thansettakij
thansettakij
ไขปริศนาเศรษฐกิจไทย โตต่ำเรื้อรังเพราะอะไร ทั้งที่ลงทุนมหาศาลทุกปี

ไขปริศนาเศรษฐกิจไทย โตต่ำเรื้อรังเพราะอะไร ทั้งที่ลงทุนมหาศาลทุกปี

15 มิ.ย. 69 | 00:39 น.
อัปเดตล่าสุด :15 มิ.ย. 69 | 01:43 น.

ไขปริศนาเศรษฐกิจไทย ทำไมฟื้นจากทุกวิกฤติ แต่ไม่เคยกลับไปโตได้เท่าเดิม สิ่งที่ทำหายระหว่างวิกฤติ ต้นตอ GDP โตช้า-ความสามารถแข่งขันร่วง โจทย์ใหญ่รัฐบาลไทย

KEY

POINTS

  • เศรษฐกิจไทยเติบโตในอัตราที่ต่ำลงเรื่อยๆ หลังเผชิญวิกฤตแต่ละครั้ง เนื่องจากความสามารถในการแข่งขันลดลง ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากผลิตภาพการผลิต (Productivity) ของประเทศที่ตกต่ำ
  • ผลิตภาพการผลิตของภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมอยู่ในระดับต่ำมาก อีกทั้งนวัตกรรมและเทคโนโลยีกระจุกตัวอยู่แค่ในบริษัทต่างชาติขนาดใหญ่และบางพื้นที่ ทำให้ไม่เกิดการกระจายสู่ธุรกิจ SME ในประเทศ
  • แนวทางแก้ไขคือการเร่งเพิ่มผลิตภาพการผลิตอย่างจริงจัง ผ่านการยกระดับคุณภาพแรงงาน เทคโนโลยี และปรับปรุงระบบนิเวศทางเศรษฐกิจทั้งหมด ซึ่งเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ต้องอาศัยความมุ่งมั่นทางการเมืองในการแก้ไขระยะยาว

น่าสังเกตุที่ทุกครั้งที่ประเทศไทยประสบกับวิกฤติเศรษฐกิจใหญ่ ๆ ตั้งแต่วิกฤติต้มยำกุ้งในปี 2540 วิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ในปี 2551 และวิกฤติโควิดในปี 2563 นั้น 

แม้ว่าเราจะฟื้นได้ทุกครั้งภายหลังวิกฤติ แต่ละครั้งนั้นอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยจะไม่กลับไปอยู่ระดับเดิมเท่ากับในช่วงก่อนเกิดวิกฤติ เช่น อัตราการขยายตัว GDP หลังฟื้นตัวจากวิกฤติต้มยำกุ้ง GDP ไทยขยายตัวอยู่ที่ 6% เทียบกับค่าเฉลี่ยในช่วง 5 ปีก่อนเกิดวิกฤติที่ 8.1% 

และในช่วงหลังจากเกิดวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ในปี 2550-2551 นั้น GDP ไทยขยายตัวราว 4% เทียบกับ 5.6% ก่อนเกิดวิกฤติ และอัตราขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยภายหลังจากฟื้นตัวจากวิกฤติไวรัสโควิดอยู่ 2-3% เทียบกับ 4% ก่อนที่จะเกิดวิกฤติ 

ไขปริศนาเศรษฐกิจไทย โตต่ำเรื้อรังเพราะอะไร ทั้งที่ลงทุนมหาศาลทุกปี

 

เศรษฐกิจไทยไม่แข็งแรงหลังวิกฤต

ทำให้หลายคนฉงนว่าทุกครั้งที่ระบบเศรษฐกิจไทยเจอวิกฤติ แม้ว่าจะหลุดรอดฟื้นตัวขึ้นมาได้ แต่เหมือนว่าไม่แข็งแรงเหมือนเดิม ไม่รู้ว่าปรับตัวไม่ได้ในเวทีเศรษฐกิจโลกใหม่ที่เปลี่ยนแปลงทุกครั้งที่มีวิกฤติ หรือโรคร้ายได้ทำลายความเข็มแข็งของเราไปบางส่วน จนทำให้ความสามารถในการแข่งขันของไทยหล่นหายไประหว่างการฟื้นตัว จนในปัจจุบันนี้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยอยู่ในระดับรั้งท้ายของอาเซียน  

 

สาเหตุที่ประเทศไทยสูญเสียความสามารถตกหล่นไปในระหว่างวิกฤติหรือระหว่างการฟื้นตัวนั้น ได้แสดงออกมาทางผลิตภาพการผลิต หรือ Productivity แม้แต่รองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลเศรษฐกิจยังเอ่ยว่า เศรษฐกิจไทยขยายตัวไม่เต็มศักยภาพ จำเป็นที่ต้องเร่งเพิ่มผลิตภาพการผลิตของประเทศ 

ผลิตภาพการผลิตของแรงงานลดกว่าเท่าตัว

ซึ่งก็จริงดังที่กังวล เพราะหากดูที่อัตราการขยายตัวผลิตภาพการผลิตของไทยจะพบว่า Productivity ของไทยขยายตัวช้าลงในช่วงหลังๆ เช่น การศึกษาของ OECD ที่ระบุว่าอัตราการขยายตัวของผลิตภาพการผลิตของแรงงานไทยในช่วง 2558 – 2566 อยู่ที่ 2.1% ซึ่งลดลงกว่าเท่าตัวในช่วง 2553 – 2558 ที่มีอัตราการขยายตัวที่ 4.8% และถ้ามองในรูปด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มองผ่านตัวชี้ที่เรียกว่า Total Factor Productivity (TFP) แล้ว อัตราขยายตัวเฉลี่ยของไทยในช่วงเกือบ 10 ปีที่ผ่านมาเท่ากับศูนย์

ไขปริศนาเศรษฐกิจไทย โตต่ำเรื้อรังเพราะอะไร ทั้งที่ลงทุนมหาศาลทุกปี

 

ในปี 2567 สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ แจงว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจได้รับแรงหนุนจาก TFP ของภาคบริการกว่า 3.07 ในขณะที่ภาคอุตสาหกรรมเท่ากับ 0.38 และ ภาคเกษตรฯ ติดลบ 0.98 สรุปง่าย ๆ ก็คือ ภาคบริการมีการลงทุนด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และการพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารได้ดีมาก 

ขณะที่ภาคเกษตรฯ ยังถือว่าไม่มีการพัฒนานวัตกรรมแต่อย่างใด ส่วนในภาคอุตสาหกรรมนั้นเรียกได้ว่าการพัฒนาด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี รวมทั้งทักษะของแรงงานนั้นยังถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับชาวบ้าน 

นอกจากนี้ ระดับของนวัตกรรมยังกระจุกอยู่กับอุตสาหกรรมบางประเภทเท่านั้น เช่น อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ และเคมีภัณฑ์ ซึ่งเป็นบริษัทต่างชาติที่มาลงทุนในประเทศ (FDI) เป็นส่วนมาก และยังกระจุกในบางพื้นที่ เช่น นิคมอุตสาหกรรม และพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี (EEC) รวมทั้งเป็นการเชื่อมทางธุรกิจกับต่างประเทศมากกว่าในประเทศ ทำให้การกระจายนวัตกรรมเหล่านี้ไปสู่ SMEs และภาคการผลิตในสาขาอื่น ๆ ในประเทศได้น้อยมาก

เร่งเพิ่มผลิตภาพการผลิตเป็นทางรอด

ดังนั้นประเด็นเร่งด่วนในการค้นหาสิ่งที่ขาดหายไประหว่างทางของการเปลี่ยนผ่านช่วงเวลายากลำบากทางเศรษฐกิจของไทย ซึ่งในความคิดเห็นส่วนตัวคิดว่าการเอาจริงเอาจังในเรื่องการเพิ่มผลิตภาพการผลิตคือหนึ่งของหนทางที่จะพัฒนาศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งอย่างน้อยก็พอที่จะฟื้นไข้ได้เร็ว เข้มแข็ง จนพอมีแรงที่จะไปคิดหาสิ่งใหม่ ๆ ที่ชอบเรียกว่าเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจใหม่ ไม่เช่นนั้นการพัฒนาอุตสาหกรรมก็จะยังไปได้ช้า และกระจุกตัวอยู่กับบริษัทขนาดใหญ่ที่เป็น FDI 

การเพิ่มผลิตภาพการผลิตมองง่าย ๆ โดยแบ่งเป็นสองส่วน โดยส่วนแรกคือ การยกระดับคุณภาพปัจจัยการผลิต ที่ประกอบด้วยทรัพยากรมนุษย์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ

ไขปริศนาเศรษฐกิจไทย โตต่ำเรื้อรังเพราะอะไร ทั้งที่ลงทุนมหาศาลทุกปี

 

ส่วนอีกปัจจัยหนึ่งคือการสร้างความพร้อมและยกระดับระบบนิเวศน์ทางเศรษฐกิจทั้งหมดที่จะช่วยให้ภาคการผลิตใช้ศักยภาพของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การปรับปรุงระเบียบกฎหมายต่าง ๆ ที่สร้างต้นทุนทั้งเงินและเวลาให้กับภาคธุรกิจโดยไม่จำเป็น ปัญหาคอรับชั่น การสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรมไปสู่ภาคการผลิต ยกระดับการศึกษาและประสิทธิภาพแรงงาน และโครงสร้างพื้นฐานทั้งกายภาพ การเงิน และงานวิจัย รวมทั้งนโยบายการค้าต่างประเทศที่เปิดโอกาสทางการตลาดและการลงทุน 

ทั้งหมดนี้เป็นการขยับศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศให้ขยายออกไป รวมทั้งยังช่วยให้หน่วยผลิตของประเทศมีประสิทธิภาพมากขึ้น และที่สำคัญยิ่ง ปัจจัยด้านระบบนิเวศน์เหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นยิ่งที่จะทำให้เราสามารถสร้างเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจใหม่ไปได้พร้อมกับการเรียกคืนความสามารถในการแข่งขันให้กับเครื่องยนต์เดิมที่ยังมีอยู่ให้เดินหน้าได้อย่างเต็มกำลัง 

รัฐบาลทุกยุครู้ดีว่าต้องทำอะไร

เรื่องต่าง ๆ ข้างต้นนั้น ไม่ใช่เรื่องใหม่ ว่าไปแล้วก็เป็นเรื่องเดียวกับการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่มีการพูดกันมานาน หลายเรื่องก็เริ่มกันมาแล้ว บางเรื่องก็ได้แต่พูด และทุกเรื่องที่จะต้องทำต้องการระยะเวลาและความมุ่งมั่นทางการเมืองที่สูงมาก เชื่อว่ารัฐบาลทุกยุคทุกสมัยรู้เรื่องดีและรู้ว่าจะต้องทำอะไรบ้าง แต่ที่ไม่ทำหรือทำไม่เต็มที่นั้น ก็อาจเป็นเพราะบางเรื่องเหล่านี้อาจทำยาก ทำนาน สร้างผลกระทบผู้คนในวงกว้าง และไม่อาจเสร็จทันในยุคสมัย เลยเลือกที่จะหันไปทำเรื่องไว ๆ เลยทำให้โครงสร้างใหญ่ไม่ได้มีการปรับปรุงให้แข็งแรงตามยุคสมัยได้

สำหรับรัฐบาลปัจจุบัน ที่ได้ฟังจากรัฐมนตรีทางด้านเศรษฐกิจหลายท่านพูดแล้ว ก็อุ่นใจได้เปลาะหนึ่งว่ารัฐบาลรู้ปัญหาดีมาก ส่วนที่เหลือ ก็เหลือแต่ความจริงใจและความกล้าหาญมางการเมืองจริง ๆ ในการสร้างความเข้มแข็งที่หล่นหายไปในทุกช่วงของวิกฤติที่เศรษฐกิจไทยประสบมา เอาใจช่วย ไม่เช่นนั้น Whatever we lost in Transition, will be gone for good