทัพกองกำลังของหนานสุรินทร์ตั้งรอท่าอยู่จึงชะลอกำลังแล้วใช้ยุทธวิธีส่งจดหมายเข้าไปเจรจาแทนที่จะเข้าปะทะในทันทีข้อความในจดหมายมีว่า “เราพญาผาบ พ่อแคว่นบ้านสันป่าสัก ขอแจ้งมายังหนานสุรินทร์นายบ้านทุ่งข้าวเน่าผู้น้อง ด้วยเราเห็นว่าทุกวันนี้ เท่าที่เราและหมู่ลูกบ้านได้อาศัยทำมา ด้วยการทำสวนหมากพลูขายเลี้ยงชีพก็พอมีความสุขอยู่แล้ว มาบัดนี้ พ่อเจ้าหลวงเชื่อบางคนยุยงส่งเสริมให้กับภาษีหมากพลูให้เป็นที่เดือดร้อนแก่ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน และมิหนำยังให้เจ๊กมาประมูลตั้งโรงย้อมผ้าอีก เป็นการตัดตีนตัดมือแย่งอาชีพของราษฎรให้ได้รับความลำบาก เราจึงพร้อมด้วยหมื่นหาญและชาวบ้านป่าสักจึงร่วมกันเดินทางเข้ามาในเวียง เพื่อใคร่ขอความกรุณาต่อพ่อเจ้าหลวงให้ละเว้นการเก็บภาษีนี้เสีย เราได้เดินกันมาพักพักอยู่ที่ชายทุ่งนี้แล้ว และใคร่ขออนุญาตผ่านเขตน้องเราเข้าเวียง น้องเราจะขัดข้องประการใด การทั้งนี้ขอน้องเราคิดเสียว่า เราทำเพื่อราษฎรทั้งหลายให้มีความสุขอย่าหวั่นเกรงว่า จะเป็นเรื่องที่ทำให้น้องเราต้องได้รับความเดือดร้อนประการใดเลย เราหวังว่าน้องเราคงจะยอมให้เราผ่านไปและคงร่วมมือกับเราในอันที่ทำเพื่อประโยชน์สุขของไพร่ราษฎรทั้งหลาย”

แล้วก็ให้พลรบคนหนึ่งถือไปส่งให้หนานสุรินทร์ นายบ้านทุ่งเน่า เพื่อเป็นการหยั่งลองดูน้ำใจของหนานสุรินทร์ก่อนว่า จะยินยอมร่วมมือด้วยหรือไม่ และอีกฉบับหนึ่งก็ให้ม้าเร็วรีบนำไปส่งให้พ่อแคว่นบ้านถ้ำ ซึ่งเป็นผู้ที่หนานสุรินทร์ยำเกรงอยู่เพื่อไกล่เกลี่ยปรองดองไม่ให้เกิดการฆ่าฟันกัน เพราะในเวลาเดียวกันนั้นเพื่อนพญาโคถาบ้านถ้ำก็ไม่ได้นำกำลังมาร่วมบุกตะลุยในทัพหน้ากับพ่อพญาผาบของเราด้วย

โดยเป็นที่รู้กันว่าแกมีความสนิทชิดเชื้อกับหนานสุรินทร์เมื่อถึงคราวที่หนานสุรินทร์ได้รับสาส์นจากพ่อพญาผาบ ก็ทำการปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยโดยเหตุที่ตนเองนั้นพระเจ้าเชียงใหม่ชุบเลี้ยงมาแต่เล็กน้อยจำเป็นจะต้องยึดมั่นอยู่ในความภักดีต่อมูลนายของตน ต่างจากพญาผาบซึ่งได้เคยร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาลักษณะความสัมพันธ์จึงแตกต่างกันมาวันนี้นักรบผู้เฒ่าถึงคราวจะต้องเข้าพิฆาตบุคคลที่เลี้ยงตนมาอย่างพ่อก็จำเป็นที่จะต้องตัดไฟแต่ต้นลม

