
เมื่อกวางสีก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลาง การเชื่อมโยงจีน-อาเซียน (3)
เมื่อกวางสีก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลาง การเชื่อมโยงจีน-อาเซียน (3) : คอลัมน์มังกรกระพือปีก โดย...ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร อุปนายกและเลขาธิการสมาคมส่งเสริมการลงทุนและการค้าไทย-จีน หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4234
KEY
POINTS
- กวางสีเป็นที่ตั้งของแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกอย่างกุ้ยหลินและนาขั้นบันไดหลงจี้ ซึ่งเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวและสร้างการเชื่อมโยงทางวัฒนธรรม
- กวางสีถูกวางตำแหน่งให้เป็น “ประตูสู่การศึกษาและนวัตกรรมแห่งอาเซียน” โดยมีสถาบันการศึกษาจำนวนมากและให้ทุนเพื่อดึงดูดนักศึกษาจากอาเซียน
- รัฐบาลจีนได้ยกระดับกวางสีสู่การเป็น “ศูนย์กลางการเชื่อมโยงเชิงยุทธศาสตร์” โดยเป็นเจ้าภาพจัดงานแสดงสินค้า China-ASEAN EXPO (CAEXPO) เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางการค้าและการลงทุน
ในด้านการท่องเที่ยว นอกเหนือจากนครหนานหนิง ที่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของมณฑลแล้ว กวางสียังมีแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังอย่างกุ้ยหลิน (Guilin) ที่ตั้งอยู่ด้านซีกตะวันออกเฉียงเหนือของมณฑล อยู่ห่างจากหนานหนิงราว 380 กิโลเมตร และมีรถไฟความเร็วสูงวิ่งให้บริการแล้วในปัจจุบัน
กุ้ยหลินมีชื่อเสียงในเรื่องทัศนียภาพอันงดงาม ที่เกิดจากการกัดกร่อนหินปูนจากน้ำใต้ดินบนเทือกเขาหินปูน (Karst) ที่ตั้งตระหง่านริมสองฝั่งแม่น้ำ “หลีเจียง” (Li Jiang) ที่คดเคี้ยวและทอดยาวกว่า 160 กิโลเมตร ทำให้เกิดวิวทิวทัศน์ที่ไม่ซ้ำแบบ เกิดเป็นแรงบันดาลใจในหมู่กวีจีน จนมีคำกล่าวโบราณที่พูดต่อๆ กับมาว่า “ผืนน้ำและขุนเขาแห่กุ้ยหลินเป็นหนึ่งในใต้หล้า” หากท่านนึกภาพไม่ออกว่างดงามเพียงใด ก็หยิบธนบัตร 20 หยวนของจีนมาพลิกดูกันครับ
อีกจุดท่องเที่ยวในกุ้ยหลิน ที่ไม่ควรพลาดก็ได้แก่ “นาขั้นบันไดหลงจี้” (Longji Rice Terraces) นับแต่สมัยราชวงศ์หมิงและชิง ชาวจ้วงและชาวเหยาได้ต่อสู้กับข้อจำกัดทางธรรมชาติ เพื่อความอยู่รอดด้วยการทำนาตามไหล่เขา เมื่อเวลาผ่านไป แปลงนาขั้นบันไดเหล่านี้ กลายเป็นความงดงามที่ถูกเผยโฉมสู่สายตาของชาวโลก จนถือเป็นหนึ่งในนาขั้นบันไดที่สวยงามและมีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก
