thansettakij
thansettakij
ปลดล็อกขีดจำกัดการใช้พลังงานที่สูงขึ้น ด้วยระบบระบายความร้อนด้วยน้ำของ NVIDIA MGX

ปลดล็อกขีดจำกัดการใช้พลังงานที่สูงขึ้น ด้วยระบบระบายความร้อนด้วยน้ำของ NVIDIA MGX

ปลดล็อกขีดจำกัดการใช้พลังงานที่สูงขึ้นสำหรับระบบประมวลผลด้วยระบบระบายความร้อนด้วยน้ำอุณหภูมิสูงของ NVIDIA MGX โดย รองศาสตราจารย์ ดร.มนตรี วิบูลยรัตน์ รองคณบดี วิทยาลัยการจัดการนวัตกรรมและอุตสาหกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)

การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของความหนาแน่นกำลังไฟฟ้าภายในแร็กปัญญาประดิษฐ์ทำให้ระบบระบายความร้อนกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญที่กำหนดทั้งประสิทธิภาพพลังงาน จำนวนแร็กที่ติดตั้งได้ และขีดความสามารถในการประมวลผลของศูนย์ข้อมูล NVIDIA จึงออกแบบแร็กสถาปัตยกรรม MGX ให้สามารถทำงานร่วมกับระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวที่มีอุณหภูมิน้ำขาเข้าสูงสุด 45°C หรือ 113°F แนวทางดังกล่าวช่วยให้ศูนย์ข้อมูลที่มีโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ Liquid Cooling อยู่แล้วสามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่แพลตฟอร์มประมวลผลรุ่นใหม่ได้ง่ายขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องออกแบบระบบทำความเย็นใหม่ทั้งหมด (Bhargava et al., 2026) 

MGX ย่อมาจาก Modular GPU Accelerated Server Design (หรือในบางเอกสารของพันธมิตรจะนิยามสอดคล้องกันว่า Modular Composable Infrastructure / Modular Reference Architecture)

โดยตัวอักษรแต่ละตัวมีความหมายสะท้อนถึงจุดประสงค์หลักของระบบ ดังนี้ครับ:

  • M (Modular) : การออกแบบโครงสร้างเซิร์ฟเวอร์แบบแยกส่วน ที่ให้ผู้ผลิตสามารถสลับสับเปลี่ยนหรือเลือกผสมผสานชิ้นส่วนประกอบต่างๆ (เช่น ถาดซีพียู, กราฟิกการ์ด, และระบบเน็ตเวิร์ก) เข้าไปด้วยกันได้อย่างอิสระเหมือนการต่อบล็อก 
  • G (GPU Accelerated) : การรองรับการเร่งความเร็วการประมวลผลด้วยจีพียู ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของงานด้าน AI, Data Science และงานคำนวณขั้นสูง (HPC) 
  • X : เป็นตัวอักษรต่อท้ายที่ NVIDIA มักใช้ในตระกูลแพลตฟอร์มเซิร์ฟเวอร์และโครงสร้างพื้นฐาน AI (เช่น DGX, HGX, EGX, CX) 

ดร.มนตรี วิบูลยรัตน์

1. สถาปัตยกรรมวงจรน้ำ 41°C และ 45°C 

โครงสร้างระบบที่ NVIDIA นำเสนอประกอบด้วยวงจรน้ำสองส่วนซึ่งแยกออกจากกันด้วยเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนและ Coolant Distribution Unit หรือ CDU โดยวงจรน้ำฝั่งอาคารจ่ายน้ำที่อุณหภูมิประมาณ 41°C ไปยัง CDU ขณะที่ CDU ทำหน้าที่ควบคุมและจ่ายสารหล่อเย็นฝั่งเทคโนโลยีสารสนเทศไปยังแร็ก AI ที่อุณหภูมิสูงสุดประมาณ 45°C