พญาอินต๊ะคร่อกบฎพญาผาบ 2

พญาผาบดูท่าแล้วให้คนถือหนังสือไปพบพ่อแคว้นบ้านถ้ำ ด้วยรู้มาว่าสองคนนี้มีความสนิทสนมกัน พญาโคถาตั้งตนอยู่ในที่ตั้งก็เพราะได้ข่าวว่าหนานสุรินทร์ผู้มีกำลังมากออกมาทำตัวเป็นกำแพงขวางศึกก็ให้รู้สึกกังวลใจว่าการรบครั้งนี้เห็นทีจะลำบากก็จึงเข้าอ่อนน้อมเจรจาหนานสุรินทร์

หนานสุรินทร์ฟังคำพญาโคถาแล้วคิดได้แต่เพียงอย่างเดียวว่าพ่อโคถา อาอย่าได้ไปเข้าร่วมกะเขาเลยควรหาทางพลิกสถานการณ์กลับไปเจรจากับพระยาปราบสงครามให้ถอยทัพกลับไปเสียเถิดอาจจะยังมีทางขอผ่อนโทษจากเจ้าพ่อหลวงในเวียงเชียงใหม่ได้ พร้อมทั้งขันอาสาจะเกลี้ยกล่อมพ่อเจ้าหลวงให้ไม่เอาโทษ แต่ทว่าอย่างไรก็ดีการปรากฏตัวเพียงลำพังของพญาโคถาในสมการนี้ ที่เข้าเจรจาให้พญาปราบสงครามก็เท่ากับได้ไปเปิดตัวให้บรรดาสายข่าวรู้กันแล้วว่าเป็นผู้ฝักใฝ่ฝ่ายกบฏทำให้ท่านก็ถูกหมายหัวโดยไม่รู้ตัว

ช่วงเวลานั้นฝ่ายรัตนโกสินทร์เริ่มส่งข้าหลวงขึ้นไปแล้วและมีกองทัพทหารสมัยใหม่จำนวนรวมๆประมาณ 70 นายประจำอยู่ในเวียงแก้วแห่งนครเชียงใหม่ ฝ่ายกองทัพบ้านสันป่าสักตัดสินใจเข้าโจมตีกองร้อยตั้งรับของหนานสุรินทร์มีการยิงกันฟันแทงอุตลุดลักษณะยังคงเป็นการสู้รบแบบโบราณไม่มีวิทยาการจังหวะจะโคนอย่างกองทัพสมัยใหม่เป็นการเป็นการประจัญบานตะลุมบอนมีมีดใช้มีดมีไม้ใช้ไม้มีปืนยิงใส่ใครมีของ้าวหน้าไม้ คันศรก็ประเคนต่อสู้ยิงกันต่อยกัน คละไป

ทัพ บ้านสันป่าสักไปต่อไม่ไหวสูญกำลังคนไปเกือบครึ่งให้ม้าเร็ววิ่งไปขอการช่วยเหลือจากพญาโคถาซึ่งควรจะต้องเตรียมทัพป่าบ้านถ้ำเอาไว้หนุนจนแล้วพญาคาถาเห็นทีจะไม่รอดฝากมาบอกว่าเลิกเล่น ! หมายความว่าการศึกครั้งนี้ไม่เล่นด้วยแล้ว_เวรกรรม!!

พ่อพญาผาบก็ยิ่งช้ำใจหอบลูกจูงหลาน ลูกตาหลุดแขนขาดกระเซอะกระเซิง หนีไปพึ่งกับพวกเงี้ยวไทใหญ่ที่เมืองหาง จังหวะนั้นเมืองหางหรือเวียงหางยังไม่อยู่ในขอบขัณฑสีมา แน่ชัดของฝ่ายกรุงเทพ เมื่อครั้งโบราณนานมา พญาปราบเคยเป็นมิตรร่วมทัพกับเจ้าเวียงหาง

จึงเมื่อเดินทางไปเข้าถึงใกล้เมืองเขา กองทัพป่าที่กะรุ่งกะริ่งยังมีไพร่พลมากอยู่เกรงว่าพญาเวียงหางจะตกใจคิดว่าว่าพญาปราบสงครามมาปล้นเมืองเพราะชื่อเสียงในอดีตของตนยังเป็นที่ลือชาจำจะต้องส่งม้าเร็วมีใบบอกเล่าสถานการณ์เข้าไปแจ้งก่อนไม่ให้ตกใจ พญาเมืองหางรู้แล้วก็ต้อนรับขับสู้ เป็นอย่างดีเลี้ยงดูปูเสื่อให้การพยาบาล

