svasdssvasds

สังข์ (ที่คริสตี้’ส์)

ฐานเศรษฐกิจดิจิทัล
|
18 ธ.ค. 2564 เวลา 4:54 น. 995

คอลัมน์ Cat out of the box โดย พีรภัทร์ เกียรติภิญโญ

เมื่อปีกลาย 2562 สถาบันการประมูลศิลปวัตถุของโลกที่เก่าแก่มาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาชำนะศึกนันทบุเรง ออกจดหมายส่งข่าวอย่างว่าขอให้แวะไปงานวิชาการที่เขาจัด ว่าด้วยเศรษฐกิจของตลาดงานศิลปะ Economic(s) of The Art Market ซึ่งมีบรรยาย มี present มี workshop สามวันติดต่อกัน งานนี้เขาว่ามีเจ้าภาพหลักจากนิวยอร์ค/ ลอนดอนมารวมกันหมด ทั้งภัณฑารักษ์, นักกฎหมาย, ทนายความ, ประธานบริหารคริสตี้ส์, art dealer_ผู้ขายงานศิลปะจาก gallery เฉพาะทาง รวมถึง คจศ. (-ควรจะเปนศาสตราจารย์ได้แล้ว) โนห์อา คัปเฟอร์แมน นักการเงินวอลสตรีทผู้ผันตัวมาทำงานวิชาการฝ่ายศิลปวัตถุ เนื่องด้วยมหาเศรษฐีต่างๆในยุโรปและอเมริกาชอบนำพางานศิลปะมาเปนหลักประกันเงินกู้! 
 

ดังนี้แล้วจึงเเจ้งสำรองที่นั่งแลจ่ายสตางค์อิเลกทรอนิกส์ค่าเรือบิน จนเสร็จสรรพก็เดินหนบนอากาศข้ามน้ำข้ามทะเลไปพบเจอปวงพวกเขา เช้าวันนั้นที่ตึกอเล็กซานดร้าเพื่อนก็ตั้งวงคุยกันเรื่องของประมูลที่ทำสถิติราคาเคาะขายสูงเปนประวัติการณ์ในห้วงระยะเวลาศตวรรษที่ผ่านมา ฝรั่งทั้งหลายนั่งสนทนาปุจฉาส่งกันมันส์ปาก ว่าน่าประหลาดใจที่เปลือกหอยใหญ่ๆอันหนึ่ง ร้อยๆปีก่อนนั้นประมูลเปลี่ยนมือกลับไปกลับมาได้ราคาราว 200 ล้าน (บาท) ทำนองว่าไม่รู้จะบ้าราคาอะไรกันไปได้ขนาดนั้น ประดาผู้คนทั้งหลายในห้องก็หงึกหงักๆ เห็นด้วยว่าเปนเรื่องบ้า

55 จึงถึงเวลาแสดงปาฐกถาสวนกลับไปว่าเปลือกหอยที่ว่านั้นเปนอย่างไง_ไม่รู้ รู้แต่เปลือกหอยที่นี่ ที่กรุงเทพบ้านเรานี้มีราคา มีราคามากกว่า 200 ล้าน_เยอะ และมิใช่เปนเรื่องบ้า
 

เพื่อน คจศ. (ควรจะเปนศาสตราจารย์ได้แล้ว) ก็ถึงแก่ตาวาว แลในควรฉงนสนเท่ห์นั้น ผู้ฟังทั้งนั้นก็สตั้นท์นิ่งอยู่ด้วยกระหายใจใคร่รู้ว่ามันจะเปนอย่างไรกันหนอ เรื่องหอย55 ก็ครั้งหนึ่งในช่วงรอยต่อระหว่างกรุงศรีอยุธยากรุงธนบุรี และรัตนโกสินทร์อันว่าบุตรชายทั้งสองรับราชการสู้ภัยสงครามอยู่, สมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก (ทองดี) ทรงย้ายครัวจากสะแกกรัง ขึ้นไปทางเหนือ แต่เมื่อถึงพิษณุโลกก็ถึงแก่พิราลัยลง การถวายเพลิงนั้นทางครอบครัวก็กระทำไปโดยลำพัง เพราะบ้านเมืองยุ่งเหยิงการศึกติดพัน ได้แต่นำพระอัฐิบรรจุใส่หอยสังข์_conch เก็บไว้อยู่ มิได้ทันสร้างกู่เจดีย์บรรจุอย่างที่ดั้งเดิมทำมา ข้างผู้บุตรชายใหญ่ในยามนั้น (คือพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 1 ต้นราชวงศ์จักรี ในเวลาต่อมา) ได้ทราบการณ์แล้ว ออกโอษฐ์สนับสนุนการไม่สร้างสถูปกู่บรรจุพระอัฐิให้ถาวรนัยยะทำนองว่า ก็ถ้าการศึกประชิดนักเกิดกรุงแตก ‘จะได้พา (พระราชบิดาในรูปพระอัฐิ) ไปเสียด้วยกัน’


