
ทีมมังกร : ท่านอาจารย์ณรงค์ศักดิ์
ทีมมังกร : ท่านอาจารย์ณรงค์ศักดิ์ คอลัมน์ Cat out of the box โดย พีรภัทร์ เกียรติภิญโญ
KEY
POINTS
- อาจารย์ณรงค์ศักดิ์ คูกิตติรัตน์ หรือ อาจารย์แห้ว เป็นผู้สร้างศาลเจ้าจีนที่บึงจันเสน นครสวรรค์ และเป็นผู้สื่อสารกับเซียนมังกรเพื่อช่วยเหลือผู้คน
- ท่านมีความสามารถพิเศษในการมองเห็นอดีตชาติและสายใยแห่งกรรมของผู้คน โดยสามารถบอกเล่าเรื่องราวในอดีตที่เป็นความลับของผู้มาขอความช่วยเหลือได้อย่างแม่นยำ
- จุดเริ่มต้นของท่านมาจากการท้าทายสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ ศาลไม้เก่าจนได้พบกับองค์เทพ และได้เริ่มบูรณะศาลเจ้าด้วยเงินส่วนตัวเพียง 3,000 บาท
สัปดาห์ก่อนได้ใช้พื้นที่เขียนบอกเล่าคุณผู้อ่านไว้เกี่ยวกับเรื่องของทีมมังกรฝ่ายท่านอาจารย์ณรงค์ศักดิ์ คูกิตติรัตน์ ผู้ซึ่งสร้างศาลเจ้าจีนขนาดใหญ่โตอยู่บริเวณบึงจันเสนเมืองเก่าจันเสน เขตอำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ว่าที่บริเวณนั้นก็เป็นที่มังกรเช่นกัน
(อยู่ตรงบริเวณหลังวัดจันเสนของหลวงพ่อโอด วัดจันทร์เสนผู้ลือนาม และวัดนี้มีพระมหาธาตุเจดีย์ที่สวยงามกะทัดรัดได้สัดส่วนไทยงดงามอย่างยิ่ง ออกแบบโดยท่านศิลปินแห่งชาติศาสตราจารย์วนิดา พึ่งสุนทร หมายใจว่าให้เป็นสัญลักษณ์ของเมืองโบราณสมัยทวารวดีอายุเก่าแก่กว่า 2,000 ปี ชั้นล่างเป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงโบราณวัตถุที่ขุดค้นพบในพื้นที่ รวบรวมโบราณวัตถุยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายและทวารวดี เช่น พระพิมพ์, ตุ๊กตา, ตะเกียงดินเผา, ฐานบัว, และธรรมจักร
เปิดให้เข้าชมวันพุธ-อาทิตย์ เวลา 09.00-16.00 น. ไม่เสียค่าเข้าชม ชื่อทางการว่า พระมหาธาตุเจดีย์ศรีจันเสน สร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2534 ด้วยศิลปะแบบทวารวดีตอนต้นยอดเจดีย์ทรงระฆังคว่ำ โดยเมืองโบราณจันเสนนี้ ตั้งอยู่บนพื้นที่คูน้ำคันดินรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่เป็นร่องรอยชุมชนโบราณ ตรงนั้น) และผู้ที่สื่อสารหรือเชื่อมโยงกับท่านเซียนมังกรผู้ปรากฏตัวออกให้การสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้คนคืออาจารย์ณรงค์ศักดิ์ หรืออาจารย์แห้วผู้นี้ ตลอดระยะเวลาเป็น 10 ปี 20 ปีมีผู้คนมากหน้าหลายตามาขอความอนุเคราะห์ช่วยเหลือจากท่านในสิ่งที่วิทยาศาสตร์ทั่วไปมองไม่เห็น ได้ผลเป็นที่น่าพอใจในความปรารถนาดีของท่านทุกภาคส่วน