พญาปราบสงครามสบช่องซ่องสุมกำลังผู้คนอยู่เป็นเวลาสี่เดือนนัดแนะกับเจ้าเวียงหางนำกองกำลังไทใหญ่สมทบหมายใจว่าภายในสามเดือนข้างหน้าจะพากันเข้าตีเวียงพิงค์อีกสักครั้ง ระหว่างนั้นก็ส่งลูกบ้านสันป่าสักมาสืบข่าวในลักษณะเสือหมอบแมวเซาว่าฝ่ายเวียงเชียงใหม่เตรียมการตั้งรับอย่างไร ได้เด็กหนุ่มสองนายอาสา ปรากฏว่า ป่วยตายระหว่างทางไปหนึ่งอีกหนึ่งคนแทนที่จะมุ่งเข้าไปถึงเป้าหมายกลับละเลยอาญาทัพแวะกลับเข้าบ้านที่สันป่าสักเพื่อไปเยี่ยมเมียสาวและแม่ ! อันว่าคำสั่งของแม่ทัพเรื่องเวลาเดินทัพเดินทางไม่ให้แวะบ้านนั้นเป็นเรื่องสำคัญเพราะฝ่ายตรงข้ามย่อมวางกำลังหาข่าวเอาไว้ตามบ้านผู้ใดกลับบ้านแทนที่จะเจอแม่และเมียก็จะเจอกองกำลังฝ่ายตรงข้ามดักรอทุบอยู่

ในสถานการณ์นี้ก็เช่นกันไอ้หนุ่มลูกบ้านสันป่าสักกลับมาแล้วเจอเมียมีใจเป็นอื่นเพราะกองกำลังจากใต้ นำขึ้นมาช่วยพระเจ้าเชียงใหม่ตั้งทัพฟังข่าวแทรกซึมอยู่ในหมู่หมู่บ้านเมื่อเห็นคนแปลกหน้าเข้ามาก็ไม่ฟังอีร้าค่ารีรม ยิงทิ้งกันก่อนเกิดเป็นโศกนาฏกรรมและทำให้พญาผาบครามเสียหูตาไม่ทราบการข่าวภายในสมรภูมิตรงหน้าการคิดกันบุกตีโต้กลับของพญาปราบสงครามกับเจ้าเงี้ยวในครั้งนี้มีคำสัญญาตกลงกันถึงผลประโยชน์เป็นมั่นเหมาะฝ่ายเงี้ยวก็อยู่ในฐานะของนักรบรับจ้างที่ทางพญาผาบมีการจ่ายสินจ้างรางวัลแบ่งให้ก่อนล่วงหน้าอีกด้วย

พญาอินต๊ะคร่อกบฎพญาผาบ 2

ครั้นถึงกำหนดเวลาดูฤกษ์ยามกันก็มุ่งหน้าฝ่าดง ตรงเข้ามาสมรภูมิที่เดิม เรื่องก็มาพีคที่ตรงนี้ว่าระหว่างทางนั้นฝ่ายเงี้ยวไปพบเจอผู้วิเศษระหว่างทางที่ถ้ำตับเต่า ดังได้กล่าวไว้แล้วว่าเงี้ยวนั้นเป็นคำโลนที่ฝ่ายคนนอกบ้านใช้เรียกชาวไทใหญ่ซึ่งพวกเขามีอุปนิสัยซื่อตรงในธรรมและเคารพนบนอบในบวรศาสนาพระรัตนตรัยเป็นที่ยิ่ง ผู้วิเศษผู้นี้ชื่อพญาอินต๊ะคร่อ