การที่น้ำฝั่งอาคารมีอุณหภูมิ 41°C ซึ่งต่ำกว่าสารหล่อเย็นที่จ่ายเข้าแร็กประมาณ 4°C ทำให้เกิด Temperature Approach ที่เพียงพอสำหรับการถ่ายเทความร้อนผ่านเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน อุณหภูมิสองค่านี้จึงไม่ได้อยู่ในวงจรเดียวกันโดยตรง แต่เป็นอุณหภูมิของวงจรน้ำหลักของอาคารและวงจรสารหล่อเย็นรองของอุปกรณ์ IT ตามลำดับ เส้นทางการถ่ายเทความร้อนสามารถสรุปได้ดังนี้:

แร็ก AI → วงจรสารหล่อเย็นฝั่ง IT → CDU → เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน → วงจรน้ำอาคาร → Dry Cooler → อากาศภายนอก (ดังแสดงในภาพที่ 1)

เมื่อสภาพอากาศภายนอกเอื้ออำนวย น้ำในวงจรอาคารสามารถถ่ายเทความร้อนสู่อากาศผ่าน Dry Cooler ได้โดยตรง วาล์วแยกระบบจะเปิดทางให้น้ำไหลข้ามหรือ Bypass เครื่องทำน้ำเย็น ทำให้ระบบทำงานในโหมด Full Free Cooling และใช้พลังงานเฉพาะกับปั๊มน้ำและพัดลมเป็นหลัก แทนการใช้คอมเพรสเซอร์ของระบบ Chiller ซึ่งมีการใช้พลังงานสูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญ
 
ภาพที่ 1. สถาปัตยกรรมระบายความร้อนด้วยน้ำอุณหภูมิสูง 41°C และ 45°C

2. การลดพลังงานของระบบทำความเย็น

การยกระดับอุณหภูมิน้ำขาเข้าแร็กเป็น 45°C ทำให้ส่วนต่างระหว่างอุณหภูมิสารหล่อเย็นกับอุณหภูมิอากาศภายนอกลดลง และเพิ่มจำนวนชั่วโมงที่ศูนย์ข้อมูลสามารถใช้ Economizer หรือ Free Cooling ได้ ระบบจึงพึ่งพาเครื่องทำความเย็นแบบใช้คอมเพรสเซอร์น้อยลง ส่งผลให้พลังงานที่ใช้กับระบบ Cooling ลดลงและค่า Power Usage Effectiveness หรือ PUE มีแนวโน้มดีขึ้น

ในทางกลับกัน หากกำหนดอุณหภูมิน้ำขาเข้าที่ต่ำ เช่น 35°C ระบบอาจต้องใช้ Chiller หรือระบบระเหยน้ำเพิ่มเติมเพื่อรักษาอุณหภูมิที่ต้องการ โดยเฉพาะในภูมิอากาศร้อนและชื้น ภาระดังกล่าวทำให้พลังงานไฟฟ้าและน้ำส่วนหนึ่งถูกใช้กับระบบสนับสนุน แทนที่จะถูกส่งไปยัง GPU และอุปกรณ์ประมวลผลโดยตรง

อย่างไรก็ตาม ประสิทธิผลของ Free Cooling ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิกระเปาะแห้ง อุณหภูมิกระเปาะเปียก ความชื้นสัมพัทธ์ ช่วงอุณหภูมิรายฤดูกาล ประสิทธิภาพของเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน และ Temperature Approach ของอุปกรณ์ ดังนั้น การนำแนวคิดน้ำขาเข้า 45°C มาใช้ในประเทศไทยจำเป็นต้องวิเคราะห์ข้อมูลภูมิอากาศรายชั่วโมง ไม่ควรสรุปจากอุณหภูมิออกแบบสูงสุดเพียงค่าเดียว

