
อัลตร้าซาวน์ อัตลักษณ์ ฉากที่ 5 : คนเราจะรอดได้เพราะมีของ
อัลตร้าซาวน์อัตลักษณ์ ฉากที่ 5 : คอลัมน์เปิดมุกปลุกหมอง โดย...ดร.สุรวงศ์ วัฒนกูล หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3751
ครั้งแรกที่เห็นคนญี่ปุ่นสวมใส่ หน้ากาก เมื่อ 20 ปีก่อน ก็ถามคนที่เชิญไปดูงานว่า “ทำไมเขาถึงใส่หน้ากาก” เขาก็บอกเราว่า “ใครเป็นหวัด เขาจะรีบหาหน้ากากมาสวม เกรงว่าจามแล้วมันจะฟุ้งไปติดคนอื่นเขา”
ผมเอามาเล่าให้ฟังในห้องอบรม ศิษย์สาวเธอโวยว่า “ใส่หน้ากากน่ารำคาญชะมัด” ไอ้เรามันก็สายตะไบ เห็นอะไรขรุขระก็พูดจาถูรูดสติไปเล็กน้อยว่า “คนเราต้อง ดัดจริต ให้เป็น ถ้าเราไม่เอา จริต มา ดัด ซะบ้าง จริตเราจะแพ้เถาวัลย์ที่มันปรับตัวเลื้อยไปโอบรัดได้ทุกพื้นที่” เธอไม่เถียง
ผมจึงสวมรอยเป็น ช่างปั้นหม้อ รีบเคาะความคิดเธอให้ขึ้นรูปได้ทรงอีกสักหน่อย
“ถ้าเราวิ่งหนีโจรเข้าไปในสวนแล้วลงไปซ่อนตัวตรงพุ่มไม้ริมร่องน้ำจึงกลายเป็นหนีผู้ร้ายดันมาจ๊ะเอ๋กับปลิง มันเกาะดูด จ๊วบ…จ๊วบ ตรงน่อง เธอจะหวีดร้องสนั่นลั่นสวนป่ะ” เธอไม่ว่าอะไรได้แต่ยิ้มแบบขำๆ รูดตะไบต่อสิจะรออะไร (ฮา)
“คนเราจะรอดได้เพราะมีของ จะโตได้ต้องรู้จักปรับใจให้ทัน เราอุตส่าห์หลบแว่บจากสวนกลับมาถึงบ้าน อาบน้ำอยู่เพลินๆ ผู้ร้ายคนเดิมมันยังตามมาปีนรั้วบ้านเดินตรงดิ่งมาถีบประตูบ้านเรา เรานึกขึ้นได้ว่าพ่อมีธนูเพราะพ่อเป็นนักกีฬายิงธนู รีบออกจากห้องน้ำเข้าไปหลบในห้องพ่อ หันไปที่มุมห้องก็ดีใจว่ามีธนูพิงอยู่ แต่เซ็งหมูฝุดๆ เพราะ ธนูมันไม่มีสาย!” (ฮา)
เป็นนักกีฬาที่ขาดความพร้อมเพราะไม่ดูแลจัดเตรียมไว้ให้เรียบร้อย คนแบบนี้มีอยู่ในสต๊อกเยอะ เวลาจะเดินทางแต่ละทริป อิดออดๆ กว่าจะจัดกระเป๋าเสร็จ รถทัวร์ล้อหมุนมาหลายป้าย เพิ่งนึกได้ว่าลืมฟันปลอม (ฮา)
ศิษย์สาวเริ่มรับมุก เธอคุยเองบ้างว่า “ก่อนที่หนูจะกลับมาจากอเมริกา หนูถามพ่อว่า บ้านเรามีรถส่วนตัวกันหรือยัง พ่อหัวเราะแล้วบอกว่า “มีสิ!”
วันที่กลับมาถึงสนามบิน พ่อนั่งแท็กซี่มารับ หนูก็ค้อนสิ พ่อรู้ว่าเดี่ยวหนูจะฟาดงวง รีบสารภาพว่า “พ่อไม่ได้ดูว่ารถเราเพลามันร้าว สัปดาห์ก่อนขับไปสักพักเพลามันหัก พ่อกะว่าอีกสักสองสามวันจะเอาไปซ่อม
ปรากฏว่า คิวรอกันยาวซ่อมไม่ทัน หนูก็ไม่ได้โวยอะไร หนูรู้ตัวว่าเป็นโรคไฮเปอร์ พ่อหนูเขาเป็น โรคเดี๋ยวก่อน!” (ฮา)
คนเรามีรถ ไม่สน คิว.ซี. มัวโอ้เอ้วิหารราย ไม่ขวนขวายส่งซ่อม รถไม่ใช่มะขาม จอดแช่อิ่มเอาไว้ มันจะมีประโยชน์อะไร
“อาหนูอยู่บ้านนอกก็สายเลือดเดียวกันกับพ่อนะคะ อาเขาไม่เคยเรียนหลัก 5 ส. วางของก็ไม่เป็นที่เป็นทาง ขับเรือไปจอดฝั่งตรงข้าม กินเหล้าเมาเพื่อนขับรถข้ามสะพานมาส่งบ้าน วันรุ่งขึ้นถังแก๊สในครัวระเบิด จะหามสาวใช้ลงเรือเพื่อซิ่งหนีรถติดพาไปหาหมอ แต่เรือมันจอดอยูฟากโน้น แล้วมันมีประโยชน์อะไร หนูโทรแซวอาว่า เราน่าจะย้ายครัวตามเรือมานะอา” (ฮา)
เพื่อนผมมีภรรยาเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง จบเอกวิศวะ สวยเช้ง ทั้งคู่ลิงจั๊กๆ แต่สีหน้าคล้ายกับยักษ์จำศีล เพิ่งจะรู้ว่าเธอเป็นร่างทรงของหมู่ญาติ เช้าป้าโทรมายุ ย่ำค่ำแม่ก็โทรมาเป่าหู อีกวันพี่สาวโทรมาครอบครู ข้ามสัปดาห์หลานโทรมาไต่สวน ตระกูลนี้คงจะเคยเป็นไส้ศึกเมืองเวสาลี (ฮา)
ช่วงเรียน ป.ตรี ผมมี สหายลามก เล่นไม่เข้าเรื่อง จู่ๆ ก็มาลากแล้วผมผลักร่วงลงไปในสระน้ำหน้าอาคารรัฐศาสตร์ อาจจะงงว่าแค่แกล้งกันเล่นมันจะลามกตรงไหน คืองี้ ลามก แปลว่า ไม่สะอาด การผลักให้เพื่อนตกน้ำเป็นความคิดที่สะอาดตรงไหน
อินเดียก็เคยมีข่าวว่าสามีให้ภรรยานั่งบนห่วงยางกลางสระน้ำ นึกสนุกขึ้นมาก็พลิกห่วงยางให้เธอร่วงหัวทิ่มน้ำ เตียงก็เลยหักไปตามระเบียบ พ่อแม่ถึงได้สอนลูกหลานว่าแต่งงานกันแล้วอย่าเล่นบ้าๆ
สิ่งที่ไม่มีประโยชน์รายการท้ายสุด คือ เพื่อนอยู่ไกล เราซุ่มซ่ามเหยียบเท้าจิ๊กโก๋ตอนเล็บขบจึงโดนจิ๊กโก๋รุมในแดนกันดาร เพื่อนในอำเภอเมืองจะมาช่วยทันเวลาไหม ยกเว้น เราผูกมิตรกับใครต่อใครเอาไว้ทุกพื้นที่ มีความเป็นไปได้ 80% ว่าเราจะ ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้
พิจารณาดูคำสอนถี่ถ้วนแล้วบอกต่อได้เลยว่า ยืนหนึ่ง แท้จริง ยกให้ พระพุทธเจ้า