ซึ่งในอดีตนั้นเป็นคนทางละแวกเชียงดาวบวชเรียนในสำนักลักษณะไทใหญ่จนสามารถมีคุณวิเศษทางจิตสูงการข่าวของพระเจ้าเชียงใหม่ทราบตัวว่าผู้ใดมีคุณวุฒิแปลกประหลาดลือนามก็ให้เรียกหาเข้าไปแสดงฤทธิ์ให้ดูในลักษณะตัวจะได้พร้อมรับมือกับภัยความมั่นคงที่จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้ พญาอินต๊ะในเวลานั้นถูกลองของให้แสดงฤทธิ์เรียกนกในกรงที่พระเจ้าเชียงใหม่ปล่อยไปแล้วให้กลับมาคืนวัง ก็สามารถกระทำได้สำเร็จพระเจ้าเชียงใหม่มีความชื่นชมเป็นอันมากสึกจากพระแล้วก็ให้การเลี้ยงดูหาเมียให้แต่งให้สตางค์ไว้ใช้แถมจาริกไปไหนไหนขอสร้างอะไรอะไรเกี่ยวกับซ่อมวัดสร้างพระพุทธรูปท่านดูแลให้หมดทุกอย่าง_เป็นสปอนเซอร์ว่าอย่างนั้น ซึ่งความจริงข้อนี้ฝ่ายไทยใหญ่และพญาปราบสงครามของเราไม่มีใครรู้

นาทีนี้ท่านผู้อ่านก็คงต้องเริ่มระมัดระวังบทบาทของพระสงฆ์ซีไอเอที่ทำหน้าที่ในการส่งข่าวสืบข่าวและกระจายข่าวเรื่องของการข้อมูลต่อต้านสงครามไว้บ้างท่าจะดี พญาอินต๊ะคร่อนี้คงจะได้แสดงฤทธิ์อะไรบางอย่างให้ฝ่ายไทใหญ่ได้เห็นและก็เกลี้ยกล่อมให้เลิกทัพหยุดช่วย พญาปราบสงครามจนสำเร็จเรียบร้อย

พ่อพญาผาบของเราก็ถูกตัดมือตัดตีนเสียด้วยประการฉะนี้ ในเวลาเดียวกันอินต๊ะคร่อ ก็ลอบทำหนังสือส่งให้พรานป่าผู้หนึ่งนำมาถวายเจ้าพ่อหลวงที่ในเวียงถึงกรณีการซ่องสุมคุมกำลังของพญาผาบและชาวไทเงี้ยวเมื่อพระเจ้าเชียงใหม่ทราบข่าวก็ตั้งให้เจ้าแก้วนวรัฐพระราชบุตรยกทัพออกมาปราบปราม ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันอย่างดุเดือดถึงขั้นประจัญบาน ไพร่พลล้มตายทั้งสองฝ่ายพญาผาบครามถูกอาวุธตายในที่รบ กองร้อยบ้านป่าสักละลายหายสูญ พวกไพร่พลเงี้ยวที่เหลือก็แตกหนีกระเจิดกระเจิงกลับเวียงไป

ส่วนพญาโคถาเพื่อนรัก ผู้ร่วมกระบวนการแล้วก็โลเลสุดท้ายก็ถูกจับได้และถูกนำไปประหารชีวิตเช่นกันรู้อย่างงี้ก็น่าจะลองเสี่ยงทำกบฏดูบ้างถ้าไม่ตายยังมีโอกาสได้ของและถึงตายแล้วก็ยังมีชื่อเสียงลือชาดีกว่าตายในลักษณะแบบว่า…ส่วนกรณีเรื่องของพญาอินต๊ะคร่อนั้น จริงๆแล้วแกชื่อว่าอินทะหรืออินต๊ะเฉยเฉยแต่คำว่าคร่อนั้นเนื่องจากเป็นโรคมองคร่อหรือวัณโรคที่ทำให้เกิดถุงลมโป่งพอง เวลาหายใจแล้วมีมีเสียงดังคลอกคร่อก็เลยเป็นสร้อยนามว่าอินต๊ะไหน? อ้อ_อินต๊ะคร่อ

โดยในระหว่างที่แกได้แสดงฤทธิ์ให้กับพระเจ้าเชียงใหม่นั้นแกก็ได้รับแต่งตั้งบรรดาศักดิ์ให้เป็น แสน ไว้ก่อนแล้ว ที่แสนอินต๊ะ ซึ่งแสนนี้ก็เป็นบรรดาศักดิ์ของฝ่ายเมืองเหนือเขาถ้าคนอื่นมีหมื่น เราก็มีแสน ส่วนที่ปรากฏในวรรณคดีสำคัญเช่นเรื่องขุนแผนนั้นแสนชื่อดังแกก็ชื่อว่า แสนตรีเพชรกล้าแสน อินต๊ะภูมิลำเนาเดิมอยู่ตำบลแม่นะที่เชียงดาวบวชเรียนอยู่สำนักวัดจอมคีรีทางนั้นมีความเชี่ยวชาญในทางฤทธิ์

