thansettakij
thansettakij
พระบฏ มันดาลา ครูบาขาวปี

พระบฏ มันดาลา ครูบาขาวปี

พระบฏ มันดาลา ครูบาขาวปี คอลัมน์ Cat out of the box โดย พีรภัทร์ เกียรติภิญโญ

KEY

POINTS

  • เหตุเพลิงไหม้วิหารลายคำที่วัดแสงแก้วโพธิญาณถูกเชื่อมโยงกับแนวคิดเรื่องความไม่เที่ยง ผ่านศิลปะมันดาลาของทิเบตและภูฏานที่สร้างขึ้นอย่างประณีตแล้วทำลายลง เพื่อสะท้อนการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปของสรรพสิ่ง
  • ภาพพระบฏหรือทังก้าถูกใช้ในพิธีเลี้ยงผีปู่ย่าแสะของล้านนา โดยแขวนภาพพระพุทธเจ้าบนต้นไม้ให้เคลื่อนไหวตามลม เพื่อแสดงการคุ้มครองและย้ำสัญญาระหว่างผีบรรพชนกับพระพุทธศาสนา
  • แนวคิดพระโพธิสัตว์ในล้านนาส่งอิทธิพลต่อพระสงฆ์สายเหนือให้ทำงานสาธารณประโยชน์ เช่น สร้างถนน สะพาน และบูรณะวัด จนเกิดศรัทธาจากประชาชน และมีบทบาทสำคัญผ่านครูบาศรีวิชัยและครูบาขาวปี รวมถึงเครือข่ายศรัทธาจากสิบสองปันนาและล้านนา

สัปดาห์นี้เดินทางขึ้นเหนือกันอีกสักเที่ยวครับคุณผู้อ่าน บนถนนหนทางซุปเปอร์ไฮเวย์ จากอ่างทองไปสิงห์บุรี ชัยนาท คืนนี้ หมายใจว่าจะทะลุเมืองตากไปเมืองเถิน แม่พริก ข้ามไปสบปราบ ขุนตาล เลาะเลี้ยวเข้าสารภีให้ทันค่ำที่ในเวียงเชียงใหม่ พำนักพักแรมสักคืนให้ได้กำลังวังชาคืนมา เช้ามาค่อยออกเดินทางไปอย่างที่เรียกกันว่าแสวงบุญ โดยปลายทางที่อำเภอแม่สรวยจังหวัดเชียงรายมุ่งหมายเจตนาไปเยี่ยมฟังข่าวหาทางเข้าสนับสนุนเป็นส่วนบุญร่วมกุศล

พระบฏ มันดาลา ครูบาขาวปี

ในกรณีที่เกิดเหตุเพลิงไหม้วิหารลาย(ทอง)คำที่วัดแสงแก้วโพธิญาณในความดูแล ของท่านเจ้าคุณพระภาวนารัตนญาณ วิ. (ครูบาอริยะชาติ อริยะจิตโต) ไปเมื่อปีกลายในจังหวะคราวนั้นครูบาไม่อยู่ที่วัดติดกิจนิมนต์ไปเมืองนอกก็อันเหตุร้ายเภทภัยมาไหม้ผลาญศิลปะศาสนสถานท่านสร้างไว้สวยงามมลายสูญ ซึ่งว่าไปแล้ว ก็จริงอยู่ที่ว่าตัวอาคารวิหารนี้สร้างขึ้นได้ไม่นาน ไม่ใช่ของโบราณแม้ว่าบนพื้นที่ปลูกสร้างจะเคยเป็นศาสนสถานโบราณมาก่อนหรือไม่ ก็มิทราบได้แต่ว่าศิลปะการก่อสร้าง ที่ทำโดยตั้งใจ ใส่รายละเอียดสร้างสรรค์ก็มอดสลายไปในกองเพลิง