ตัวท่านอาจารย์ณรงค์ศักดิ์นั้นเดิมชื่อหมู แต่เพื่อนเพื่อนชอบแกล้งแซวกันว่า แห้ว เป็นฉายาในเวลาไปโรงเรียนของหมู่วัยรุ่นยุคปี 80 เมื่อได้มาทำหน้าที่เชิงจิตวิญญาณ จึงได้ถูกขนานนามว่าอาจารย์แห้วเป็นดังนั้นเรื่อยมา
เรื่องราวความเป็นมาแต่ต้นภาคของท่านและความเชื่อมโยงกับฝ่ายพญามังกรหรือที่เรียกกันว่าพญานาคราชที่ตำบลจันเสนนี้ต้องขออภัยคุณผู้อ่านที่ไม่ได้บังอาจไปล่วงรับรู้ของท่านแต่อย่างใด เพียงแต่มาในช่วง 15 ปีผ่านมานี้ได้สังเกตปรากฎณ์การต่างๆที่เกิดขึ้นกับชีวิตของผู้คนที่มีความเดือดร้อนไป
ขอพึ่งพาท่าน และท่านได้บอกกล่าวชี้แจงแก้ไขได้พบเรื่องแปลกประหลาดมากมายโดยท่านพูดแต่เพียงว่าในอดีตนั้นท่านมีความคึกคะนอง
มีบ้านอยู่ที่นี่บรรพชนของท่านก็ตั้งรกรากอยู่ทางจันเสนนี้
วันหนึ่งก็ไม่รู้ว่าเหตุใดโดนใจท่านได้เห็นศาลไม้เก่าแก่ผุพังตั้งอยู่บริเวณบึงจันเสนซึ่งอีท่าไหนไม่ทราบได้ท่านได้ไปกล่าวท้าทายขึ้นมาว่า
ถ้าว่ามีตัวตนจริงก็ออกมาท่านจะได้เชื่อก็ปรากฏว่ามีการเคลื่อนไหวของชายจีนผู้หนึ่งแต่งองค์ทรงเครื่องคล้ายขุนนางหรือผู้มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่ของฝ่ายจีนออกมาจากศาลแล้วยืนปะทะอยู่กับท่าน
ท่านจึงรับว่าเชื่อแล้วว่ามีแล้วจึงดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมศาลไม้เก่าเก่าที่ปลูกผุพังนั้นด้วยเงินที่ท่านมีติดตัวอยู่ในกระเป๋า 3,000 บาทเท่านั้นเองเป็นจุดเริ่มต้นของการพบกันของท่านอาจารย์แห้วและเจ้าพ่อนาคราช
ทีนี้ว่า ตัวท่านอาจารย์แห้วนั้นนุ่งขาวห่มขาวเข้ามาทำงาน นั่งในศาลเจ้าอย่างว่าออฟฟิศสำนักงาน คอยช่วยเหลือเป็นที่ปรึกษาให้ผู้คนต่างๆที่หลั่งไหลเข้ามาพบปะ โดยท่านก็มักจะบอกใครใครว่าท่านเป็นหมอดู ไม่ได้มีความวิเศษวิโสอะไร พร้อมทั้งถ่อมตัวว่าดูก็ไม่ได้แม่นอะไรมากมายนัก (โดยใช้วิธีให้ผู้คนที่มาหาแบมือให้ท่านสองมือแล้วท่านจะใช้นิ้วของท่านจิ้มไปจิ้มมือบริเวณลายมือแล้วแล้วก็เอ่ยคำพูดของความเป็นมาแต่ภาคอดีตของคนผู้นั้นรวมไปถึงภาคอนาคต)
ซึ่งคำว่าหมอนี่ก็เป็นเรื่องที่แปลกประหลาดการจะเรียกใครว่าหมอจะต้องหมายความว่าเขาแก้ปัญหาได้ โดยไม่ได้จำเป็นว่าจะต้องเป็นแพทย์เสมอไป เช่น หมอความก็คือเมื่อผู้คนเป็นคดีความกันแล้วมีหมอที่สามารถแก้ไขได้ หมอความก็คือทนาย หมอดิน ก็คือเมื่อที่ดินเนื้อดินจะปลูกผักปลูกหญ้าบำรุงต้นไม้ต่างๆแล้วดินมีปัญหาหมอดินแก้ไขได้เรียกได้ว่า เข้าใจถูก บอกรู้ ดูเป็นเห็นทางออก ว่างั้น