เมื่อครั้งเป็นภิกษุมีชื่อเสียงเรื่องลือว่าเป็นผู้ทรงคุณไสยเวทย์ นะเมตตามหานิยมเป็นเยี่ยมในยุคนั้นได้ถือสมณเพศอยู่จนอายุเข้าปีที่ 30 แล้วลาสิกขา ได้เข้าเฝ้าพระเจ้าเชียงใหม่ก็ตอนนี้เมื่อท่านลองวิชาแล้วมีความโปรดปรานมากชุบเลี้ยงให้เป็นมีหาดเล็กยกสาวใช้ในวังชื่อนางตุ้มให้เป็นภรรยานางตุ้มมีน้องสาวชื่อนางคำก็ต่อมาตกเป็นภรรยาคนที่สองของแสนอินต๊ะตามไปด้วย

ส่วนกรณีท่านใดไปเที่ยวถ้ำเชียงดาวซึ่งมีความสำคัญทางพุทธศาสนาก็ขอเรียนว่า แสนอินต๊ะเคยชวนเพื่อนฝูงชาวบ้านไปสำรวจในถ้ำนับจำนวนคูหาทำแผนที่ว่าทะลุไปที่ไหนบ้างหาทางแก้ปัญหาเจาะประตูถ้ำเพื่อให้พุทธศาสนิกชนเดินทางเข้าออกสะดวกเวลาจะเข้าไปบูชาพระพุทธรูปสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในถ้ำนั้น เพราะไม่เช่นนั้นหากใช้วิธีธรรมชาติจะต้องปีนขึ้นปีนลงใช้บันไดหรือพะองพาดจากรูถ้ำ ด้านบนเข้าไปหากพลั้งพลาดก็จะบาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้ กุศลกรรมของ แสนอินต๊ะนอกจากขุดเบิกประตูถ้ำแล้วก็หล่อพระพุทธไว้อีกมากเมื่อพิจารณาดูว่าถ้ำเชียงดาวนั้นอุดมสมบูรณ์ดีเนื้อที่กว้างกว้างขวางก็ชักชวนชาวบ้านผู้คนให้อพยพไปตั้งหลักแหล่งทำมาหากินอยู่ที่นั้นจนต่อมาเป็นหมู่บ้านใหญ่เรียกกันว่าบ้านถ้ำ

ตัวพญาอินต๊ะเองมักเข้าไปในถ้ำคนเดียวหลายหลายวันเมื่อกลับออกมาก็จะเล่าให้คนภายนอกฟังว่าได้ไปพบผีพบเทวดาพบลำธารแปลกประหลาดอะไรบ้างลำธารในนั้นแตกต่างจากข้างนอกเพราะไม่ใช่เป็นลำธารน้ำแต่เป็นลำธารทรายทรายแห้งแห้งไหลอย่างกับน้ำมีความประหลาดพิสดารหลายประการ

หลังจากปราบกบฏพญาผาบแล้วอินต๊ะคร่อได้รับบรรดาศักดิ์เป็นพญาชาวบ้านเรียกกันว่า พญาอินต๊ะคร่อ เมื่อสิ้นบุญลงชาวบ้านสร้างอนุสาวรีย์บรรจุอัฐิไว้ที่หน้าถ้ำเชียงดาว

ส่วนพญาผาบสงครามชาวบ้านสร้างรูปท่านไว้ตามวัดที่ท่านเคยสร้าง วัดหนึ่งที่ลำพูนให้ชื่อว่าวัดพญาผาบและยังมีศาลอย่างว่าหอคำอีกหอที่ละแวกสันทราย ส่วนหนานสุรินทร์นั้นเนื่องจากทำตัวเป็นกำแพงกั้นภัยให้เข้าถึงเวียงเชียงใหม่พ่อเจ้าหลวงแต่งตั้งให้เป็นพญาเหมือนกันโดยตั้งชื่อว่าพญาแสนหลวงเขื่อนแก้ว เป็นอันปิดคดีเงื่อนงำอันซับซ้อนเพื่อนรักหักหลังกันไปมาเมื่อถึงเวลาภาษีหมากมาเยือนแต่เพียงเท่านี้