ศาสนิกชนผู้เคยร่วมบุญศรัทธาพากันเสียใจจนมาถึงวันหนึ่งก็เข้าใจความเป็นไปของโลกว่ามันเกิดขึ้นตั้งอยู่_ดับไปเปนเรื่องธรรมดาต้องมีสติรับมือ ส่วนการดับที่ว่านี้นั้น มันจะเป็นอุบัติภัยหรือเป็นเหตุอายุขัยเวลาของมันเองก็อีกประเด็นหนึ่ง

ซึ่งอันว่าการสูญ การสลายหายดับไปของของที่อุตส่าห์ทำไว้สวยงามนี้ก็ทำให้นึกมองไปถึงศิลปะ การสร้างรูปสวยงามของสายธิเบตภูฏานที่เรียกกันว่าภาพมันดาลา ซึ่งมักจะใช้ทรายหลากสีหรือของที่มีขนาดเล็กอย่างเมล็ดธัญพืช มาจัดเรียงจัดวางให้เกิดเป็นงานศิลปะเชิงศาสนา

ซึ่งเมื่อเขาสร้างสรรค์กันเสร็จขึ้นมาแล้วในเวลาไม่นานก็จะลบทิ้งหรือทำลาย ลงเพื่อให้สะท้อนถึงการเป็นไปของสภาวะธรรม การเกิดขึ้น ตั้งอยู่และ ดับไปดังกล่าว จนซาบซึ้งและเห็นเปนเรื่องปกติ ไม่มีต้องยึดมั่นถือมั่น หลายคราวท่านศิลปิน (ส่วนมาเปนพระ) ใช้พื้นที่ลานกว้างขนาดใหญ่ขนาดสนามเล่นเปตองซักสองสนามมาทำการสร้างภาพศิลปะมันดาลาอดทนทำมาเป็นเวลาแรมเดือน จนสำเร็จสวยงามอลังการ ผู้คนพากันมาชื่นชมความสวยงามได้ไม่นานก็ต้องลบทำลายตามกติกา

ฝ่ายเรามองไปแล้วก็รู้สึกว่าน่าเสียดายนะ แต่ฝ่ายเขาคุ้นเคยกับสภาวะธรรมอยู่เองเขาก็บอกว่า เขาก็เสียดายเหมือนกัน แต่ไม่เป็นไรมีเวลาก็ทำใหม่หรือถ้ามันไม่มีเวลากำลังไม่มีปัจจัยก็ปลงซะ เพราะของงามมันก็ดับไปได้ด้วยประการฉะนี้ (ทีของไม่งามดับสูญไปไม่เห็นมีใครว่าอะไร)

ภาพมันดาลานี้บางทีชาวตะวันตกที่นิยมงานศิลปะจะสับสนกันกับภาพทังก้า ภาพทังก้าในสายไทยๆนั้นน่าจะตรงกับภาษาไทยว่าภาพพระบฏก็คือภาพพระที่สร้างขึ้นบนแผ่นผ้าแล้วก็ใช้แขวน (ปฏ แปลว่า ผ้า) ประโยชน์ของภาพพระบฏนั้นอย่างน้อยยังมีปรากฏใช้พิธีการเลี้ยงผีปู่ย่าแสะของทางดงดอยในเมืองเหนือ

ซึ่งพิธีนี้ถือเป็นการย้อนตำนานของวันเวลาว่าเมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้าท่านเสด็จเลียบโลกมาถึงบริเวณดอยแถบเชียงใหม่เวลานี้ ตอนนั้นผู้คนยังไม่พบพระศาสนา ก็ให้ความนับถือคุณปู่คุณย่าซึ่งเป็นยักษ์กินเนื้อวัวเนื้อควายเป็นตัวๆ (แล้วก็กินคนด้วย) ซึ่งเป็นความนับถือเชิงหวาดระแวงนิดหน่อย คือกลัวการถูกลงโทษจากคุณปู่และคุณย่าเพราะท่านมีอำนาจเหนือมากกว่าตน (ในการจัดระเบียบกิจกรรมทางสังคม) และในการลงโทษนั้นอาจจะหนักหนาไปถึงการถูกกินด้วย