 

ต่อมาบ้านเมืองระส่ำระสายลงอีก สังข์บรรจุพระบรมอัฐินี้เกิดสูญหายพรายพลัดไป 
 

แม้ต่อมาทรงเปนที่พระเจ้าแผ่นดินเสด็จผ่านพิภพขึ้นทรงราชย์แล้วที่กรุงรัตนโกสินทร์ ทรงตามข่าวหอยสังข์บรรจุพระอัฐิสมเด็จพระบิดาก็ยังหาพบเจอไม่
 

จนมาวันหนึ่งมี squire_ผู้ดีบ้านนอกซึ่งมีบรรดาศักดิ์_ศักดินาอย่างข้าราชการผู้น้อยท่านหนึ่ง เข้าเฝ้าทูนละอองธุลีพระบาท ถวายสังข์สำคัญนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงปีติโสมนัสยินดียิ่งนัก โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ท่านผู้พาสังข์สำคัญบรรจุพระอัฐิมานี้เปนที่เจ้าเมือง พระราชทานเมืองๆหนึ่งให้เปนเจ้าเข้าครองทันใด
 

เห็นไหมล่ะ ดังนี้เงิน 200 ล้านอันสมัยนี้เพิ่งจะซื้อตึกแถวได้ 10 ห้องจะไปสู้พระยาสังข์ครองเมืองทั้งเมืองอย่างไรได้!
 

เจ้าชายไมเคอล แห่งฮัฟว์บวร์ก ลอเรน ตอนนั้นก็เพิ่งอายุ 27 เพิ่งลงเรือบินมาทำงานเปน Business Development ให้คริสตี้’ส์ที่สาขาฮ่องกงนี่เปนวันแรก ต่างคนต่างก็ไม่รู้ว่าใครเปนใคร เมื่อฟังการอรรถะอธิบายเรื่องเปลือยหอยไทยราคาแพงแล้วคงจะติดในใจ 
 

ตอนพักเบรก ไปธุระห้องน้ำ(ฝรั่งว่า wash my hands ซึ่งที่จริงเปน กิริยาสุดท้ายก่อนออกจากห้องน้ำตะหาก 55 )
 

เจ้าชายก็เดินตามมาถามถึงคุยต่อเรื่องหอยสังข์อันมีค่าควรเมือง ยังไม่ทันจะล้างมือก็ต้องธุระไปพูดไป แกเสร็จธุระก่อนแล้วออกมารอข้างหน้า,โดยมารยาท, ก็เลยต้องว่า 
 

“เอ้อ เมื่อกี้สถานการณ์ (ในห้องน้ำ) ค่อนจะอิหลักอิเหลื่อ, ขอประทานโทษทีเมื่อกี้คุยกันยังไม่ทราบชื่อ...”
 

หนุ่มผมทองก็ตอบโดยสุภาพชิดเท้าแลค้อมหัวให้นิด ส่งมือมาแล้วว่า ‘กระผม ไมเคอล แห่ง ฮัฟว์บวร์ก ลอเรน ครับ’ 
 

ยินแล้วดังนี้ จึงกระถดตัวมาหน่อยค้อมหัวให้ตอบปากว่า ‘Ahh, Your Serene Highness’ 
 

