thansettakij
thansettakij
จิตเคลมบุ้ค บำรุง สุขเซฟฮาร์ท ฉากที่ 13

จิตเคลมบุ้ค บำรุง สุขเซฟฮาร์ท ฉากที่ 13

จิตเคลมบุ้ค บำรุง สุขเซฟฮาร์ท ฉากที่ 13 : คอลัมน์เปิดมุกปลุกหมอง โดย... ดร.สุรวงศ์ วัฒนกูล หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4199

นักอ่านต่างชาติเขารู้กันทั่วว่า Stella Awards เป็นโครงการของ  This is True ®  คอลัมน์วิเคราะห์ข่าวรายสัปดาห์ที่นำเสนอเรื่องราวแปลกประหลาด แต่เป็นเรื่องจริงจากสำนักข่าวที่น่าเชื่อถือทั่วโลก พร้อมด้วยบทวิจารณ์คมคายจาก Randy Cassingham นักเขียนอารมณ์ขันชาวโคโลราโด เขาได้ รางวัล  True  Stella Awards ®  ได้รับแรงบันดาลใจจาก Stella Liebeck ในปี 1992 

Stella ซึ่งขณะนั้นอายุ 79 ปี ทำกาแฟแมคโดนัลด์หกใส่ตักตัวเองจนลวก คณะลูกขุนในนิวเม็กซิโกตัดสินให้เธอได้รับค่าเสียหาย 2.9 ล้านดอลลาร์ เขาชี้แจงขึงขังจำนวนคดีความที่มากมายมหาศาล ส่วนใหญ่เป็นคดีไร้สาระและเป็นการใช้ระบบกฎหมายในทางที่ผิดอย่างสิ้นเชิงนั้น อันที่จริงมันน่าจะโมโหโทโสแต่สังคมทำใจได้ว่า อย่างน้อยที่สุด รางวัลสเตลล่า ทำให้ใครต่อใครได้หัวเราะและได้รับความรู้ไปพร้อมๆ กัน การนำเอาเรื่องราวแบบนี้เราจะต้องกำชับไว้ด้วยว่า ใครเป็นคนดีก็อย่าผลีผลาม

เล่าเรื่องดังกล่าวก็นึกถึงนักพากย์คนหนึ่ง ที่เขากำลังนั่งอยู่ในห้องพากย์ของเขาจนดึกดื่นคืนหนึ่ง จู่ๆ ปีศาจก็ปรากฏตัวต่อหน้าเขา ปีศาจกล่าวกับนักพากย์เสียงว่า “ข้ามีข้อเสนอให้เอ็ง เอ็งจะได้รับงานทุกงานทุกเรื่องที่เอ็งไปออดิชั่นกันตลอดชีวิต ลูกค้าของเอ็งจะเสนองานที่มีค่าตอบแทนสูง ให้กันไม่รู้จบ เพื่อนร่วมงานของเอ็งมันจะชื่นชมเอ็ง เอ็งจะหาเงินได้มหาศาล สิ่งที่ข้าต้องการแลกเปลี่ยนก็คือ วิญญาณของเอ็ง วิญญาณของแฟนสาวเอ็ง และ ลูกๆ ของเอ็ง” 

นักพากย์นั่งคิดอยู่สักครุ่หนึ่งแล้วเขาก็ถามว่า “มึงยินดีรับอย่างอื่นอีกไหมล่ะ!” ปีศาจมันถามว่า “มันมากเกินกว่าที่ข้าจะรับไม่ไหวรึไง?” นักพากย์ยิ้มแล้วตอบว่า “แฟนสาวไม่ใช่เมียข้า เด็กก็ไม่ใช่ลูกข้า ทั้งสองคนเขาเป็นเมียและเป็นลูกของเพื่อนที่มันมาฝากไว้ให้ข้าดูแล สำหรับตัวข้าชีวิตข้า ข้ามี พระคาถา  ระตะนะสุตตัง เป็นคาถาที่ข้าพกพาติดตัวเอาไว้เช็คบิลภูตผีปีศาจ มึงจะเอาไปท่องบ้างไหม จะก๊อปปี้ให้” (ฮา) 