ทางคณะบนดอยเมื่อได้ฟังพระธรรมคำสอนแล้วก็วิรัติสมาทานหาทางงดปริมาณรับประทานของสดคาวลงให้เหลือนานนานครั้งด้วยความที่ปู่และย่ากำเนิดมาเป็นยักษ์ท่านก็ต้องกินของท่านบ้างพอเป็นพิธี genetic แต่ท่านก็เกรงใจในบารมีของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นอย่างมากเมื่อถึงรอบการจัดงานประเพณีเป็นเรื่องที่ลูกหลาน มาหามาสู่อย่างว่ารดน้ำดำหัวก็จะจะต้องมีการล้มวัวล้มควาย มาเลี้ยงท่านตามอย่างการเอาใจใส่ดูแลผู้ใหญ่ที่ดี นัยยะว่าลดการรับประทานเนื้อสัตว์คาวทุกวันให้เหลือเพียงปีละหนึ่งครั้งครั้งละหนึ่งตัวก็น่าจะพอเหมาะตามสัจจะตกลงกันไว้ จังหวะเหมาะเวลาดีผีคุณปู่คุณย่าก็จะลงทรง แล้วรับประทานทั้งเลือดทั้งเนื้อของสัตว์สังเวย

ในงานนี้เขาก็จะต้องมีการเชิญภาพพระบฏ ผืนโตรูปพระบรมศาสดาทรงยืนไปแขวนไว้บนกิ่งไม้ของต้นไม้ขนาดใหญ่เมื่อลมพัดมาภาพพระบฏนี้ก็สั่นไหวแลละม้ายคล้ายว่า พระพุทธองค์ได้เสด็จมาในงานและเคลื่อนไหวได้อย่างมีชีวิตคุณปู่คุณย่าผู้ซึ่ง อาจจะมีความแคลงใจอยู่ว่าพระพุทธเจ้ายังอยู่หรือไม่

เมื่อใดเห็นภาพการเคลื่อนไหวอันนี้แล้วก็รู้สึกว่าท่านไม่ได้ไปไหนห่างไกลยังเสด็จอยู่ ข้อที่ท่านปู่และย่าจะต้องสำรวมระวังไม่ทำอิทธฤทธิ์ในทางร้ายให้มาก ท่านก็จะได้สำรวมไว้ และยังคงต้องรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับพระพุทธองค์อย่างมั่นคงแน่ชัดเปลี่ยนแปลงไม่ได้

อย่างนี้คือประโยชน์ของงานศิลปะซึ่งสร้างโดยวัตถุที่พลิ้วไหวแขวนได้ อย่างภาพพระบฏหรือทังก้า ในวัฒนธรรมพื้นบ้านและชีวิตจริงที่นอกจากจะสวยงามภาพลักษณ์แล้วยังเปี่ยมไปด้วยพื้นฐานเชิงตำนานและการพึ่งพางานศิลปะในชีวิตชีวิตประจำวัน เรื่องของการทำเรื่องของการทำภาพทัั้งทังก้าและแมนดารา หากว่ามองดูจากความคล้ายคลึงกันแล้ว

ถ้าเชื่อกันว่าฝ่ายพม่าหรือฝ่ายจีนตอนใต้มีอารยธรรมหรือประชากรทั้งหลายหลั่งไหลลงมา จากพื้นที่เหนือขึ้นไปบนดินแดนหลังคาโลกอย่างทิเบต จนเข้าในเขตพม่าตั้งแต่อาณาจักรพะยูก็เป็นธรรมดาอยู่เองที่ลัทธิความเชื่อถือความนิยมจะมีลักษณะสอดคล้องกันแล้วก็ให้ไปๆมาๆผู้นำ ในทางสังคมก็มีลักษณะเป็นพระสงฆ์บริหารกิจการสังคมและแผ่นดิน อันเปนคนละอย่างคนละประเพณี กับพระสงฆ์ฝ่ายบ้านเรา ที่เน้นต้องสละละทางโลกมุ่งหน้าปฏิบัติไปหาแดนนิพพาน

