thansettakij
thansettakij
10 เดือนรัฐบาลหนู คะแนนตกไม่เท่าไร ศรัทธาตกอันตรายกว่า

10 เดือนรัฐบาลหนู คะแนนตกไม่เท่าไร ศรัทธาตกอันตรายกว่า

08 ก.ค. 69 | 07:19 น.
อัปเดตล่าสุด :08 ก.ค. 69 | 07:29 น.

10 เดือนรัฐบาลหนู คะแนนตกไม่เท่าไร ศรัทธาตกอันตรายกว่า : คอลัมน์ฐานโซไซตี โดย...กาแฟขม หนังสือพิมพ์ ฉบับ 4,216

KEY

POINTS

  • รัฐบาลอนุทินบริหารประเทศครบ 10 เดือน ประสบปัญหาคะแนนนิยมตกต่ำ แต่สิ่งที่น่ากังวลกว่า คือ ความศรัทธาของประชาชนที่ลดลงอย่างรวดเร็ว
  • สาเหตุหลักที่ทำให้ความเชื่อมั่นลดลงมาจากปัญหาเศรษฐกิจปากท้องที่ไม่ดีขึ้น ความรู้สึกว่ามีการเลือกปฏิบัติ (2 มาตรฐาน) และ ปัญหาทุจริตการสอบเลือกตั้งท้องถิ่น
  • ข้อเสนอแนะให้รัฐบาลเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจให้เป็นรูปธรรม สร้างความเท่าเทียมในกระบวนการยุติธรรม และ ปราบปรามการทุจริต รวมถึงปัญหาทุนสีเทาและนอมินีต่างชาติอย่างจริงจัง

*** หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ “ลึก ตรงประเด็น เห็นโอกาส” ฉบับ 4,216 ระหว่างวันที่ 9-11 ก.ค.2569 โดย...กาแฟขม 

*** ยังไม่อาจสรุปได้อย่างเต็มปาก เต็มคำมากนัก ว่า รัฐบาลอนุทิน 2 ที่เพิ่งเลือกตั้งเข้ามาหมาดๆ เมื่อเดือน ก.พ. เป็นรัฐบาลขาลง แม้นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล จะบริหารรัฐบาลต่อเนื่องมาตั้งแต่ 1 ก.ย. 2568 มาจนถึงบัดนี้ล่วงเข้า 10 เดือน แม้โพลล์สำรวจคะแนนนิยม ในตัวนายกรัฐมนตรี อาจลดลงมาเมื่อเทียบกับผู้นำการเมืองคนอื่นๆ จากโพลล์นิด้าที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ อันดับ 1 ร้อยละ 26.08 เป็น ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ พรรคประชาชน อันดับ 2 ร้อยละ 21.68 ระบุว่า เป็น อนุทิน ชาญวีรกูล พรรคภูมิใจไทย ก็แค่คะแนนตก เท้งแซงหนูขึ้นมา ก็แค่เซๆ แต่ไม่ถึงขั้นทรุด ถึงกับต้องสลบ หรือ น็อคกลางเวที

*** แน่นอนคะแนนนิยมที่ตกตํ่าลงมาเร็วเกินคาด จากปกติที่จะให้โอกาสรัฐบาลได้บริหารไปสักระยะหนึ่งประมาณ 8-12 เดือน แล้วประเมินความไหว-ไม่ไหว ไปต่อกันได้หรือไม่ ก่อนแซ่ซ้องให้ไปต่อหรือพอแค่นี้ แต่คราวนี้เหมือนเวลาน้อย เสียงกระหนํ่าทำนองไม่ให้โอกาสนายกฯ หนู หรือ พอแล้ว มาเร็ว ด้วยหลายเหตุปัจจัย

แรกๆ เริ่มเลยหนีไม่พ้นเรื่องเศรษฐกิจปากท้อง ที่ไม่โงหัวขึ้นเสียที พร้อมๆ กับความรู้สึก 2 มาตรฐาน คนเข้าถึง พวกพ้องมีโอกาสมากกว่าคนทั่วๆ ไป ผสานเข้ากับการทุจริตสอบเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งใหญ่โตมโหฬาร ประกอบเข้ากับเครือข่ายองค์กรอิสระที่ครอบคลุมประเทศ ที่หลายคนมีอาการหมั่นไส้ตกตะกอนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ถูกกวนขึ้นมาผสมผสาน เร่งกระแสความเชื่อมั่นในการนำของรัฐบาลให้ลดน้อยถอยลง

 