ถ้าบอกเอาไว้แบบ บทคัดย่อ ผู้อ่านคงจะขัดใจว่า ทำไมไม่เปิดฝาครอบแล้วบอกมาเลยว่า ออกหัวหรือออกก้อย ก็เอาเป็นว่า ไอ้ปีศาจข่มขู่เพื่อจะเอาประโยชน์ที่ใครก็ไม่ยอมให้ นักพากย์เขายกเอาพระพระพุทธมนต์มาตัดไม้ข่มนาม แสดงว่า เขาไม่เห็นแก่ได้แบบบ้าๆ บอๆ จึงไม่เดินตามรอยของคณะลูกขุนที่รีดเงินให้ภูตกินฟรีผีกินตังค์

หากมีท่านใดแปลกใจอีกว่า ทำไมคำอธิบายถึงได้มีสีเทาเข้ามาแอบแฝง ไม่ต้องคิดมาก ลีลาพาไปตามท้องเรื่อง ผู้ใดสนใจลีลาตามท้องเรื่องก็นัดหมายชวนผมไปคุยก็ได้ กำลังรอโอกาสการโชว์เรื่องจะได้กินฟรีกับเขามั่ง (ฮา) 

                           จิตเคลมบุ้ค บำรุง สุขเซฟฮาร์ท ฉากที่ 13

ผมขอสาธิตอีกหน่อยว่า การศึกษาเรียนรู้ถ้อยคำจะช่วยชี้นำให้ท่านปรุงได้ไม่แพ้กับการเอา ไข่ดาว มาเพิ่มอีกนิดให้เป็น ไข่ดาวหาง ร้านไหนก็ร้านนั้นจะมีลูกค้าเขาไปกินทุกวันผลัดกันโม้เลยแหละ ไม่ต้องดูอะไรอื่นไกลเราลองเข้าไปปลดปล่อยถ้อยคำที่ไม่ค่อยจะมีใครกล่าวถึง ถ้าเรามีต้นทุนเพราะเคยอ่านเคยคิดเอาอักษรกระจิ๊ริดมาตบแต่งกระแสไม่แรงก็ให้มันรู้กันไป 

อย่างเช่น โยกย้าย คือ อะไร? “โยก” หมายถึง “การเคลื่อนไหว โอนเอนไปมา ทำให้สั่นไหวจากที่เดิม” และ “ย้าย” หมายถึง “การเปลี่ยนที่” ทั้งนี้ทั้งนั้น “การโยกย้าย” ต่างจาก “เลื่อนตำแหน่ง” การโยกย้าย ส่วนใหญ่จะเป็น “แนวราบ” คือ “ค่าตอบแทนและความรับผิดชอบเท่าเดิม” สำหรับ “เลื่อนตำแหน่ง” เป็น “แนวตั้ง” คือ “มีความรับผิดชอบและเงินเดือนสูงขึ้น” 

ทั้งสองทางเลือกมีรหัสอยู่สองคำ คือ “นับ” กับ “น่วม” ท่านใดที่ไม่ชอบการโดนโยกย้าย ผมขอแนะนำว่า อย่าไปขึ้นเวทีรำวง อยากจะโยกย้ายก็เต้นมันหน้าจอทีวีดีกว่า ขืนไปแล้วกลับบ้านดึก คงมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะต้องโดนแต่ไม่ใช่ “โยกย้าย” สิ่งที่จะได้ คือ “โยกเยก” (ฮา) 

เราลองมาเรียบเรียงถ้อยคำให้เรียบร้อยมาดูสิว่า จะมีรสชาติแบบไหน “สาธุ” แปลว่า “ดีแล้ว, ชอบแล้ว, ประเสริฐแล้ว” เราทั้งหลสบแสดงความเห็นชอบจึงเล่งวาจามาประกอบว่า “อนุโมทามิ” หมายถึง “ยินดีด้วย” ช่วยรับรองการทำความดี จึงมี “จริยสร้อย” ห้อยตามมาด้วยว่า “ขอให้สมพรปาก” หรือ “ขอให้เป็นจริงตามนั้น” 