ส่วนหมอดู นั้น ก็หมายความว่าพอดูแล้วรู้ว่าคนนี้คนนั้นมีปัญหาอย่างนั้นอย่างนี้ก็บอกถูกดูแล้วแลเห็นทางออกทางแก้ เป็นคนละเรื่องกับท่านโหราอธิบดีซึ่งมีหน้าที่คำนวณดวงดาวเคลื่อนไหวแล้วบอกกล่าวความเป็นไปว่าจะเกิดอะไร หรือมีแนวโน้มว่าอะไรจะเกิดขึ้น โดยทั่วไปมักไม่ได้แก้ไขอะไรให้หรือไม่ได้บอกว่าจะต้องรับมือเป็นการเฉพาะอย่างไรกับสถานการณ์ นั้นๆท่านจะกล่าวเป็นเรื่องมหภาคมากกว่า สำหรับสายวิชาทางโหราศาสตร์ซึ่งก็อาจมีแนวทางแก้เคล็ดอะไรต่างๆกันตามสูตรตามวิชาก็ว่ากันอีกที
ซึ่งแต่ละสายแต่ละทางก็ไม่ได้มีใครที่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันในเรื่องของความสามารถและครูบาอาจารย์ก็สั่งสอนไว้ว่าอย่าได้ไปดูถูกดูหมิ่นใครว่าของใครแน่กว่าใครไม่เช่นนั้นแล้วมันจะไม่สุภาพ ส่วนใครที่หลอกใครหรือไม่ใช่ของจริงแล้วมาโม้อะไรต่างๆสร้างรายได้นั้น ก็บ้านเมืองหรือทางราชการแผ่นดินเขาก็มีหน่วยงานที่คอยดูแลตรวจสอบส่องกันอยู่หลายหน่วยโดยเฉพาะทางตำรวจและฝ่ายปกครองฝ่ายความมั่นคงก็มีระบบระเบียบกันอยู่แล้ว (กรณีศาลเจ้านี้ผู้ใดสร้างหรือจัดทำก็จะต้องไปขึ้นทะเบียนไว้กับทางกระทรวงมหาดไทยให้ถูกต้องตามกฏหมาย)
สมัยนี้ยังมีการตรวจสอบตรวจทานกันด้วยระบบที่ยิ่งกว่าฐานันดรสี่คือฝ่ายข่าวหรือฝ่ายหนังสือพิมพ์ล้ำหน้าไปไกลถึงระบบโซเชียลในแอพพลิเคชั่นต่างๆทั้ง Facebook ทั้ง TikTok ใครทำอะไรไว้ก็เกิดเป็นรอยนิ้วมือหรือว่ารอยเท้าในทางดิจิตอลสลัดไม่หลุดกลับมาที่เรื่องราวแปลกประหลาดที่ได้ประสบพบมาในกรณีของทีมมังกรฝ่ายท่านอาจารย์ณรงค์ศักดิ์ (ซึ่งน่าเชื่อว่าเป็นมังกรสีทองในฉบับก่อนนั้นได้กล่าวถึงท่านผู้ซึ่งเป็นทีมมังกรฝ่ายสีเขียวฝ่ายมังกรสีขาวไปแล้ว) มีอยู่เช่นอีกคดีหนึ่ง กล่าวคือ ท่านเจ้าของเรื่องเปนคุณหญิงคุณนาย ชาติกำเนิดของตัวนั้นรู้แต่ว่าเขาเก็บมาเลี้ยง มานะดีได้การศึกษาสูงได้สามีดีเปนข้าราชการผู้ใหญ่ มาถึงแล้ว แค่ท่านอาจารย์มองหน้าก็เอ่ยขึ้นว่า นี่ รู้ใช่ไหมว่าพ่อเราน่ะเขาเก็บมาเลี้ยง อย่าไปเสียใจนะ พ่อแท้ๆเขาไม่กล้าเปิดเผยกลัวกบิลบ้านเมือง เขาไม่ใช่ไม่รักเราน่ะ พ่อแม่แท้ๆน่ะ แต่เขาเอาเราไปเลี้ยงไม่ได้ เขาแอบรักแอบได้กันน่ะ แล้วมันเกี่ยวกับสองคนเขาคนละศาสนาด้วย ตัวคุณตาเราเขาจะเอาตายน่ะ ไอ้ที่เสียใจมานอนร้องไห้ว่า เปนลูกไม่มีพ่อมีแม่น่ะ บอกเลยว่าพอได้แล้วนะ ไม่ต้องร้องแล้วนะ พ่อแม่เขาตายไปหมดแล้วไปเกิดใหม่แล้ว เราก็กรวดน้ำทำบุญไปให้ก็ถือว่าเรียบร้อยนะ ขาดคำคุณหญิงคุณนายท่านนั้นก็ต่อมน้ำตาแตกเพราะเป็นเรื่องที่เก็บไว้ในใจแต่เพียงลำพังมาโดยตลอดไม่มีใครรู้อย่างนี้เปนต้น
อีกคนหนึ่งเปนเวียดนามพ่อหม้ายลูกติด เปนนักเรียนนอกจากยุโรป มาลงทุนทำการค้าอยู่เมืองไทยถูกหุ้นส่วนไทยรังแกจะหมดตัวได้
