thansettakij
thansettakij
สวงอัน... เมืองแห่งอนาคตของจีน (2)

สวงอัน... เมืองแห่งอนาคตของจีน (2)

สวงอัน... เมืองแห่งอนาคตของจีน (2) : คอลัมน์มังกรกระพือปีก โดย...ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกจ ฉบับ 4203

KEY

POINTS

  • สวงอันถูกพัฒนาภายใต้แนวคิด "เมืองสีเขียวและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม" โดยตั้งเป้าให้มีพื้นที่สีเขียวและแหล่งน้ำถึง 70% ของพื้นที่ทั้งหมด
  • มีการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเครือข่ายคมนาคมที่ทันสมัยอย่างรวดเร็ว เช่น รถไฟความเร็วสูงและทางด่วนที่เชื่อมต่อกับปักกิ่งและเมืองสำคัญอื่น ๆ
  • ออกแบบผังเมืองตามแนวคิด "ชุมชน 15 นาทีเดิน" ที่ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการสาธารณะที่จำเป็นได้อย่างสะดวกสบาย เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี

แผนแม่บทฯ กำหนดให้ “เมืองสีเขียวและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” (Green and Eco-Friendly City) เป็นแกนหลักในการพัฒนา โดยมุ่งออกแบบสภาพบ้านเมืองให้กลมกลืนกับ “ธรรมชาติ” แทนที่จะเป็น “ป่าคอนกรีต” เพื่อหวังให้มนุษย์กับสภาพแวดล้อมอยู่ด้วยกันอย่างสมดุลและยั่งยืน  

โดยที่จีนเป็นประเทศที่มีระบบการเมืองการปกครองที่เข้มแข็ง จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ผมยืนยันว่า จีนเก่งมากในการแปลงความฝันให้เป็นจริง จึงไม่น่าแปลกใจที่การตอบสนองเชิงนโยบายดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ และข้อกำหนดตามแผนแม่บทฯ ดังกล่าวนำไปสู่ภาคปฏิบัติในเวลาอันรวดเร็ว

จากข้อมูลอย่างเป็นทางการระบุว่า เพียง 6 เดือน หลังการประกาศจัดตั้งเขตเมืองใหม่สวงอัน โครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกคุณภาพสูง ก็เริ่มตอกเสาเข็มขึ้นในพื้นที่ อาทิ ศูนย์บริการประชาชน ระบบไฟฟ้าและประปา ศูนย์กีฬา และห้องสมุด   

และเพียงไม่นานหลังจากนั้น เราก็เห็นการเปิดวิทยาเขตของสถาบันการศึกษาและสถานพยาบาลชั้นนำของจีนและเทศอย่างรวดเร็ว และผมเชื่อมั่นว่า เมื่อพัฒนาไปในระดับหนึ่ง สวงอันจะกลายเสมือน “แม่เหล็กใหญ่” ที่ดึงดูดผู้คนที่มีพรสวรรค์จำนวนมากจากทั่วโลกให้เข้ามาใช้ชีวิต

 

ขณะเดียวกัน ผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมหลักของจีนอย่าง China Telecom, China Mobile และ China Unicom รวมทั้งสวนอุตสาหกรรมจำนวน 3 แห่งได้เข้าไปลงทุนเป็นกลุ่มแรกๆ เพื่อเตรียมรองรับการโยกย้ายหน่วยงานบริการสาธารณะและโรงงานอุตสาหกรรมจากปักกิ่งเข้าไปในพื้นที่ โดยบางส่วนเริ่มเปิดให้บริการนับแต่กลางปี 2018 เพื่อให้เมืองอัจฉริยะแห่งนี้ เป็นจุดประสานงานของการพัฒนากลุ่มเมืองในภูมิภาคนี้  

ทางการจีนยังได้ลงทุนในโครงการพัฒนาเส้นทางขนส่งและโทรคมนาคมแบบทุกทิศทุกทาง อาทิ เส้นทางรถไฟสายใหม่ระหว่างปักกิ่ง-สวงอัน ซึ่งเริ่มเปิดให้บริการไปเมื่อสิ้นปี 2020 ทางรถไฟสายนี้ช่วยลดเวลาในการเดินทางของผู้โดยสารจากราว 90 นาทีเหลือ 50 นาที ขณะที่สถานีรถไฟประจำเมือง ก็ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ไปเมื่อต้นปี 2021 

การก่อสร้างทางด่วน 3 เส้นทางเพื่อเชื่อมสวงอันกับปักกิ่ง เทียนจิน และเมืองสำคัญอื่นบริเวณใกล้เคียง รวมทั้งทางด่วนเชื่อมสวงอันกับสนามบินระหว่างประเทศต้าซิง ทางด่วนเหล่านี้เสร็จสมบูรณ์และเปิดให้บริการมาหลายปีแล้ว  