หนุ่มก็ตกใจถามว่ารู้อย่างไรว่าแกเปนเจ้า เลยหัวเราะหึๆตอบแกในใจ
 

ตกเที่ยงเห็นเจ้าชายยังเคว้งอยู่ไม่รู้จะไปกินข้าวไหนเขาพักการสัมมนา ก็อย่างว่าเมืองฮ่องกงมันต่างคนต่าง survive ใครเขาสนใจใครกันเล่า?  เลยชวนว่าจะไปกินเที่ยงที่โอเรียลเตล ไม่ไกลนี่หรอก จะไปด้วยกันไหม ผู้ถูกชวนที่เก้กังอยู่ก็ยิ้มดีใจ อันว่ายุคประหลาดตั้งกะไม่กี่สิบปีมานี้ มันเปนอะไรเกิดขึ้นไม่ทราบจะกินข้าวBusiness QUICK Lunch มื้อกลางวันในโรงแรมหราหรูก็ยังต้องจอง นี่มันแค่มื้อเที่ยงนะ ใช่ดินเนอร์ที่ไหนกันเล่า
 

อันธรรมเนียมนักธุรกิจสากลเขาไม่มีเวลาคิดหรอกว่าเที่ยงจะกินไร หิวเข้าก็เอาสตางค์กวักหา ใครมีหน้าที่อยากได้เงินก็เปิดประตูมาเเล้วหยิบไป ก็เท่านั้น กระบวนการเอ่ยอิบให้ได้ที่นั่งแต่นานมา ชาวพนักงานเขารู้กันว่า ที่สำรองมันต้องมีเสมอ สำหรับผู้ทิปหนัก นี่ก็เปนเหตุว่าคนเราอยู่ๆทำไมใส่เสื้อนอกตัวเปนแสนใส่นาฬิกาเรือนเปนล้าน ก็ถ้าคนไม่ได้จองมาเหมือนกัน นักบริหารงานโรงแรมระดับหกดาวเขาอ่านรหัสออก
 

ก็พวกเสื้อแพงน่ะนั้นหนา แปลความได้ว่าทิปหนัก!!
 

สั่งข้าวกันมาแล้ว ของเจ้าชายเขาลงก่อน ด้วยมารยาทฝึกมาดีเขาก็กุมมือรออยู่มิกล้าตักกินฝ่ายเดียว ดังนี้ก็จึงว่า ‘ฝ่าบาท ที่นี่ฮ่องกง ชีวิตเร่งรีบหมุนเร็วจัดจี๋รับทานเสียก่อน มารยาทพักไว้’ แกก็สบายใจหั่นปลาขึ้นกิน เมื่ออีกจานตามมาลง ก็ต่างกินต่างคุยกันไป ได้กาแฟมาอีกถ้วย ฝ่าบาทก็อึกอัก ว่าเพิ่งลงเครื่องจากยุโรพเมื่อเช้าเงินสดพกมายังไม่ได้แลกเลย 55_พวกเจ้าก็ยังงี้ ไม่ใคร่เตรียมตัวว่องไวเรื่องเงินทอง จึงว่า ไม่เปนไรมิได้_allow me, แล้วก็รูดบัตรเครดิตจ่ายเหมาออกไป เจ้าชายฝรั่งทำหน้าตาเกรงใจบอกว่าขออนุญาตเปนเจ้าภาพเลี้ยงคืนพรุ่งนี้ ตามวิสัยผู้มีมารยาท


 

ภาคบ่ายก็ชวนแกว่า จะเลี้ยงรับรองให้ในฐานมาฮ่องกงครั้งแรกและนับเปนดินแดนเอเชียแห่งแรกที่เคยย่างเหยียบมา ที่ตึกระฟ้าริมอ่าววิกตอเรียตอนมื้อค่ำ แกก็ดีใจตกค่ำแต่งสูทถูกต้องมารอที่ชั้น 31 
 