วัตรปฏิบัติที่สืบต่อกันมาแต่ในดินแดนทางเหนือล้านนาซึ่งครั้งหนึ่งเขาก็เคยเป็นเอกราชของเขาเองแม้จะถูกเข้าครอบครองโดยฝ่ายพม่ารามัญมาเป็น 100 ปีบ้างก็ตามจึงไม่ค่อยเหมือนกันกับทางภาคกลางทางอยุธยารัตนโกสินทร์และจะให้เหมือนกันคงเป็นไปได้ยาก เช่นฝ่ายทางบ้านเรานั้นภิกษุไม่มีอาภรณ์สวมที่หัว จำเป็นต้องโกนให้โล้นเกลี้ยงอย่างเดียวแต่บ้านเขาไม่งั้นพอปลงผมแล้วจะมีบ้างและหลายครั้งเมื่อข้ามเข้าไปในเขต 12 ปันนาภิกษุสวมศิราภรณ์หรือเครื่องประดับศีรษะอย่างใหญ่โต บางอย่างนั้นก็เป็นโลหะมีค่าอย่างว่ามงกุฎทองคำด้วยซ้ำไปอันนี้ถ้าได้จำลองดูตามภาพของความนับถือฝ่ายพระโพธิสัตว์ทางฝ่ายทิเบตล่องลงมาก็จะเห็นว่า เครื่องศิราภรณ์ประดับศีรษะของท่านเหล่านั้นมีอยู่ไม่ว่าจะเป็นพระวัชรปราณีโพธิสัตว์หรือพระโพธิสัตว์อื่นอื่นซึ่งมีอยู่มากมาย ฝ่ายพระสงฆ์ทางนั้นก็สวมระดับศีรษะด้วยคล้ายกับเครื่องแบบ

ซึ่งอันว่าวิถีปฏิบัติในเชิงโพธิสัตว์ที่สั่งสมแนบแน่นในวัฒนธรรมแต่ไหนแต่ไรมานี่เองน่าเชื่อว่าเปนกำลัง หนุุนให้พระสงฆ์ในดินแดนเหนือ ยึดถือเป็นแนวทางในการครองสมณเพศ หมายความว่าการโปรดสัตว์หรือปลดสัตว์ ออกจากทุกข์เป็นภารกิจของพระ แต่งานปลดนี้นั้นนิยามกว้างขวางมาก ความทุกข์นี้ไม่ใช่ความทุกข์เชิงเดี่ยวว่าผู้คนหนึ่งคนจะหลุดพ้นการเวียนว่ายตายเกิดไปได้อย่างไรแต่เป็นความทุกข์เชิงรวมของผู้คนซึ่งยังติดข้องอยู่ในการวนเวียนของวัฏสงสารความทุกข์เช่นว่าไม่มีสะพานจะข้ามน้ำ

คนเป็นพระที่ถือแนวทางฝ่ายโพธิสัตว์ก็หาทางเข้าช่วยจะสร้างเรือให้ก็ตามจะทำสะพานให้ก็ตามถือเป็นหน้าที่สะพานนั้นทำโดยปัจจัยสะตุ้งสะตางค์มีน้อยก็ใช้ไม้ไผ่ขัดแตะสานกันซะก็เอาแค่พอข้ามทางได้ไม่ลำบากเฉอะแฉะ เมื่อหาผู้ร่วมอุดมการณ์เดียวกันได้บางคนช่วยด้วยเงินบางคนช่วยด้วยแรงบางคนหุงข้าวหาปลาทำอาหารมาช่วยคนมีแรงบางคนคิดออกแบบก็จะได้สะพานใหญ่สะพานมั่นคงสะพานไม้ต่อไปถึงสะพานคอนกรีตขึ้นมาอย่างนี้ภาครัฐที่เขาถือหลักสมัยใหม่ก็มีความไม่สบายใจว่าบทบาทหน้าที่ล่วงล้ำก้ำเข้ามาในเขตงาน อาจจะดึงศรัทธาของประชาชนไปสู่ ฝ่ายความมั่นคงก็จะหาว่าเตรียมก่อกบฏกัน บังเกิดความหวาดระแวงสงสัยสร้างความไม่มั่นใจเพราะว่าความคิดหรือกรอบความคิดไม่เหมือนกันและในอดีตก็มีมาแล้วที่ประดาพระสงฆ์องคเจ้าตั้งตนเป็นใหญ่อย่างเช่นกรณีเจ้าพระฝางในเมืองไทย ส่วนองค์ดาไลลามะหรือฝ่ายภูฏานนั้นแต่เดิมที่พระเป็นหัวหน้ารัฐบาลอยู่แล้วไม่มีปัญหาถึงความแปลกแตกต่าง