3. การเปลี่ยนพลังงานจาก Cooling Budget เป็น Compute Budget

แนวคิดสำคัญของ NVIDIA คือการเพิ่มสัดส่วนพลังงานจากระบบโครงข่ายที่สามารถส่งไปสร้างผลลัพธ์การประมวลผลหรือ “Grid Power to Tokens” เมื่อระบบทำความเย็นใช้พลังงานลดลง กำลังไฟฟ้าที่เคยจัดสรรให้ Chiller และอุปกรณ์ประกอบสามารถเปลี่ยนเป็นงบประมาณพลังงานสำหรับติดตั้ง GPU หรือแร็กประมวลผลเพิ่มเติมได้

NVIDIA ประมาณการว่า การใช้ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำอุณหภูมิสูงอาจประหยัดพลังงานในระดับที่เพียงพอสำหรับติดตั้งแร็ก Vera Rubin NVL72 เพิ่มขึ้นสูงสุดประมาณ 10% ภายใต้งบประมาณกำลังไฟฟ้าเดิม (Bhargava et al., 2026)

อย่างไรก็ตาม ตัวเลข 10% เป็นผลลัพธ์ตามเงื่อนไขและแบบจำลองของผู้ผลิต มิใช่ค่าคงที่สำหรับศูนย์ข้อมูลทุกแห่ง ผลประหยัดจริงต้องพิจารณาภูมิอากาศ ประสิทธิภาพระบบเดิม ค่า PUE ภาระบางส่วน จำนวนชั่วโมง Free Cooling และข้อจำกัดด้านกำลังไฟฟ้าของสถานีไฟฟ้าประกอบกัน

4. ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวแบบสมบูรณ์

แร็ก MGX สามารถรองรับการระบายความร้อนด้วยของเหลวได้ 100% และสามารถใช้งานร่วมกับโครงสร้างพื้นฐาน Liquid Cooling ของแพลตฟอร์มรุ่นก่อนหน้า สถาปัตยกรรม MGX รุ่นที่สามประกอบด้วยท่อร่วมภายใน Compute Tray, ท่อร่วมประจำแร็กแบบ UQD08 และบัสบาร์ระบายความร้อนด้วยของเหลวที่รองรับกระแสไฟฟ้าได้สูงสุด 5,000 A (Bhargava et al., 2026) Liquid-Cooled Busbar มีความสำคัญต่อแร็กกำลังสูง เนื่องจากความร้อนไม่ได้เกิดจาก GPU เท่านั้น

แต่ยังเกิดจากความต้านทานไฟฟ้าของบัสบาร์ จุดเชื่อมต่อ และอุปกรณ์แปลงกำลัง การนำความร้อนออกจากตัวนำโดยตรงช่วยควบคุมอุณหภูมิ ลดความเสี่ยงของ Hotspot และเพิ่มความสามารถในการส่งกระแสภายในพื้นที่จำกัด อย่างไรก็ตาม ค่าพิกัด 5,000 A ต้องตีความตามระดับแรงดัน ตำแหน่งภายในแร็ก อุณหภูมิออกแบบ และเงื่อนไขการทดสอบของผู้ผลิต ไม่ควรนำไปเทียบโดยตรงกับกระแสของระบบจ่ายไฟ 800 VDC ภายนอกแร็กโดยไม่มีข้อมูลขอบเขตอุปกรณ์

5. การเลือกสารหล่อเย็น

สารหล่อเย็นที่ใช้ในระบบขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของผู้ผลิตอุปกรณ์ สภาพแวดล้อม และการออกแบบศูนย์ข้อมูล โดยตัวเลือกสำคัญประกอบด้วยน้ำปราศจากไอออนหรือ De-ionized Water และสารละลายโพรพิลีนไกลคอลความเข้มข้นประมาณ 25% หรือ PG25 น้ำปราศจากไอออนมีสมบัติการถ่ายเทความร้อนที่ดีและมีความหนืดต่ำ แต่ต้องควบคุมคุณภาพน้ำ ค่าการนำไฟฟ้า การกัดกร่อน และการปนเปื้อนอย่างต่อเนื่อง