ด้วยแนวคิดในการพัฒนาพื้นที่ชนบท “ธรรมชาติเป็นทุน” ทำให้รัฐบาลและคนท้องถิ่นเปลี่ยน “แปลงนา” เป็น “จุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยว” ที่ทรงคุณค่าในปัจจุบัน บางคนเปรียบเปรยนาขั้นบันใดดังกล่าวว่าเป็นการผสานสิ่งที่ “ธรรมชาติให้มา” และที่ “มนุษย์สร้างขึ้น” ราวกับ “ภาพแกะสลักบนภูเขา” อย่างน่าอัศจรรย์ใจ
โดยมีจุดไฮไลต์สำคัญ อาทิ ทุ่งนาสันหลังมังกร (Dragon’s Backbone) ที่เป็นนาขั้นบันไดบนแนวทิวเขาที่สลับซับซ้อน มองดูคล้ายเกล็ดและสันหลังของมังกรที่เลื้อยผ่านเทือกเขา หรือไปจินตนาการที่หมู่บ้านผิงอัน (Ping An Village) กับ “7 ดวงจันทร์ล้อมดาว” และ “9 พญามังกรลงทะเล” และหมู่บ้านต้าไจ้ (Dazhai Village) ที่มีความเป็นธรรมชาติและบริการกระเช้าลอยฟ้าขึ้นไปยัง “ยอดเขาพระพุทธรูปทองคำ” (Golden Buddha Peak)
นอกจากนี้ ทัศนียภาพดังกล่าว ยังเปลี่ยนแปลงและมอบประสบการณ์ที่พิเศษสุดแตกต่างกันในแต่ละฤดูกาล ดังนั้น หากท่านผู้อ่านไปเยือนกุ้ยหลินก็ไม่ควรพลาดโอกาสในการล่องเรือ หรือ แพไม้ไผ่ และเดินเขาชื่นชมวิวและสถานที่ท่องเที่ยวสุดพิเศษดังกล่าวกันนะครับ
ในด้านการศึกษา กวางสีมีมหาวิทยาลัยเป็นจำนวนมาก อาทิ มหาวิทยาลัยกวางสี (University of Guangxi) ที่เป็นสถาบันการศึกษาในโครงการ 211 ของจีน และโดดเด่นในสาขาวิชาด้านวิศวกรรมศาสตร์ เกษตรศาสตร์ และเศรษฐศาสตร์การค้าอาเซียน และมหาวิทยาลัยครูกวางสี (Guangxi Normal University) ที่ตั้งอยู่ในกุ้ยหลิน มีชื่อเสียงในด้านภาษาและวัฒนธรรม รวมทั้งศูนย์การสอนภาษาจีนสำหรับนักศึกษาต่างชาติ
รวมทั้ง มหาวิทยาลัยการแพทย์กวางสี (Guangxi Meical University) โด่งดังในด้านแพทยศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ และศูนย์การแพทย์เฉพาะทางรองรับนักศึกษาต่างชาติ และมหาวิทยาลัยศิลปะกวางสี (Guangxi Arts University) ซึ่งเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนด้านศิลแ ดนตรี และการออกแบบระหว่างจีนกับอาเซียน
นอกจากนี้ กวางสียังให้ความสำคัญกับการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมสายอาชีพ เพื่อป้อนเข้าสู่อุตสาหกรรมการผลิตและบริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านเทคโนโลยีทันสมัย อาทิ ยานยนต์ไฟฟ้า โลจิสติกส์ข้ามพรมแดน เกษตรกรรมสมัยใหม่ และ พลังงานสะอาด โดยมีการจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมวิชาชีพร่วม ภายใต้ภารกิจในการสานต่อความร่วมมือในการผลิตบุคลากรด้านอาชีวะ เพื่อรองรับความต้องการด้านบุคลากรของกิจการในภูมิภาค
โดยที่จีนได้วางตำแหน่งของกวางสีให้เป็น “ประตูสู่การศึกษาและนวัตกรรมแห่งอาเซียน” จึงเป็นแหล่งรวมสถาบันวิจัยที่เกี่ยวข้อง อาทิ ศูนย์อาเซียนศึกษา และการเรียนการสอนภาษาอาเซียนในระดับปริญญาตรีและโทเป็นจำนวนมาก