ตำนานเรื่องหนึ่งที่ซาบซึ้งกันดีคือกรณีของครูบาศรีวิชัยซึ่งท่านถือกำเนิดมาในบริเวณจังหวัดลำพูนโดยสืบเชื้อสายเจ้านายเมืองเหนือมาทางมารดาเมื่อกำเนิดมาก็ยากจนข้นแค้น แต่ถือวัตรปฏิบัติเยี่ยงพระโพธิสัตว์ถึงจุดหนึ่งท่านนำคณะผู้มีศรัทธาออกบูรณะปฏิสังขรณ์วัดวาอารามแล้วก็การสร้างสาธารณูปโภคตัดถนนธรรมสะพานไปที่ใดผู้คนก็กราบไหว้นับถือฮือมาเข้าร่วมร่วมกันกับท่านอย่างมากมาย

มุมของสายที่เป็นอำนาจรัก็มีความกังวลใจทางฝ่ายรัฐบาลภาคกลางซึ่งถืออำนาจอยู่ก็เห็นว่าเป็นเรื่องล่อแหลมอาจจะเกิดภัยทางความมั่นคงขึ้นได้ซึ่งเป็นภัยทั้งทางความมั่นคงของพระศาสนาแบบเถรวาทและเป็นภัยทั้งความมั่นคงทางการเมืองได้ด้วย

ครูบาจึงต้องถูกสอบสวนด้วยเหตุอธิกรณ์หลายครั้ง ทั้งจากข้าราชการท้องถิ่นและจากข้าราชการในส่วนกลางหลายครั้งต้องถูกนิมนต์ลงมาอยู่ในวัดเบญจมบพิตรซึ่งเป็นที่จำกัด กลางกรุงเทพมหานครกว่าจะพิสูจน์เรื่องราวต่างๆถึงความเหมาะควรของสมณเพศและความเป็นไปตามพระธรรมวินัยได้แล้วกลับขึ้นสู่เมืองเหนือก็มีปัญหาและอุปสรรคต่างๆ มาปะทะคล้ายกับคอยทดสอบท่านอยู่ตลอดเวลา ฝ่ายครูบาเองนั้น โดยเนื้อแท้ท่านมีจิตใจในทางพระโพธิสัตว์แม้ว่าหลวงปู่มั่นซึ่งท่านเป็นพระอาจารย์ใหญ่ฝ่ายกรรมฐานท่านได้จาริกขึ้นไปปฏิบัติบำเพ็ญที่เชียงใหม่จนบรรลุธรรมที่นั่นได้พบปะกันมีความสนิทสนมนับถือหลวงปู่ได้เรียนครูบาหาทางเชิญชวนให้ท่านย้ายแนวทางปฏิบัติมาทำการพระนิพพานให้แจ้ง ปรากฏเป็นหลักฐานการพูดจาของทั้งสองท่านแพร่หลายทั่วไปครูบานับถือหลวงปู่มั่นทั้งอาวุโสและฐานะอย่างพี่