ส่วน PG25 ช่วยลดความเสี่ยงจากการแข็งตัวและสนับสนุนการควบคุมการกัดกร่อน แต่มีความหนืดสูงกว่าและมีความสามารถในการถ่ายเทความร้อนต่ำกว่าน้ำบริสุทธิ์ จึงอาจเพิ่มกำลังสูบและต้องพิจารณาการลดพิกัดการถ่ายเทความร้อน

NVIDIA ระบุว่า PG25 สามารถใช้งานในระบบวงจรปิดได้นานถึงประมาณ 10 ปีโดยต้องการการบำรุงรักษาของเหลวเพียงเล็กน้อย (Bhargava et al., 2026) แต่ระยะเวลาการใช้งานจริงยังขึ้นอยู่กับคุณภาพสารเติมแต่ง อุณหภูมิ อัตราการเติมออกซิเจน วัสดุของระบบ ค่า pH การปนเปื้อน และแผนตรวจวิเคราะห์ของเหลว จึงควรกำหนดการเก็บตัวอย่างและตรวจสอบคุณภาพสารหล่อเย็นเป็นระยะตลอดอายุระบบ

6. นัยสำคัญต่อการออกแบบ AI Data Center

สถาปัตยกรรมระบายความร้อนของ NVIDIA MGX แสดงให้เห็นว่าการออกแบบ AI Data Center รุ่นใหม่ต้องพิจารณาระบบไฟฟ้าและระบบทำความเย็นร่วมกัน ไม่สามารถแยกออกจากกันเหมือนศูนย์ข้อมูลแบบดั้งเดิมได้ การรับน้ำขาเข้าที่ 45°C ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงควบคุมอุณหภูมิของ GPU แต่ยังเป็นกลยุทธ์เพิ่มจำนวนชั่วโมง Free Cooling ลดพลังงานของคอมเพรสเซอร์ ลด PUE และเปลี่ยน Capacity ของระบบไฟฟ้าจากภาระสนับสนุนไปเป็นกำลังประมวลผล

สำหรับประเทศไทย ระบบดังกล่าวมีศักยภาพลดการใช้น้ำเมื่อใช้วงจรปิดร่วมกับ Dry Cooler แต่การบรรลุ Full Free Cooling ตลอดทั้งปีอาจถูกจำกัดด้วยอุณหภูมิอากาศและความชื้นสูง ดังนั้น รูปแบบที่เหมาะสมอาจเป็นระบบ Hybrid ซึ่งใช้ Dry Cooler เป็นฐาน เสริมด้วย Adiabatic Cooling หรือ Chiller เฉพาะช่วงที่สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย

การประเมินควรใช้ตัวชี้วัดร่วมกัน ได้แก่ PUE, Water Usage Effectiveness, Cooling System Efficiency, จำนวนชั่วโมง Free Cooling และปริมาณ Token หรือ Compute Output ต่อหน่วยพลังงาน

โดยสรุป น้ำหล่อเย็นขาเข้าที่ 45°C เป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยนระบบระบายความร้อนจากภาระพลังงานให้กลายเป็นเครื่องมือเพิ่ม Compute Capacity อย่างไรก็ตาม ผลประหยัดสูงสุด 10% ต้องผ่านการจำลองแบบรายสถานที่และการตรวจสอบด้วยข้อมูลการทำงานจริงก่อนนำไปใช้เป็นเกณฑ์ออกแบบหรือประมาณการผลตอบแทนการลงทุน

เอกสารอ้างอิง
Bhargava, R., Allison, T., & Petty, H. (2026, March 16). NVIDIA Vera Rubin POD: Seven chips, five rack-scale systems, one AI supercomputer. NVIDIA Technical Blog. https://developer.nvidia.com/blog/nvidia-vera-rubin-pod-seven-chips-five-rack-scale-systems-one-ai-supercomputer/