*** รัฐบาลหนู จะไปต่อ มีเงื่อนไขไม่มาก ต้องเร่งแก้ เร่งฟื้นเศรษฐกิจให้เห็นเป็นรูปธรรมโดยเร็ว เสกมาตรการพลัสๆๆ ทั้งหลายให้เป็นผลจริงจับต้องได้ ยกหนามตำใจประชาชนเรื่องกระบวนการยุติธรรมแบบเสมอภาค ขจัดขบวนการคอร์รัปชันสอบท้องถิ่นให้กระจ่าง ให้มีบทลงโทษอย่างชัดเจนโดยเร็ว ต้องไม่มีแพะรับบาป หรือ มีการตัดตอนเอาผิดแค่ระดับล่างๆ แต่ต้องไปให้ถึงตัวการใหญ่ หรือฟันพวกรับประโยชน์และชักใยอยู่เบื้องหลังให้ได้อย่างแท้จริง

ประเภทสอยปลาซิว ปลาสร้อย แล้วบอกว่า จัดการแล้ว ดูเหมือนจะไม่พอเสียแล้วกับคาบนี้ ถ้าเล่นซื้อตำแหน่งกัน 3 แสน 5 แสน 7 แสน แน่นอนต้องมีการถอนทุน ทำให้สังคมเน่าเฟะลงขนาดไหน ภาพจะกลายเป็นเดินไปทางไหน ก็ต้องควักกระเป๋า กลายเป็นสังคมผิด-ถูกไม่รู้ แต่เฉี่ยวไปทางไหนก็ต้องถูกรีดไถ มันจะไปกันไม่ได้ทั้งองคาพยพของสังคมนี้ 


 *** อีกโจทย์สำคัญของรัฐบาล นายกฯหนู ต้องไล่ล่ากล้าหาญจัดการนอมินี ทุนเทา ทุนมืดที่เกลื่อนประเทศ โดยไม่อาจปฏิเสธว่าเขาใช้นอมินีกันทะลักทะลาย ตั้งแต่ก่อนมาเป็นรัฐบาล “ก็เป็นมานานแล้ว ก็ทำมาตั้งนานแล้ว” นานแล้วก็นาน แต่จะปล่อยให้ความนานของสิ่งที่ผิด เป็นเรื่องปกติไม่ได้ ประเภทเข้ามาอาศัยตั้งถิ่นฐานหากินเป็นลํ่าเป็นสัน ยึดกันทั้งย่าน ใช้จ่ายตัดบัญชีโดยเม็ดเงินไม่กระเซ็นแม้แต่หยวนเดียว ตกอยู่ในประเทศไทย แบบนี้ไหวหรือ

กระทั่งเข้ามาตั้งบริษัทผลิตซอยพื้นที่ไม่เกิน100 ไร่ เลี่ยงกฎหมายนิคมอุตสาหกรรม ผลิตทำธุรกิจ ตั้งโรงงานในผังเมืองที่ไม่อนุญาตให้ผลิตในพื้นที่ภาคตะวันออก หรือ เขต EEC ก็ไม่อาจปล่อยปละละเลย แน่นอนประเทศต้องการเม็ดเงินลงทุน แต่ต้องลงทุนตามมาตรฐาน และไม่กระทำที่เลี่ยงหรือขัดต่อกฎหมายของไทย หากยังปล่อยปละละเลย จะยิ่งกระทำความเสียหายให้กับเศรษฐกิจไทย 

                             10 เดือนรัฐบาลหนู คะแนนตกไม่เท่าไร ศรัทธาตกอันตรายกว่า

*** กระทรวงพาณิชย์รายงาน “นอมินี” เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นและสะสมมาอย่างยาวนานในสังคมไทย หากดูจากสถิตินิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงนอมินี (ต่างชาติลงทุน 0.01 – 49.99%) ปี 2541 มีจำนวน 523 ราย ปี 2551 จำนวน 2,041 ราย ปี 2561 จำนวน 5,143 ราย ปี 2568 จำนวน 11,746 ราย เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนมียอดสะสม 119,297 ราย ระหว่างวันที่ 1 ม.ค.-31 พ.ค.2569 นิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงลดลง 65% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่าน

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ร่วมลงนาม MOU กับ 23 หน่วยงาน ลบรอยร้าวเศรษฐกิจ ร่วมพิชิตนอมินี เน้นบูรณาการฐานข้อมูล เฝ้าระวัง-ดำเนินคดี สร้างความเชื่อมั่น แต่อาจยังไม่พอ น่าจะพิจารณาคัดกรองเข้มงวดตั้งแต่ต้นมือ มีบทลงโทษการกระทำความผิดอย่างเด็ดขาดในทุกกระเบียด ทั้งตัวการและพวกที่เข้าด้วยช่วยเหลือ ต้องไม่แค่ขึงขังบังหน้า แต่ต้องฟาดให้เห็นจริงจัง ไม่ปล่อยผ่านแล้วเกิดกระบวนการวิ่งเต้นให้เด้งดึ๋งหลุดรอด เอาหน่อยๆ อยู่กันไม่ไหวแล้ว