ท่านกราบเรียนด้วยความสุภาพถ่อมตัวว่าจิตใจของท่านมาทางสายพระโพธิสัตว์นี้เสียแล้วและได้รับคำพยากรณ์ในลักษณะพุทธทำนายว่าอนาคตการต่อไปไปนั้นท่านจะต้องไปทำหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่ในลักษณะการเป็นพุทธภูมิปรารถนา ท่านยังไม่อาจหักล้างคำพยากรณ์และเส้นทางใหญ่ดังกล่าวนี้ได้แม้ว่าท่านจะเคารพนับถือ หลวงปู่มั่นมากก็ขอกราบแล้วก็ขอความเมตตาหลวงปู่มั่นอย่าได้โกรธเคืองท่านเลย ของดโทษแก่ท่านด้วยในการที่ท่านได้ปฏิเสธดังกล่าวนี้

ทีมงานของครูบาศรีวิชัยนั้นก็ถูกสอบอธิกรณ์ไปด้วยเช่นกัน ด้วยความขยันขันแข็งในการทำงานซึ่งมีผู้ศรัทธาเข้าร่วมเป็นจำนวนมากก็ทำให้ถูกเพ่งเล็งเป็นธรรมดาท่านผู้นี้คือครูบาอภิชัยขาวปี ที่ผู้คนสมัยนี้กล่าวกันว่าเป็นมือขวาของครูบาศรีวิชัย

ท่านกำเนิดมาชื่อว่าเด็กชายปีมีความสนใจในการปฏิบัติตั้งแต่เด็กเมื่ออยู่ติดตามครูบาแล้วเป็นกำลังสำคัญในหลายเรื่อง เมื่อมีปัญหาอธิกรณ์ หรือมีคำสั่งจากคณะสงฆ์ท่านได้ สึกจากสมณเพศมากกว่าหนึ่งครั้งเมื่อกลับมาบวชแล้วไม่เป็นที่สบายใจของฝ่ายบ้านเมืองในเวลานั้นมากเข้าท่านก็เลยนุ่งห่มผ้าขาวเอาแทนกลายเป็นที่มาของผู้คนว่าครูบาขาว(ปี)

รูปเคารพของท่านมักสร้างอยู่ในพื้นที่ศาสนและสาธารณสถานในยุคหลังของทางเมืองเหนือควบคู่ไปกับครูบาไชยะวงศาพัฒนาซึ่งเป็นผู้ช่วยมือซ้ายของครูบาศรีวิชัย โดยมีรูปครูบาศรีวิชัยเป็นประธานอย่างเช่นที่วัดแสงแก้วโพธิญาณในความดูแลของครูบาอารยชาติแห่งนี้

พระบฏ มันดาลา ครูบาขาวปี

วันนี้พี่น้องศาสนิกชนจาก สิบสองปันนาพากันมาเข้าวัดทำบุญโดยเหมารถทัวร์รถตู้กันมาเป็นจำนวนมากเกือบ 400 คนเต็มพื้นที่ศาลาอเนกประสงค์เขาพากันมาถวายพระไตรปิฎกให้กับคณะสงฆ์ซึ่งเป็นคณะนักศึกษา คณะผู้แสวงบุญจาก 12 ปันนาซึ่งประกอบไปด้วยไทเขินไทลื้อ และไทอื่นๆอีกมากหลายคนนุ่งขาวแต่หลายคนก็ใส่ชุดประจำ ชาติกางเกงสีเนื้อเสื้อแขนยาวกระดุมป้ายผ้าโพกไม่ใส่เพราะว่าเข้าเขตประเทศไทยก็ลดรูปลงหน่อยคณะศรัทธากลุ่มสี่ร้อย คนนี้จะเดินทางไปต่อจังหวัดพะเยาไปต่อยังลำพูนต่อไปใช้เวลาเดินทางทั้งคณะว่ากันว่าประมาณเจ็ดวัน แลดูสวยงามน่าชื่นชมน่าอนุโมทนา

