
จาก Work from home สู่ Work ไร้ Balance งานนำชีวิต เป็นพิษพนักงาน
ผู้นำวิสัยทัศน์ ธนภัทร ศรีบุญเรือง Corporate Communication Manager ของ IPG Mediabrands Thailand
จากสถานการณ์ที่บีบให้เราต้อง Work From Home สู่แนวคิดการทำงานแบบ Work-Life Integration หรือการงานควบคู่ไปกับการใช้ชีวิตอย่างไร้รอยต่อ โดยเน้นไปที่การจัดลำดับความสำคัญระหว่างงานและกิจกรรมอื่น จนมีอิสระที่จะ Work From Anywhere Anytime เพราะการเข้าถึงงานที่ง่ายขึ้นผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยการเข้าถึงงานที่ง่ายขนาดนี้ ก็ส่งผลให้เส้นแบ่งระหว่างการทำงานและการพักผ่อนเริ่มเลือนลางลงไปจนส่งผลเสียถึงสุขภาพร่างกายและจิตใจ อย่าง Line ที่เคยเป็นพื้นที่ส่วนตัว ก็กลายมาเป็นพื้นที่ระหว่างเจ้านายและพนักงานเสียอย่างนั้น จึงไม่แปลกที่จะทำให้พนักงานสะสมความเครียดมากขึ้น
เชื่อว่าแอปพลิเคชัน Line ถือเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มที่คนไทยนิยมใช้งานเป็นจำนวนมาก เพราะฟังก์ชันที่ครบเครื่องและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในหลายมิติ ในปีที่ผ่านมาฟีเจอร์ LINE Group VDO Call เติบโต 99% และ LINE Meeting เติบโตถึง 191% สะท้อนให้เห็นว่า Line ไม่เพียงแต่ถูกใช้ไปกับการสื่อสารเท่านั้น แต่ยังถูกใช้เพื่อการทำธุรกิจและการทำงานภายใต้สถานการณ์โควิด-19 อีกด้วย
อาจไม่ใช่เรื่องแปลกที่หลากหลายองค์กรธุรกิจจะเลือกใช้ Line เป็นเครื่องมือในการสื่อสารระหว่างที่ต้อง Work From Home แต่การเข้าถึงได้ง่ายเพียงแค่ปลายนิ้วกลับทำให้เส้นแบ่งของโลกการทำงานและโลกส่วนตัวค่อยๆ เลือนลางลง ทำให้พนักงานหลายต่อหลายคนไม่สามารถแยกเวลาของการพักผ่อนและเวลาส่วนตัวออกจากเรื่องงานได้เลย
จึงทำให้เกิดความเครียด ความกังวล และรู้สึกว่าไม่ได้พักผ่อนอย่างแท้จริง ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงร่างกาย จิตใจ อาจถึงขั้นทนไม่ไหวและยื่นใบลาออกในที่สุด แต่หากองค์กรธุรกิจในประเทศไทยหันมาปรับเปลี่ยนช่องทางการสื่อสาร เพื่อแบ่งแยกให้แน่ชัดระหว่างเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว ซึ่งจะเป็นอีกทางหนึ่งที่ช่วยลดความกังวลให้กับพนักงาน
ในช่วงที่ผ่านมา หลายคนคงจะคุ้นชินกับแพลตฟอร์ม Virtual Meeting สำหรับการทำงานอย่าง MST (Microsoft Teams), Zoom, Google Meet ซึ่งแพลตฟอร์มเหล่านี้มีฟังก์ชันจำนวนมากที่ช่วยให้สามารถจัดการเกี่ยวกับเรื่องงานได้อย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งฝ่ายงาน การประชุมแบบเห็นหน้า การสื่อสารผ่านแชท การรับ-ส่งไฟล์ที่ง่ายต่อการค้นหาและจัดเก็บ การจัดการปฏิทินและตารางงาน และฟังก์ชันอื่นๆ อีกมาก ซึ่งนอกจากจะช่วยให้พนักงานจัดการงานได้อย่างเป็นระบบ ยังช่วยให้พนักงานสามารถแยกพื้นที่การทำงานออกจากพื้นที่ส่วนตัวได้มากขึ้นด้วย
นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งทางเลือกที่เหมาะสำหรับการทำงาน “Gather Town” แพลตฟอร์ม Virtual Office ที่มีจุดเด่นอยู่ที่รูปแบบของกราฟิกคล้ายเกม 8-bit ที่เราสามารถมีส่วนร่วมผ่านการกดบังคับและควบคุมทิศทางการเดินได้ โดยสามารถ customize พื้นที่นั้นให้เป็นออฟฟิศจำลองที่มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ซึ่งจะให้ความรู้สึกเหมือนได้เปลี่ยนบรรยากาศในการทำงาน และยังสามารถแต่งตัวอวตารของตัวเองได้ด้วย
มีฟังก์ชันมากมายรองรับการทำงาน เช่น แบ่งส่วนห้องประชุม พูดคุยกันได้ทั้งรูปแบบข้อความ แบบเสียง และแบบเห็นหน้า สามารถแชร์ลิงก์ แชร์หน้าจอ และยังมีเกมที่ช่วยลดความเครียดอีกด้วย ถือว่าเป็นแพลตฟอร์มหนึ่งที่น่าสนใจ น่าสนุก และอาจสร้างสีสันในการทำงานไม่น้อยเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีแพลตฟอร์มอีกมากที่เร่งพัฒนาออกมาสำหรับการทำงานจากระยะไกลโดยเฉพาะ คงจะขึ้นอยู่กับว่าองค์กรแล้วล่ะว่าสะดวกใช้ช่องทางใด ที่เหมาะกับวัฒนธรรมองค์กร พนักงาน และลักษณะของงาน
จากอัตราความเครียดสะสม ภาวะซึมเศร้า หรืออาการหมดไฟ (Burnout syndrome) ของพนักงานที่เพิ่มมากขึ้นจากทั้งปัจจัยโดยตรงและโดยอ้อมของการ Work From Home ส่งผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจ ยิ่งไปกว่านั้นยังส่งผลกระทบไปถึงประสิทธิภาพของการทำงานด้วยเช่นกัน นี่อาจเป็นสัญญาณเตือนครั้งสำคัญขององค์กรที่จะปรับตัวเพื่อช่วยลดความเครียดที่เกิดขึ้นกับพนักงาน และกระชับความสัมพันธ์กับพวกเขาให้มากขึ้น เพื่อให้สภาพร่างกายและจิตใจของพวกเขาดีขึ้น พร้อมสำหรับการทำงาน และเป็นส่วนหนึ่งที่ขับเคลื่อนการเติบโตขององค์กรต่อไป
อ้างอิง : https://www.thansettakij.com/tech/507765
ที่มาของภาพ : @gather_town
หน้า 15 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 42 ฉบับที่ 3,776 วันที่ 21 - 23 เมษายน พ.ศ. 2565