ดั้นด้นมาพบท่านอาจารย์ ซึ่งนอกจากจะถามปัญหากิจการและแนวทางแก้ไขแล้ว ก็ได้ให้ภริยาใหม่ชาวไทยแปลคำถามในใจที่ค้างคาเพื่อขอรับความอนุเคราะห์คำตอบ ว่าเหตุใดเขาจึงต้องมาลุ่มๆดอนๆอยู่เมืองไทย
ท่านอาจารย์มองหน้าแล้วก็ถามคำเดิมว่า “อยากรู้จริงๆหรือ”แล้วท่านก็เล่าว่า ไอ้เรานี่มันอยู่เมืองหนาวมานี่นะ ตั้งแต่เด็กพ่อแม่เรา
พาไปอยู่โน่น แต่เรามันเกิดที่เวียดนามนี่นะ เอ้อ_ไอ้ตอนเด็กนมเพิ่งเเตกพานน่ะ ชวนกันกับพ่อไปว่ายน้ำในบึงหลังบ้านใช่ไหมล่ะเรา แล้วจมน้ำเกือบจะ
ตายน่ะ
หนุ่มเวียดนามฟังคำแปลจากเมียใหม่แล้วตาเบิกโพลง ด้วยว่าเปนความลับไม่เคยเล่าให้ใครฟัง ไอ้ที่รอดมาได้เนี่ย ตอนจมลงไปแล้วดิ่งลงไปในบ่อน่ะมันเย็นมากใช่ไหมล่ะ จะเฮือก จะเฮือก น่ะ แล้วมันเหมือนมีใครมาดันตีน ดันตูด ลอยโผล่พ้นน้ำได้รอดได้ นั่นแหละ อีพรายน้ำที่บึงนั่นมันช่วย
ทีนี้มันก็เดิมจะไปปฏิบัติบำเพ็ญเปนเจ้าแม่แล้วนะอีพรายนั่นน่ะ พอมาได้แตะตัวแตะตูดมึงเข้า มันเลิกเลย_มันกลายเปนติดใจมึงเลยไง เลิกหมด เด็กๆมึงหล่อด้วยไง 55 พอเกิดติดใจเนื้อหนังมึงเข้าเลยมาเกิดรอจะได้มึงอยู่นครพนมนี่เข้าใจป่าว พลางท่านชี้นิ้วไปที่เมียใหม่คนแปล อีนี่น่ะ_เนี่ยมาเกิดรอมึงน่ะ แหม่_เห็นเขาบนเครื่องบินเข้าเปนไง! เลิกกลับยุโรปเลยสิ 55
ไม่เชื่อเหรอ_เอาลองนับสิ ว่าทั้งสองคนอายุต่างกันเท่าไร กี่ปีตั้งกะวันที่เราจมน้ำ ทดเวลาอีสาวนี่ไปหาท้องเกิด ปีนึง บวกกันซิ ใช้ไหม ความห่างอายุสองคนน่ะ! ซึ่งมันก็เปนไปตามนั้นทุกประการตั้งแต่การพบกันและช่วงอายุที่ห่าง
ดังนี้จึงว่า ท่านอาจารย์ณรงค์ศักดิ์นั้นมิได้เปนหมอดูตามที่ท่านถล่มตัวลงมาหรอก บุคคลที่ส่องไปเห็นเรื่องราวในอดีตภาคของคนอื่นๆมองเห็นเส้นกรรมที่เชื่อมสายโยงใยกันข้ามภพชาติเช่นนี้ ต้องมีอะไรดี เช่นว่า ต้องมีอตีตังสญาณ อันเปนองค์ประกอบของคุณสมบัติอย่างที่ ภาษาพระเขาว่าอย่างน้อยต้องเปนอริยบุคคลชั้นต้น หรือไม่ก็ของดีอย่างอื่น
อีกประการหนึ่งก็คือ เรื่ออะไรๆพรรค์นี้นั้น “โบราณว่าหนทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน”ก็ต้องเรียนว่าในประดาโลกลึกเร้นนั้น ความสม่ำเสมอ แห่งสมาบัติ และ การปฏิบัติครองตนในแนวธรรม คนเรามันล่วงและร่วงกันง่าย เหมือนว่าไปเลิกเหล้า หมอจ่ายยา และจับดูอาการบำบัดตับบำบัดจิตจนเลิกได้สามเดือนติดต่อกันแล้ว อย่าคิดว่ามันจะหายผู้มีประสพการณ์อย่างอาจารย์ใหญ่ ศิษย์เก่าวังท่าพระ ศิลปากรคนนั้นท่านว่า _เห้ย ของพรรค์นี้เขาภาคทัณฑ์กันเปนปีเว้ยไอ้ที่ว่าเลิกได้สามเดือนนั่น_มันแค่ช่วงทดลองงาน!
ฉันใดก็ฉันนั้น ท่านผู้มีวิชา บางท่านอิทธิคุณถึงที่ แต่ไปประสพด้วยโลกธาตุภาวะบางประการ ก็เกิดการเสื่อมถอยลง แม้บางท่านรู้ตัวชิงสึกหาลาเพศเพื่อไม่เปนที่แปดเปื้อนผ้ากาสาวพัตร ‘คุณ’ ในตัวก็จางหายไปมาก คงเหลือแต่สายวิชาในลักษณะ khow how ติดตัวอยู่เพียงเท่านั้น ร้ายไปกว่านั้น บางท่านกระทำการเปนฉากหน้าเฉยๆ ลึกๆแล้วเล่นกล บอกหวย ปั่นหุ้น ทำทุนการเมือง อาศัยคนใหญ่คนโตเข้าหามากสร้างบารมีกลวงๆ ไม่นานฝ่ายความมั่นคงไล่จับก็เขวี้ยงผ้าเหลืองหนี ทุกวันนี้ยังเดินหนุงหนิงกับหญิงสาวตามห้างใหญ่ๆไม่กลัวใครๆในอดีตทุบหัวเข้าให้
นอกนี้ยังมีพวกขบวนการ เสกปั่นวัตถุมงคลปลอมปลอก สวมของทำห้องเก็บกั้นลั่นกุญแจ แต่ก็แหมลับหลังอยากขอขาย ไหนเลยจะเทคนิฆนัดหมายล่วงหน้าเดือนนึงระหว่างนั้นเดินข่าวสืบชีวิตประจำวันพอวันนัดบอกอะไรมาก็ตรงเผง! แล้วยังพวกใจกล้าหน้าด้านคอยอิงแอบ หน้าฉากเปนเจ้าคุณหลังฉากเปิดซุ้มมือปืน!! ดังนี้แล้วจึงต้องอาศัยกาลเวลาในการพิสูจน์วัตรปฏิบัติแห่งสมานัตตา _ความสม่ำเสมอ
ท่านอาจารย์ณรงค์ศักดิ์ นี้ ตลอดระยะสิบๆปีมา ยังทรงคุณธรรมทั้ง อรรถจริยา และสมานัตตา ทั้งยังอารมณ์ดีให้ข้อคติทำแบบ
ชาวบ้านว่าไม่โกรธไม่เกลียดไม่บ่นไม่เบื่อ ไปลองปฏิบัติดูในชีวิตประจำวันแล้วตัวจะเบา ฯลฯ
ส่วนถ้าหากมีท่านผู้ใดแลเห็นว่าเรื่องของพญานาคนั้นเป็นภูมิสัตว์ที่ไม่ได้ประเสริฐไปกว่ามนุษย์จะเรียกว่าเดรัจฉานก็ยังได้ จะมาให้ความนับถือหรือมาให้ความสำคัญไปทำไม หาได้สู้เพราะสัทธรรมอันผ่องใสของ สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้ากันได้ไม่ก็ต้องขอประธานกราบเรียนว่าคอลัมน์นี้เป็นพื้นที่สำหรับเรื่องราวที่ลึกแต่ไม่ได้ลับขนาดนั้นเป็นพื้นที่ที่กล่าวถึงเรื่องทั่วไปที่ลึกเร้นสนุกน่าสนใจอย่างที่ปรากฏพบเห็นกันในโลกไม่ได้จำเพาะเจาะจงว่าอะไรควรจะเป็นอย่างไร อาจกล่าวได้ว่าเป็นมุมมองของทางคอลัมน์อย่างที่เรียกว่า positive ซึ่งไม่ได้แปลว่าเชิงบวกแต่หมายความว่า what it is คืออธิบายว่าคืออย่างไรมากกว่า normative อย่างที่เรียกว่า what should it be ว่าควรจะเป็นอย่างไรประดับไว้ให้เป็นสีสันหรือเรื่องราว แต่งแต้มความเป็นไปของโลกอย่างสวยงามมีศิลปะเสียมากกว่า