นั่นหมายความว่า ไม่เพียงโอกาสในการใช้ประโยชน์จากบริการที่มีมาตรฐานดีดังกล่าว แต่ผู้คนและธุรกิจในย่าน “จิงจินจี้” ยังจะสามารถได้รับประโยชน์จากโครงข่ายคมนาคมและการสื่อสารที่ทันสมัย ทำให้การไปมาหาสู่ ขนส่ง และติดต่อสื่อสารระหว่างกันเต็มไปด้วยความสะดวกและคล่องตัว สิ่งนี้พลอยทำให้การเดินทางจากปักกิ่งไปเยือนสวงอันในครั้งแรกของผม เมื่อหลายปีก่อนเต็มไปด้วยความสะดวกยิ่ง 

ประการสำคัญ เพื่อให้ความสำคัญกับ “คาร์บอนต่ำ” และ “สิ่งแวดล้อม” รัฐบาลสวงอันจึงให้ความสำคัญ “เป็นพิเศษ” กับการกำหนดพื้นที่สีเขียว “ก่อน” การกำหนดพื้นที่ธุรกิจ โครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวก พร้อมกับการรักษาและฟื้นฟูระบบนิเวศในพื้นที่แบบครบวงจรเป็นเมืองแรกของจีน

ในด้านสิ่งแวดล้อม รัฐบาลท้องถิ่นก็ดำเนินการปรับภูมิทัศน์ทั้งระบบเพื่อมุ่งหวังให้พื้นที่ป่าไม้ พื้นที่สีเขียวอื่น และแหล่งน้ำมีสัดส่วนถึง 70% ของพื้นที่โดยรวมของเมืองใหม่แห่งนี้ ซึ่งสอดคล้องกับแนวนโยบายและโครงการ “Millennium Forest” ที่ต้องการปลูกป่าให้เป็น “ปอดของเมือง” อย่างจริงจัง  

โดยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สวงอันได้ปลูกต้นไม้ครอบคลุมพื้นที่ไปแล้วราว 190,000 ไร่ ในจำนวนนี้ เป็นจำนวนไม้ผลและไม้ประดับที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจรวมมากกว่า 23 ล้านต้น 

ทั้งนี้ ในผังการออกแบบเมือง สวงอันกำหนดให้มีสวนสาธารณะ ทิวไม้ใหญ่ และป่าไม้ในแต่ละจุดในระยะที่ห่างกัน 300 เมตร 1,000 เมตร และ 3,000 เมตร ตามลำดับ ส่งผลให้นับแต่เริ่มดำเนินโครงการ สวงอันสามารถเพิ่มพื้นที่สีเขียวได้อย่างต่อเนื่อง จากเดิมเพียง 11% เป็นราว 50% ของพื้นที่เมืองโดยรวมในปัจจุบัน ดังนั้น เป้าหมาย 70% ตามแผนแม่บทฯ จึงไม่ไกลเกินเอื้อม  

ตามแนวคิดที่สร้างสรรค์ของภาคการผลิตที่ไม่มีโรงงานในพื้นที่ โครงการระยะแรกยังก่อสร้างระบบบำบัดของเสียและของเหลือใช้แบบครบวงจรไว้ใต้ดิน และใช้พื้นที่เหนือพื้นดินเป็นสวนสาธารณะและบริการสาธารณะอื่น  

นอกจากจะช่วยลดกระทบต่อผู้คนในพื้นที่แล้ว แนวคิดดังกล่าวยังจะช่วยให้สามารถใช้ประโยชน์จากพื้นที่สีเขียวโดยรวมได้มากขึ้นอีกด้วย นั่นหมายความว่า สวงอันจึงไม่เพียงเป็นฐานเศรษฐกิจที่ปลดปล่อยคาร์บอนต่ำ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังมีพื้นที่ที่ผลิตอ๊อกซิเจนระดับสูงได้อีกด้วย 

จากคำสัมภาษณ์หนึ่งของคนจีนที่โยกย้ายถิ่นฐานไปอาศัยอยู่ในสวงอัน เธอกล่าวว่า เธอมีโอกาสพาแมวตัวโปรดไปสวนสาธารณะในวันหยุดสุดสัปดาห์ สวงอันเป็นเมืองที่ทำให้รู้สึกสบายใจ น้ำในทะเลสาบใสสะอาด ท้องฟ้าเป็นสีคราม และสามารถได้ยินเสียงนกร้องผ่านแมกไม้ เรียกว่าเป็นเมืองที่ถูกสร้างขึ้นด้วยวิสัยทัศน์สำหรับอนาคตอย่างแท้จริง 

                               สวงอัน... เมืองแห่งอนาคตของจีน (2)

 

ในด้านอาคารสถานที่ รัฐบาลท้องถิ่นยังได้ออกกฎระเบียบและข้อบังคับในการก่อสร้างอาคารและพื้นที่ที่มีมาตรฐานสูงและเป็นไปอย่างเข้มงวด ทั้งในด้านสไตล์ ลักษณะพิเศษ และอื่นๆ กล่าวคือ โครงการก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ ถูกควบคุมทั้งในมิติของ “ความหนาแน่น” และ “ความสูง” ให้อยู่ในระดับปานกลาง  