เช้าวันรุ่งขึ้นยังพบกับบางส่วน ของคณะนี้ที่เป็นทางเป็นกลุ่มเล็กรับประทานอาหารไทใหญ่ กันที่ร้านอาหารไทใหญ่ใกล้สนามบินเชียงใหม่ในบริเวณศูนย์วัฒนธรรมเดิมซึ่งมีของกินของอร่อยของพวกเขาอยู่มากมายร้านก็ทำสวยงามสะอาดตาเช้าเช้ามาเปิดเทปเสียงสวดมนต์ก่อนเปิดเพลงทีหลัง

บ่ายวันนั้นพบครูบาอาริยะชาติ

ท่านเสร็จจากงานนั้นแล้วได้น้อมนำเอาเทียนพรรษาลายก้านแย่งจากขี้ผึ้งขาวบริสุทธิ์ถวายเป็นเครื่องประทานฝ่ายไทยธรรม ท่านก็อนุโมทนายินดีสนทนาธรรมว่าการสร้างภาพลักษณ์นั้นที่มาจะต้องมีอัตลักษณ์เสียก่อนจึงกำเนิดเป็นสัญลักษณ์ขึ้นมาได้ทั้งหมดทั้งปวง ฯลฯ ค่อนข้าง ทันสมัยถูกใจคณะศรัทธาที่เป็นคนรุ่นใหม่ทำธุรกิจ ทันสมัยถูกใจคณะศรัทธาที่เป็นคนรุ่นใหม่ทำธุรกิจค้าขาย

กลับมาถึงกรุงเทพค้นดูรูปเก่าๆ จะเอามาประกอบคอลัมน์ ก่อนจะรับพระราชทานยกขึ้นเป็เจ้าคุณพระ ภาวนารัตนญาณ วิ. วัดแสงแก้วโพธิญาณ แม่สรวย ก็เนืองแน่นผู้คนมาพักหนึ่งแล้ว

พระบฏ มันดาลา ครูบาขาวปี

ท่านเจ้าคุณพระภาวนารัตนญาณ เป็นพระหนุ่มรูปงาม ทรงวิทยาคุณมาแต่ยังเยาว์ เท่าที่ได้ สัมผัสท่าน ปฏิบัติสำรวมตามแนวครูอาจารย์ ครองจีวรลังกาวงศ์ตามครูอาจารย์ของท่านคราวรับนิมนต์ลงมากรุงเทพฯ ได้ชักยันต์นก ยูงทองอันเป็นยันต์ประจำตัวของท่านให้แก่ลูก ศิษย์บนโต๊ะทำงาน บนกระดานประตู ด้วย กิริยานุ่มนวล เด็ดเดี่ยว ที่อาสนะเก่าของท่านนี้มีนกฮูก อันว่านกฮูกนั้นเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่ง ถึงปัญญา เพราะนกฮูกนั้นมีสายตาพิเศษ มองฝ่าความมืดอาสวะกิเลสค้นพบมรรควิถีบรรลุธรรมได้

ข้างยูงนั้นก็มีศักดิ์สูง เป็นยอดนกในป่า ใน พม่านับถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของเจ้า ความงามและความสว่างหลังอาสนะเป็นไม้สักนกยูงแพน แวดล้อมด้วยพระพุทธรูป พระโพธิสัตว์เทวรูป ธงมนต์แบบวัชรยาน

ในบทสวด 12 ตำนาน ยังมีปริตรหนึ่งกล่าวถึง นกยูงทองครั้งพระพุทธเจ้าเสวยชาติพระ โพธิสัตว์นกยูงทอง เรียก โมระปริตร มีอานุภาพคุ้มครองป้องกันภัยหัวใจคาถาปริตรนี้มีว่า นะโมวิมุตตานัง นะโม วิมมุตติยา - ข้าพเจ้าขอนอบน้อมต่อท่านผู้ สำเร็จ ความนอบน้อมของข้าพเจ้าจงมีต่อวิมุตติธรรม

จากรูปแลเห็นตัวสี่หูห้าตา ตั้งอยู่ปลายเท้าท่าน สวยงามองค์ประกอบปราณีตศิลป์