ฝ่ายผู้ที่รักษาพระสัทธรรมอย่างเช่น หลวงปู่ครูบาอาจารย์ผู้ใหญ่ฝ่ายธรรมยุตหรือท่านที่เป็นพระป่าซึ่งได้รับการยกย่องยอมรับนับถือว่าท่านทรงภูมิอรหันต์ อย่างเช่นหลวงปู่ชอบ ฐานะสโม นั้นท่านก็เคยได้ปรารภแสดงธรรมถึงการมีอยู่ของพญานาคไม่ว่าจะบริเวณลำน้ำโขงซึ่งมีหลายตระกูลแบ่งพื้นที่กันทับซ้อนอยู่ในภพภูมิของโลกเรามีฤทธิ์แตกต่างกัน
ท่านได้เฉลยถึงที่มาของการที่คนคนหนึ่ง ซึ่งบำเพ็ญกุศลไว้ด้วยดีแต่ว่าได้มาบังเกิดในภูมิของพญานาคว่ามีที่มาอย่างไรทำไมไม่ได้ไปอยู่ในภูมิที่สูงกว่าและทุนความดีของพวกเขาที่ได้กระทำมานั้นได้แสดงผลให้เขามีความสามารถอย่างไรหรือได้เสวยความสุขความทุกข์อย่างไร เป็นการตอกย้ำเป็นการตอกย้ำเรื่องของการเวียนว่ายตายเกิดว่ามีมีอยู่จริงและกฎหนึ่งแห่งกรรมนั้นก็ทำหน้าที่ของมันอย่างเป็นธรรม
หลวงปู่ได้เล่าเอาไว้ว่าการปรากฏตัวของพญานาคนั้นไม่เหมือนกับอะไรๆอย่างอื่นทั่วไปสามารถแสดงตัวเป็นบุคคลก็ได้หน้าตาก็เหมือนเหมือนกับคนมองโกลอยด์คอเคซอยด์ต่างๆแล้วแต่เขาจะเจตนาให้เป็นไปหรือมาในรูปของงูใหญ่ต่างๆก็ได้แต่มีเงื่อนไขอยู่ว่าเมื่อใดที่ความรู้ตัวหรือเผลอในสำนึกแล้วเขาก็กลับร่างกลายเป็นตัวมังกรต่อไปตามเดิม เรื่องราวของพญานาคนั้นปรากฏในพระพุทธศาสนาตามความเชื่ออยู่หลายตอนและมีความเกี่ยวพันกับสังคมไทยมาช้านานไม่ใช่เป็นแต่เฉพาะไม้ขีดไฟตราพญานาคเท่านั้นหรอก
เวลานี้มีความเชื่อถือกันว่าพิภพใต้บาดาลของฝ่ายพญานาคนั้นมีความเชื่อมโยงกันในหลายส่วนเช่นท่านพญานาคซึ่งรักษาพระมหาเจดีย์ชะเวดากองมาตั้งแต่โบราณกาล ท่านก็มีทางเชื่อมมาโผล่อยู่ที่พุตะเคียนในเขตอำเภอไทรโยคจังหวัดกาญจนบุรีแล้วก็ทำการสื่อสารด้วยรูปแบบต่างๆกับผู้ที่มีความสามารถในการรู้เห็นตัวท่านมีเนื้อกายสีอะไรก็ยังไม่แน่ชัดระหว่างสีเทาเหลือบกับสีดำขาวว่ากันว่าท่านมีอายุเก่าแก่ โบราณกาลตั้งแต่อย่างน้อยก็สมัยที่ เป็นผู้ไปคว้าเอาพระเกศาธาตุของพระสมมาสัมพุทธเจ้าโคตมะมาไว้บูชาที่บริเวณโคกพระเจดีย์ ชเวดากองนั้นท่านก็ต้องมีมีอายุอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 2500 ปี
โดยยังไม่ได้นับรวมอายุต้นทางของท่านก่อนเกิดเหตุ เป็นต้น รูปศิลปะสวยงามโทนสีเขียวกับแดงครั้งนี้เป็นกู่ที่ชาวพม่าสร้างครอบบ่อน้ำซึ่งใช้เป็นที่สรงน้ำพระเกศาธาตุในคราวนั้นและเชื่อกันว่าเป็นที่อยู่ของท่านพญานาคชะเวดากองในชื่อไทยว่าพญาไชยเสนมีความวิจิตรสวยงามจากไม้แกะสลักเนื้อหนาน่าชื่นชมมาก