จึงไม่น่าแปลกในที่กวางสี ถือเป็นมณฑลที่มีจำนวนนักศึกษาจากประเทศในภูมิภาคอาเซียนมากที่สุดในจีน ในปัจจุบัน โดยรัฐบาลท้องถิ่นจัดสรรทุนการศึกษาเฉพาะ เพื่อดึงดูดบุคลากรที่มีศักยภาพสูงจากอาเซียน และเป็นเวทีในการจัดงาน “สัปดาห์ความร่วมมือด้านการศีกษาจีน-อาเซียน” (China-ASEAN Education Cooperation Week) และการประชุมสุดยอดด้านการศึกษาร่วมกับอาเซียนมาอย่างต่อเนื่อง
ด้วยจำนวนสถาบันการศึกษาและความร่วมมือจีน-อาเซียน ทำให้กวางสี มีสัดส่วนของคนหนุ่มสาวของจีนและอาเซียนค่อนข้างมาก ซึ่งอาจเป็นประโยชน์สำหรับสินค้าที่จับตลาดกลุ่มเป้าหมายนี้
นอกจากนี้ กวางสียังขยายความร่วมมือกับหลายประเทศผ่านความเป็น “บ้านพี่เมืองน้อง” (Sister Cities) กับหลายหัวเมืองในต่างประเทศ โดยในส่วนของไทย กวางสีก็เป็นบ้านพี่เมืองน้องกับจังหวัดสุราษฏร์ธานี
หากมองย้อนกลับไป ท่านผู้อ่านที่ไปเยือนกวางสี เมื่อราว 20 ปีก่อนอาจรู้สึกว่า มณฑลแห่งนี้มีโครงสร้างเศรษฐกิจที่พึ่งพิงด้านเกษตรกรรม อุตสาหกรรมพื้นฐาน และการท่องเที่ยวเป็นสำคัญ แต่อาจ “ตกใจ” หากไปเยือนอีกครั้งในระยะหลัง เพราะในช่วงหลายปีหลัง จีนได้เดินหน้า “ปรับโครงสร้าง” และ “ยกระดับ” โครงสร้างเศรษฐกิจจากเดิมไปสู่การเป็น “ศูนย์กลางการเชื่อมโยงเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างจีนกับอาเซียน” โดยดำเนินนโยบายในหลายส่วนเพื่อให้สิ่งเหล่านี้เกิดเป็นรูปธรรม
เริ่มจากการเปลี่ยนผ่านเชิงยุทธศาสตร์ จากเมืองชายแดนสู่ประตูอาเซียน การได้รับ “ไฟเขียว” จากรัฐบาลกลางให้เป็น “สะพาน” แห่งแรกในการเชื่อมกับภูมิภาคอาเซียน เมื่อกว่า 20 ปีก่อน ทำให้กวางสีได้รับมอบหมายให้เป็นเจ้าภาพจัดงานแสดงสินค้า China-ASEAN EXPO (CAEXPO) ณ นครหนานหนิง (Nanning) ทำให้กวางสีเป็นเวทีความร่วมมือทางการค้าและการลงทุนระดับพหุภาคีระหว่างจีนและประเทศในภูมิภาคอาเซียนมาอย่างต่อเนื่อง
โดยปี 2026 นับเป็นการจัดงานครั้งที่ 23 เข้าให้แล้ว และปีนี้มีกิจกรรม “การนัดหมายเจรจาการค้า” ขึ้นเป็นพิเศษตามแคมเปญ “Export to China” ที่รัฐบาลจีนโดยกระทรวงพาณิชย์ ที่ประกาศไว้นับแต่ปลายปี 2025 และเป็นแกนหลักในการดำเนินงานเพื่อสนับสนุนการส่งออกของนานาประเทศเข้าสู่ตลาดจีน
อ่านต่อตอนหน้าครับ ...
คอลัมน์มังกรกระพือปีก โดย...ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร อุปนายกและเลขาธิการสมาคมส่งเสริมการลงทุนและการค้าไทย-จีน หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4234