ว่าง่ายๆ สวงอันต้องการ “ความโปร่งโล่ง” และไม่เน้นการก่อสร้างตึกระฟ้าในพื้นที่ ดังเช่นที่เมืองใหญ่ของจีนดำเนินการ ขณะเดียวกัน รัฐบาลท้องถิ่นยังกำหนดให้อาคารสถานที่เหล่านี้ยังต้องมีมาตรฐาน “อาคารสีเขียว” (Green Buildings) ระดับ 3 ดาวซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดของจีน เราจึงเห็นอาคารสำนักงานและที่พักอาศัย “สีเขียว” ที่มีมาตรฐานสูงต่างผุดขึ้นราวดอกเห็ด  

จากประสบการณ์เยือนสวงอันในครั้งแรก ผมไม่เห็นการก่อสร้างอาคารสูงระฟ้าที่มีรูปทรงพิเศษ หรือ ห่อหุ้มด้วยกระจก ถนนหนทางที่เต็มไปด้วยสายไฟฟ้าและสายสื่อสารที่ระโยงระยางราวใยแมงมุมเหนือศีรษะ ที่สร้างมลพิษทางสายตาแก่ผู้คนในพื้นที่ หรือแม้กระทั่งถนนที่คดเคี้ยวและขรุขระ เพราะสร้างอยู่บนฝาท่อ และต้องปิดเพื่อซ่อมแซมท่อที่ฝังอยู่ใต้ดินเป็นระยะ เหมือนที่เมืองเก่าหลายแห่งในโลกประสบอยู่ 

ด้วยการทุ่มเทการพัฒนาอย่างเป็นระบบ จริงจัง และต่อเนื่อง ปัจจุบัน พื้นที่ตอนในของสวงอัน ก็เต็มไปด้วยบริการสาธารณะพื้นฐานที่พร้อมสรรพ และโครงการก่อสร้างของภาครัฐและเอกชนอื่น 

ประการสำคัญ การออกแบบผังเมืองในส่วนนี้ยังอยู่บนแนวคิด “15-Minute Life Cycle” ที่ผมเรียกจนติดปากว่า “ชุมชน 15 นาทีเดิน”  
นี่ถือเป็นแนวคิดการพัฒนาชุมชนทันสมัยของจีน โดย “การเดิน” ไปยังจุดหมายปลายทางยังช่วยลดปริมาณรถยนต์บนท้องถนนและมลพิษทางอากาศ เพิ่มความสะดวกและประหยัดเวลาในการดำรงชีวิต และยังเป็นการรักษาพยาบาล “เชิงป้องกัน” แก่ผู้คนในพื้นที่จำนวน 2.5 ล้านคนตามแผนแม่บทฯ ในอนาคต  

ยกตัวอย่างเช่น ในเขตหรงตง (Rongdong) มีการก่อสร้างอพาร์ตเม้นท์นับ 1,000 แท่ง โรงเรียน ร้านอาหาร ซุปเปอร์มาร์เก็ต เชน ค้าปลีก และ สถาบันการเงิน รวมไปถึงโรงพยาบาล ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ สวนสาธารณะ และบริการสาธารณะล้ำสมัย เพื่อรองรับการโยกย้ายของผู้คนที่อาศัยอยู่เดิมในพื้นที่ และความต้องการของผู้อยู่อาศัยกลุ่มใหม่ ที่ทยอยเข้าไปในพื้นที่และจะมากยิ่งขึ้นในอนาคต 

ขณะเดียวกัน โดยที่พื้นที่ในด้านซีกตะวันตกของเขตหรงตงยังถูกใช้เป็นเสมือน “ศูนย์ราชการ” เพื่อให้บริการสาธารณะโดยรวม เราจึงเห็นรัฐบาลสวงอัน เดินหน้าอีกหลายสิบโครงการพื้นฐานขนาดใหญ่ อาทิ ศูนย์บริการธุรกิจที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ถึง 900,000 ตารางเมตร หรือกว่า 560 ไร่!!!

คุยกันต่อตอนหน้าครับ ... 

คอลัมน์มังกรกระพือปีก โดย...ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน หน้า 6 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,203 วันที่ 24-27พฤษภาคม พ.ศ. 2569

เกี่ยวกับผู้เขียน : ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน, อุปนายกและเลขาธิการสมาคมส่งเสริมการลงทุนและการค้าไทย-จีน ผู้เชี่ยวชาญที่สั่งสมความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับตลาดจีน มุ่งหวังนำข้อมูลและมุมมอง ความคิดเห็นเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจ ธุรกิจ การตลาดและอื่น ๆ  ที่อยู่ในกระแสของจีนมาแลกเปลี่ยนกับผู้อ่าน เพื่อเราจะไม่ตกขบวน “รถไฟความเร็วสูง” ของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของจีน