thansettakij
การท่องเที่ยวในภูเก็ตที่กำลังถูกทำลาย

การท่องเที่ยวในภูเก็ตที่กำลังถูกทำลาย

02 ก.พ. 2569 | 04:35 น.
อัปเดตล่าสุด :02 ก.พ. 2569 | 04:53 น.

การท่องเที่ยวในภูเก็ตที่กำลังถูกทำลาย โดยสมหมาย ภาษี

KEY

POINTS

  • เกิดปัญหาการเรียกรับเงินจากนักท่องเที่ยวที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองภูเก็ต เพื่อแลกกับการไม่ต้องรอคิวยาว (Fast Track)
  • ตำรวจมีการตั้งด่านเพื่อข่มขู่และเรียกรับสินบนจากนักท่องเที่ยวที่เช่ารถมอเตอร์ไซค์ขับขี่ในจังหวัด
  • ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันจากเจ้าหน้าที่รัฐทั้งสองกรณี กำลังส่งผลกระทบและทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของภูเก็ตอย่างรุนแรง


มองปัญหาของไทยที่มีมากมายเหลือเกินในขณะนี้ ไม่ว่ารัฐบาลที่จะเกิดขึ้นจากการเลือกตั้งใหญ่ในไม่กี่วันข้างหน้า จะมีพรรคการเมืองไหน รวมกันเป็นรัฐบาลบริหารประเทศต่อจากนี้ มันน่าหนักใจทั้งนั้น

ปัญหาหลักของประเทศไทยที่คนระดับมีปัญญาและความคิดส่วนใหญ่รู้กัน สามารถแยกแยะได้ง่าย ขอให้ท่านผู้อ่านอย่าเพิ่งเบื่อว่าพูดแต่ปัญหาอีกแล้ว เรื่องปัญหาที่หมักหมมมานานต้องแยกดูให้เป็น

1. ปัญหาเศรษฐกิจของไทยที่มีการแก้ไขมานานไม่รู้จักจบจนเป็นขยะกองโตขณะนี้ ได้แก่ปัญหาความยากจนของคนไทย คือหนี้ครัวเรือนที่มีแต่เพิ่มสูงขึ้น ตามมาด้วยความเหลื่อมล้ำของรายได้ของกลุ่มคนรวยกับคนจนที่ห่างออกไปทุกที และปัญหาระบบการศึกษาของประเทศล้าหลัง ทำให้การสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพเพื่อเข้ามาแข่งขันในการเพิ่มผลผลิตไล่ประเทศอื่นไม่ทัน

2. ปัญหาเชิงโครงสร้างที่ผุกร่อน ยากในการแก้ไข โดยเฉพาะกฎหมายที่อ่อนแอนับตั้งแต่รัฐธรรมนูญลงมา ที่มาขององค์กรอิสระต่างๆ ถูกนักการเมืองที่อยู่ในรัฐบาลตลอดมาทำให้บิดเบี้ยว อ่อนแอลงไปเรื่อย จนหาทางปรับปรุงแก้ไขแทบไม่ได้ และที่สำคัญธรรมาภิบาลได้ลดน้อยลงทั้งภาครัฐและเอกชนยากที่จะแก้ไข

3. ปัญหาอันเกิดจากธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงไปเร็วมาก แต่รัฐบาลมีศักยภาพในการแก้ไขปัญหาน้อย เช่น ภาวะโลกร้อนที่เรากำลังจะมีกฎหมายแก้ไข แต่ผมได้ดูแล้วยังพบจุดอ่อนมาก และเรายังมีอากาศและฝุ่นพิษ PM 2.5 ฝนแล้ง น้ำท่วม และรวมไปถึงการเกิดและระบาดของเชื้อโรคที่รุนแรง เป็นต้น

4. ปัญหาการด้อยในเรื่องของนวัตกรรมใหม่ๆที่เกิดขึ้นในโลกปัจจุบัน ที่มีการพัฒนาคืบหน้าอย่างรวดเร็วโดยมหาอำนาจและประเทศที่พัฒนาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปัญญาประดิษฐ์ (AI) และนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีใหม่ๆ หรือ IT ทั้งหลาย ซึ่งประเทศไทยยังล้าหลังประเทศอื่นมาก

5. ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันที่เป็นตัวบ่อนทำลายระบบบริหารราชการของไทย และทุกพรรคการเมืองที่กำลังเสนอตัวเข้ามาบริหารประเทศทั้งพรรคเล็กและใหญ่ ต่างก็รู้ดีว่าเป็นปัญหาใหญ่สุดของประเทศ ซึ่งหน่วยงานที่รับผิดชอบล้วนแต่เละเทะ โดยเฉพาะตำรวจซึ่งเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ล้วนประพฤติแต่เรื่องทุจริตคอร์รัปชันกันมากทั้งระดับสูงและต่ำ หรือองค์กรที่ตั้งขึ้นมาแก้ไขและป้องกันการทุจริตคอร์รัปชันโดยตรง เช่น สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็มีความด่างพร้อยในการทำงานให้เห็นชัดมากมาย แล้วเราจะแก้ไขได้อย่างไร

ผมได้สาธยายปัญหาของประเทศไทยเรามากมาย ซึ่งผมเองก็สุดปัญญาที่จะบอกว่าแก้ไขได้อย่างไร แต่ในวันนี้จะโยงให้เห็นตัวอย่างของปัญหาเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ที่ได้เกิดขึ้นมานานแล้วในภูเก็ต ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกรู้จักกันดี มาให้ท่านผู้อ่านได้ทราบกัน

เรื่องของเรื่องก็คือ การที่มีนักท่องเที่ยวเข้าออกจังหวัดภูเก็ตมากเกินการให้บริการด้านตรวจคนเข้าเมืองที่ยังล้าหลังของไทยจะรับได้ ทำให้เกิดช่องทางในการหาเงินหาทองที่มิพึงได้ของพนักงานตรวจคนเข้าเมืองทั้งเข้าและขาออกทุกวัน ทั้งนี้ โดยมีบริษัทเอกชนที่เกี่ยวกับการให้ความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในการเรียกเงินจนเป็นเรื่องปกติ

ผมเคยเดินทางกลับจากต่างประเทศเข้ามาทางด่านภูเก็ตเมื่อไม่นานมานี้ เมื่อเหยียบย่ำเข้ามาในบริเวณด่านตรวจคนเข้าเมือง ผมก็ได้เห็นชัดว่านักท่องเที่ยวที่เข้าคิวรอการประทับตราเข้าเมืองมีจำนวนมากถึงกว่าร้อยคนที่ยืนรอแออัดยัดเยียดเป็นแผงยาว ผมก็ยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปด้วยความตื่นเต้น แต่พอกดถ่ายได้ 2-3 รูป ก็มีคนที่แต่งตัวคล้ายเจ้าหน้าที่มาพูดกับผมว่า ทางการเขาห้ามถ่าย ผมก็ว่าโอเค และจะไม่ถ่ายแล้ว แต่ก็โดนรุกมาว่าต้องลบรูปทิ้ง ลบให้เขาเห็นต่อหน้าด้วยเพื่อแสดงว่าไม่มีรูปถ่ายติดอยู่ในมือถือ

ผมแปลกใจมาก เมื่อมาทานอาหารกับเพื่อนๆ ชาวภูเก็ตและได้เล่าให้เขาฟังกัน ก็ได้รับเรื่องราวว่าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองนี้เขามีการรับเงินกัน คนรับเงินจะเป็นใครผมก็ไม่รู้ ผมก็เลยงงมาตั้งแต่นั้น

จนกระทั่งเมื่อวันสองวันนี้ก็ได้นั่งทานอาหารกับเพื่อนเจ้าถิ่นที่เป็นร้านขายอาหารชื่อดัง และมีเพื่อนชาวต่างประเทศที่มาอยู่ภูเก็ตนานร่วมอยู่ด้วย เราพูดถึงเรื่องนี้ว่า มีบุคคลที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองได้เข้ามาคอยดูแลนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องการความเร็ว (Fast Track) จะเข้ามาสอบถามนักท่องเที่ยวเหมือนจะช่วยเหลือ แล้วก็นำไปยังห้องทำงานเล็กๆ แล้วบอกว่าถ้าต้องการเร็วจะจัดการให้แต่ต้องจ่ายเงินคนละ 1,200 บาท แล้วก็เร็วจริง เรื่องนี้ทำกันมานานมากแล้ว 

ผมเชื่อคำบอกเล่าของเพื่อนที่รู้จักกันดี รวมทั้งเพื่อนชาวต่างชาติที่อยู่ภูเก็ตซึ่งได้รับคำบอกเล่าจากชาวต่างชาติมากราย ผมเองไม่อยากจะตั้งข้อสงสัยผู้กำกับดูแลระดับผู้ใหญ่ที่รับผิดชอบการท่องเที่ยว เช่น ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และผู้ใหญ่ที่กำกับดูแลการตรวจคนเข้าเมืองของไทย

ส่วนในระดับนโยบายผมขอให้ท่านรัฐมนตรีที่กำกับดูแลเรื่องการท่องเที่ยวในรัฐบาลใหม่ รีบหาเครื่องมือและระบบในการตรวจคนเข้าเมืองที่แทบไม่ต้องใช้คนมาใช้ในจังหวัดภูเก็ตโดยเร็วด้วย ถ้าไม่รู้ว่าต้องมีเครื่องมืออะไรบ้าง ก็ขอให้เดินทางไปดูด่านตรวจคนเข้าเมืองที่สิงคโปร์ ที่แทบไม่ต้องใช้คนตรวจพาสปอร์ตเลยครับ

ยังมีอีกเรื่องที่เป็นการทำลายการท่องเที่ยวของประเทศอย่างเลือดเย็นที่ภูเก็ตอีกเรื่อง คือการที่ตำรวจคอยดักจับนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนมากในวันหนึ่งๆที่ได้เช่ามอเตอร์ไซค์ไปขับเที่ยวทั่วเกาะ แน่นอนนักท่องเที่ยวเหล่านี้ขับขี่โดยไม่ใส่เสื้อบ้าง มีการแซงกันน่าหวาดเสียวบ้าง ก็จะมีตำรวจคอยดูและให้หยุดลงจากรถ แล้วก็พูดภาษาอังกฤษว่า ยูขับขี่ไม่เป็นไปตามกฎต้องไปโรงพัก ต้องไปทำ Paper คือไปสอบสวน ถ้าไม่ต้องการไปก็จ่ายเงินมาหลักพันบาท แล้วแต่ตำรวจจะเรียก เรื่องนี้ก็มีปฏิบัติกันอย่างสม่ำเสมอทั่วภูเก็ตมานานแล้ว

ระดับเสนาบดีที่รับผิดชอบการท่องเที่ยวตั้งแต่อดีตถึงคนที่จะได้รับแต่งตั้งในปัจจุบัน โปรดรับรู้ด้วยว่าปัญหาการท่องเที่ยวจะเสื่อมลงในภูเก็ต ไม่ใช่ปัญหาการจราจรที่ติดขัดทั้งเมือง แต่ยังมีปัญหาที่ได้เล่าให้ฟังนี้รวมอยู่ด้วย เมื่อรับรู้และทำการตรวจดูแล้ว ท่านที่จะเอาดีทางการเมืองจะยังคงเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ก็ให้รู้กัน