การแสดงความเคารพของเราทุกคนด้วยการกล่าว “สาธุ” จึงเป็น “ปัตตานุโมทนามัย” แปลว่า “บุญที่สำเร็จจากการยินดีในบุญของผู้อื่น” ลองสลับอักษรดูสิว่า ถ้าเราจะเปลี่ยนคำว่า “สาธุ” สลับมาเป็น “สุธา” แปลว่า “น้ำอมฤต, อาหารทิพย์” เป็นสิ่งที่มีรสโดยธรรมเสมือนอาหารทิพย์  เช่นเดียวกัน นั่นแหละ ที่ผม “เรียง” ให้ได้ “ความ” ก็เพื่อจะยกให้เห็นเป็นตัวอย่างว่า เราอย่าปักใจแช่แข็งในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง และเราอย่าทำอะไรตามใจชอบไปเสียทุกเรื่องในสิ่งใดสิ่งนั้น 

ผมถือโอกาสแสดงมุฑิตาจิตถวายให้แด่พระเดชพระคุณ ท่านพระเทพ : หลวงปู่มหาศิลา เพื่อจะถวายความเคารพในฐานะที่ท่านเป็น ผู้ให้ รากฐานของพระอริยสงฆ์ท่านจะ เอาออก มากกว่า เอาเข้า หลวงปู่มหาศิลา ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบประเด็นนี้เช่นกัน (ซึ้งหรือซึม : ฮา)

คุณอธิพงษ์ อมรวงศ์ปีติ เขายิงพลุนำร่อง ฮิปโป กับ ปลาโลมา ผมวิ่งเข้าไปรับไม้สองเพื่อจะเพิ่มอรรถรส เนื่องจาก กูรูเขานิยามทั้งสองชีวิตนี้เอาไว้ว่า “ฮิปโป” คือ “ม้า” และ “โลมา” คือ “หมู” ผมขอนิยามกับเขาบ้างว่า “ฮิปโป คือ นักบำบัดสิ่งแวดล้อม” และ “ปลาโลมา คือ มัจฉาจิตอาสา” ปัจจุบันเขาเรียกกันแบบไม่เป็นทางการว่า “ช้างน้ำ” 

เราอาจจะยิ้มนิดขำหน่อยแต่อย่าดูแคลนว่ามันก็งั้นๆ ชื่อเสียงภาพลักษณ์ของท่าน ฮิปโป ไม่งั้นๆ บุคคลสำคัญในวงการธุรกิจเขาก็เรียกกันว่า “ท่านฮิปโป” (HiPPOs) ขยายความหมายได้ว่า Highest Paid Person in the Office แปลว่า กลุ่มผู้บริหารระดับอาวุโสที่มีรายได้ระดับสูงสุดในบริษัทโคตรเศรษฐี กระจอก ซะที่ไหน 

คำเดิมที่ว่า Hippos ภาษากรีก คือ “ม้า” และ Potamos หมายถึง “แม่น้ำ” รวมฉายาได้ว่า “ม้าแห่งแม่น้ำ” คู่จิ้นของ ฮิปโป คือ ปลาโลมา เพราะ “ปลาโลมา” เขามี “ปากทู่ๆ คล้ายๆ จมูกหมู” จึงได้ฉายาว่า “ปลาหมู” และ “ฮิปโป” ก็มีฉายาว่า “วิศวกรระบบนิเวศ” เนื่องจาก ลีลาทุกแอ็คชั่นสนั่นคงคา  เห็นด้วยหรือเปล่าเอาคำเล็กมาเขย่าเชพบึมเลยนิ

สมมุติกันว่าถ้าหาก “ตะปู” คือ “ความตั้งใจในจิตนิยม” ที่คิดจะเป็นนักเขียน ผมศึกษาหลักสูตรโค้ช แต่ผมก็การเป็นพี่เลี้ยง คอยเลือกขนาดและรูปแบบของ ตะปู คือ อักษร หรือ ถ้อยคำ ที่มีความเหมาะสมสอดรับร่วมกับเรื่องราว เนื้อหา ภาษา ถ้อยคำ ความแปลกใหม่ ความซาบซึ้ง ความหรรษา ความศรัทธา ทดลองแล้วเราจะเห็นเองว่า “ตะปูเกรดดีจะมีเสน่ห์ ”