อิ่มแล้วก็ดูอ่าวแล้วก็เดินกลับโดยทอดน่องท่องไปในยามราตรี พาไปนั่งเรือข้ามฟาก แล้วต่อรถใต้ดินก็เดินตามผ่อนคลายอากาศดี รูปนี้คุยกันจึงพบว่า ต่างฝ่ายต่างใช้รถสโกด้า fabia RS มดเขียวตัวเเรงเหมือนกัน เจ้าชายว่าชีวิตเหมือนจับพลัดจับผลู กินข้าวในร้านอาหารปารีสกำลังหมดแรงหมดใจเรียนจบแล้วได้งานก็ไม่ตรงสายสู้บ่นให้เพื่อนร่วมโต๊ะอาหารฟัง ปรากฎว่าสุภาพสตรีมีอายุฟากตรงข้ามได้ยินการสนทนาแว่วมาทราบว่าแกเปนมหาบัณฑิตทางไฮ-สตอรี่ (History) ที่ว่ามาเรียนเพราะจะสืบค้นประวัติครอบครัว ที่ถูกเขากวาดล้างล้มบัลลังก์พลัดหายกระจายไป เธอผู้นั้นจึงว่าสนใจทำงานเกี่ยวกะประวัติศาสตร์ไหม?
 

เด็กชายไมเคอล งุนงง_สงสัย ที่คนโต๊ะข้างๆมาคุยด้วย แต่ก็ตอบรับไป ไม่นานเธอจึงส่งให้ไปสัมภาษณ์กับเพื่อนที่เปนประธานคริสตี้ส์ แห่งนิวยอร์ค เจ้าชายก็ได้งาน มารู้ภายหลังว่า สตรีนั้น คือภริยาของ เฮอร์เบิร์ต เจ้าของ โซโลมอนด์ บราเธอร์ เซเลปคนสำคัญของตระกูล
 

เรื่องจริงเรื่องนี่สอนให้รู้ว่า โอกาสมักผ่านมาให้คว้าไว้แบบแปลกๆ
กลับมาเรื่องหอย_สังข์
 

สังข์ในราชสำนักนับเปนของสูงตามคติพราหมณ์ซึ่งก็ยังมีคณะพราหมณ์หลวงถวายงานต่อเนื่องมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา เมื่อผู้ทำราชการในราชสำนักจะแต่งงานสร้างครอบครัวก็ปรารถนาพรอันสูง ก็อาจจะกราบบังคมทูลพระกรุณาขอรับพระราชทานพระมหากรุณา เข้ารับพระราชทานน้ำสังข์ ถือเปนมงคลสูงสุดในชีวิตสมรส  
 

สังข์นี้มีรอยร่องพระหัตถ์พระนารายณ์ติดอยู่ที่หงายสังข์ทุกขอนเสมอไป เปนของศักดิ์สิทธิ์โดยธรรมชาติการนี้ผู้สนใจศึกษาต่อได้เอง แบ่งออกเปนสังข์เวียนขวา กับสังข์เวียนซ้าย มีลำดับศักดิ์ไม่เท่ากัน 
 

สังข์สำคัญๆมีลำดับศักดิ์สูง ขนานนามว่าพระมหาสังข์เลี่ยมด้วยโลหะมีค่าเช่นเงิน หรือ ทองคำ ประดับอัญมณีก็มี เช่น เพชร หรือ ทับทิม บางทีใช้วิธีลงยา enamel สวยงามล้ำค่า
 

ความสำคัญของสังข์ในทางฮินดูพราหมณ์สมาส คือ ความว่าง,ใช่, ความว่าง_space 
 

การที่อะไรๆจะบังเกิดมี/บังเกิดเปน ขึ้นมาได้ต้องอาศัยความว่าง วันหนึ่งขับรถอยู่บางสะพานพบพระธุดงค์รูปหนึ่ง จอดรถถวายน้ำแล้ว จึงสนทนา ท่านว่า ทำอะไรให้นึกถึงความว่างเข้าไว้ โลกเราที่ว่าใหญ่ๆโลกทั้งใบก็ตั้งอยู่บนความว่าง! หายใจให้ลึกสุดลมจะพบความว่าง!!
 

พราหมณ์ท่านบอกว่านอกจากใช้รดน้ำแล้ว ถ้าตัดจุกออก สังข์ก็ใช้เป่าเปนเสียงมงคลขับไล่ความชั่วร้ายต่างๆออกไปอีกด้วย พราหมณ์ผู้ใหญ่ท่านนี้ท่านก็ว่า ‘ถ้าไม่มีความว่างสังข์ก็เป่าไม่ดัง’ !


นสพ.ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 41 หน้า 17 ฉบับที่ 3,741 วันที่ 19 - 22 ธันวาคม พ.ศ. 2564

logo-pwa

เพิ่ม Thansettakij

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด